Select Page

Shopping อุปกรณ์งานฝีมือและเครื่องเขียนในสิงคโปร์

ต้นเดือนที่ผ่านมาเตยได้ไปสิงคโปร์มา ก่อนไปตั้งใจว่าจะไปร้านขายเครื่องเขียนแน่นอน เพราะรู้ว่าที่สิงคโปร์มีขายอุปกรณ์งานฝีมือค่อนข้างเยอะกว่าในประเทศไทย แต่หาข้อมูลไม่ได้ค่อยทำให้ไม่รู้ว่าต้องไปร้านไหนเป็นพิเศษ จนกระทั่งก่อนไปหนึ่งวันเตยค้นเจอว่าที่สิงคโปร์ใช้แอพ Yelp กันเยอะ พอลองใช้ดูทำให้เจอหลายๆ ร้านและได้ไปจริงๆ หลายที่เหมือนกัน วันนี้เตยจะมาบอกลายแทงให้ว่าจะไปหาซื้ออุปกรณ์งานฝีมือ หรือเครื่องเขียนได้ที่ไหนบ้างในสิงคโปร์ค่ะ ร้านที่เตยไปส่วนใหญ่จะอยู่เส้นที่ติดกับรถไฟฟ้าทั้งนั้นนะคะ

วันแรกที่เตยไปถึงได้เจอเพื่อนที่ทำงานอยู่ที่สิงคโปร์ เพื่อนก็เล่าว่าคนสิงคโปร์ค่อนข้างเด่นเรื่องการเงินกัน ส่วนด้านศิลปะไม่ค่อยเด่นมากเท่าไหร่ ร้านงานฝีมือก็เลยมีน้อย แต่พอวันหลังๆ ที่เตยได้ไปเดินแล้วพบร้านเครื่องเขียนเยอะมาก และใหญ่ๆ ทั้งนั้นเลย ของก็มีความหลากหลายมาก น่าจะเป็นเพราะสิงคโปร์เป็นเมืองท่าด้วยทำให้มีสินค้าจากหลากหลายที่

Papermarket

ร้านนี้ตั้งอยู่ใน Plaza Singapura ชั้น B1 หน้าบันไดเลื่อนเลย เตยไม่ได้ถ่ายรูปในร้านมา แต่จะเล่าคร่าวๆ ว่าของในร้านนี้เป็นอุปกรณ์ทำ Scrapbook ล้วนๆ คล้ายๆ Mindmemory ในกรุงเทพ แต่ว่าของในร้านเยอะกว่ามากเลย โดยเฉพาะพวก Pocket scrapbook หรือ Project Life พูดง่ายๆ คือถ้าจะหาของทำ scrapbook ต้องเป็นร้านนี้เลยค่ะ

เท่าที่ลองเทียบๆ ดูแล้ว ส่วนตัวรู้สึกว่าของราคาไม่ได้ถูกมากเท่าไหร่ ถ้าซื้อเยอะๆ ซื้อออนไลน์ส่งตรงจากอเมริกาน่าจะถูกกว่า แต่ก็มีหลายๆ อย่างที่ราคาถูกกว่าไทย และถ้าไปช่วงที่ลดราคาได้จะดีมาก ลดกันจริงจัง 40-60% ตอนที่เตยไปได้ลด 40% เพื่อนที่สิงคโปร์บอกว่าบางทีเขาลด 60% เลยด้วย

อ่อ ร้านนี้มีหลายสาขานะคะ แต่เพื่อนบอกว่า สาขานี้ของเยอะ

Singapore-PaperMarket

Art Friend

ร้านนี้ยังอยู่ใน Plaza Singapura อยู่ติดกับร้าน Papermarket เลย หน้าร้านดูแคบๆ เล็กๆ จนเกือบไม่เดินเข้าไปดูแล้ว แต่พอเดินเข้าไปเท่านั้นแหล่ะ ตกใจกับความใหญ่ของร้าน ร้านนี้เป็นร้านที่เตยประทับใจมากที่สุดในบรรดาทุกๆ ร้านที่ไปมา ร้านนี้อารมณ์คล้ายๆ เป็นร้านสมใจนึกที่ใหญ่เหมือน Officemate

เตยถ่ายรูปร้านนี้มาเยอะหน่อยเพราะประทับใจ อยากมีแบบนี้ในเมืองไทยบ้าง 555

art-friend-singapore

เดินเข้ามาเลี้ยวซ้ายโซนแรกจะเป็นพวกสีต่างๆ คือมีสีทุกแบบ อะคริลิค สีน้ำ สีน้ำมัน สีหมึก ยี่ห้อก็หลากหลายมีเยอะมากๆ แถมหลายๆ อย่างราคาถูกมากด้วยจนคิดว่าคำนวณผิด คำนวณแล้วคำนวณอีก เฮ้ยถูกอะ มีตัวนึงจำได้ว่าที่ไทยซื้อมา 450 บาท ไปเจอที่ญี่ปุ่น 200 บาท มาเจอในร้านนี้ 100 บาท!! เสียดายที่ไม่พร้อมขนกลับบ้านเพราะเอามาแค่เป้ใบเล็กเอง

ส่วนพวกกาว Mod Podge ก็เยอะมากๆ มีทุกรูปแบบ แต่อันนี้ไม่ได้เช็คราคามา เพราะจำราคาที่ไทยไม่ได้ค่ะ

art-friend-singapore-1

ซอยถัดมาก็เป็นพวกแฟ้ม อุปกรณ์วาดรูป พูดง่ายๆ มีแทบทุกอย่าง อุปกรณ์เย็บปักถักร้อยก็มี แต่ไม่เยอะมาก อย่างรูปล่างด้านซ้ายคือ อุปกรณ์ทำเครื่องประดับ อย่างตัวล็อค ตัวหยุด มีเอ็นร้อยลูกปัด ซิป มีผ้าสักหลาดแบบหนาๆ ขายด้วย ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมเมืองไทยไม่ค่อยมีขาย ถึงมีก็เป็นแบบบางอย่างเท่านั้น

อ่อ ที่นี่มีพวกอุปกรณ์จัดปาร์ตี้ด้วยนะคะ

art-friend-singapore-2

รูปล่างซ้ายมือคือ โฟมอัดรูป ดูโซนนี้แล้วรู้สึกว่า ถ้าสมัยเรียนมีอะไรแบบนี้ชีวิตคงดีกว่านี้มากเลย อุปกรณ์ทำโมเดลก็เยอะเหมือนกัน มีพวกตัวอักษรไม้ด้วย มีกล่องไม้อัด มีกล่องโฟมอัดใบเล็กๆ เอามาทำของขวัญได้ มีไม้ที่เอาไปต่อเป็นกรอบรูปได้ด้วย

รูปขวาเป็นผ้าใบวาดรูป มีทุกขนาด แล้วไม่ได้มีนิดๆ หน่อยๆ แบบ B2S ที่นี่คือมีเยอะมากๆ มีแบบวงกลมด้วย แบบวงกลมนูนขึ้นมาก็มี ดูแล้วเข้าใจเลยว่าทำไมพวก blogger ที่อยู่สิงคโปร์เขาหาอุปกรณ์งานฝีมือได้เร็วและแปลกตาดี ก็มีให้เลือกเยอะซะขนาดนี้

ส่วนราคาแลกคุณภาพเท่าที่ดู พวก canvas วาดรูปก็มีหลายเกรดแบบไทยนะ ราคาก็ตามเกรด จำราคาไทยไม่ได้เลยไม่กล้าฟันธงว่าถูกกว่าไหม ส่วนโฟมอัดรู้สึกว่าคุณภาพดีกว่าของไทย ดูแน่นๆ แต่อาจเป็นเพราะไม่ค่อยได้เจอแบบนี้ขายในไทยด้วย

art-friend-singapore-3

ที่มั่นใจว่าถูกกว่าไทยคือ ขาตั้งเฟรมนี่แหล่ะ เคยจะซื้อแบบคล้ายกันใน B2S แล้วจำได้ว่าราคาประมาณ 400-500 บาท เตยเทียบกับราคาใน B2S เพราะว่าเป็นร้านในห้างเหมือนกันและเข้าใจง่ายด้วยนะคะ

รูปขวาล่างนี้เป็นพวกตัวห้อยซิป บางลายเคยเห็นในสำเพ็งแล้ว แต่บางลายก็ยังไม่เคยเห็น อันนี้ไม่ได้เช็คราคาเพราะคิดว่าน่าจะแพงกว่าอยู่แล้ว แต่ความคิดเห็นส่วนตัวเท่าที่ดูแล้วคือ ของเค้าดูเนี้ยบกว่าแต่ยังไม่เท่ากับที่ญี่ปุ่นค่ะ

art-friend-singapore-4

อีกโซนนึงที่ชอบมากกกกกกก ในร้านนี้คือโซนกระดาษ เพราะมีเยอะมากกกกกกกกกก มีแทบทุกสี ทุกความหนา มีโซนที่ทำกระดาษเป็นการ์ดสำเร็จรูปให้เรียบร้อย มีซองกระดาษจดหมายขายด้วย แล้วไม่ได้มีนิดๆ หน่อยๆ นะคะ มีทุกสี สีทอง สีเงินก็ยังมี อิจฉาคนที่สิงคโปร์ก็ตรงนี้แหล่ะ ฮ่าๆ

art-friend-singapore-5

Spotlight

ยังอยู่กันที่ Plaza Singapura นะคะ ร้านนี้อยู่ชั้นบนๆ เลยค่ะ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะชั้น 4 ค่ะ ร้านนี้ใหญ่ที่สุดในบรรดาทุกร้านที่ไปมา คือประมาณครึ่งนึงของชั้นเป็นร้านนี้ค่ะ

Singapore-Spotlight-2

เตยทำรูปให้ดูด้วยว่าใหญ่ขนาดไหน ตอนแรกเข้าไปเดินแปบๆ ก็ออกเพราะมีแต่ผ้าที่เอามาทำผ้าม่านเป็นส่วนใหญ่ด้วย ส่วนตัวคิดว่าที่นี่ผ้ามีลายหลายหลายดี แต่ครึ่งนึงก็เป็นแนวดอกไม้สไตล์แขกๆ หรือไม่ก็เป็นผ้าที่เอาไว้ทำผ้าคลุมผมของอิสลาม

ส่วนผ้าพิมพ์ลาย โดมบอกว่าผ้าไทยดีกว่า ส่วนเตยคิดว่าเนื้อผ้าคล้ายๆ พวกผ้า 3 เมตร 100 ที่พาหุรัด เนื้อจะหยาบๆ หน่อยแต่ราคาที่นี่แพงกว่ามากเลยค่ะ

Spotlight-singapore

ออกจากร้านมาได้นิดหน่อยเห็นอีกประตูนึง บอกโดมว่า เดี๋ยวเข้าไปดูแปบนึงนะ ด้วยความเข้าใจว่าคงเป็นอีกโซนนึงเล็กๆ พอเข้าไปเท่านั้นแหล่ะ เฮ้ยยย ใหญ่มาก โซนแรกที่เดินเข้าไปคือโซนผ้า โซนต่อมาเป็นโซนกระดาษ มีอุปกรณ์ Scrapbook เพียบเลย พวกแฟ้ม ซอง เยอะกว่าร้าน Papermarket อีก แต่ราคาก็โหดกว่าหลายอย่างเหมือนกัน ถ้าใครหาอะไรเป็นพิเศษแนะนำให้ดูที่ร้าน Papermarket ก่อนค่อยมาร้านนี้ ร้านนี้มีกาว มีโฟมอัด คล้ายๆ Art friend แต่น้อยกว่าค่ะ

ที่มีเยอะกว่า Papermarket และ Art friend คือ พวกอุปกรณ์แต่งบ้าน จัดปาร์ตี้ ที่นี่มีเยอะมาก มีหน้ากาก หลอด จาน ครบทุกอย่างเลยค่ะ

Spotlight-singapore-1

อีกโซนนึงที่เดินหลงเข้าไปคือโซนลูกปัด บอกเลยว่าเยอะมากกกกกกกก ทั้งแผงเป็นลูกปัดค่ะ ใครทำเครื่องประดับน่าจะชอบโซนนี้

Spotlight-singapore-2

ที่นี่จริงๆ คือเน้นงานผ้าเป็นหลัก อุปกรณ์เกี่ยวกับผ้าก็เยอะตามค่ะ ยางยืดนี่ก็แบ่งขายแบบจริงจังมีทุกขนาด หลายแบบเลยค่ะ ถ้าจะตัดเสื้อผ้ามาที่นี่ก็จบเลย มีครบทุกอย่างให้เลือกสรร

Spotlight-singapore-3

ริบบิ้นที่นี่ก็เยอะมากเลยค่ะ เต็มๆ หนึ่งล็อค มีทั้งริบบิ้นทั่วไป ริบบิ้นผ้าลูกไม้ หรืออย่างรูปขวาล่างก็มีค่ะ แต่อันนี้เป็นแบรนด์ไทยนะคะ เท่าที่เดินในสิงคโปร์มีแบรนด์ไทยไปขายที่นี่เยอะเหมือนกันนะคะ

Spotlight-singapore-4

โซนสุดท้ายนี้เตยเดินแบบเร็วๆ เพราะโดมปวดขาแล้ว (รีบจนถ่ายภาพเบลอเลย ฮ่าๆ) เป็นโซนไหมพรมค่ะ จริงๆ มีโซนที่เป็นด้ายเย็บ ด้ายปักครบเลยนะคะ แต่ที่เห็นเยอะๆ หน่อยก็โซนนี้ค่ะ

Spotlight-singapore-5

ร้านนี้ใครที่ชอบงานผ้าคงติดใจอยู่ได้นานเป็นพิเศษ ส่วนเรื่องราคาเตยไม่แน่ใจนะคะว่าแพงไหม แต่คิดว่าน่าจะแพง หลายอย่างซื้อที่ไทยคงถูกกว่า แถมหลายอย่างก็นำเข้าจากไทยนี่แหล่ะ แล้วแบบนี้จะไปซื้อที่นู้นทำไมเนอะ

Monoyono

ร้านนี้ไม่ได้เป็นร้านอุปกรณ์ Scrapbook นะคะ แต่ว่ามีขายพวกโปสการ์ด การ์ด สมุดบันทึก ของใช้จุกจิกต่างๆ ที่นำเข้ามาเพียบเลยที่เห็นๆ ก็มีของ Kate Spade, Ban.do, Quotable ประมาณนี้ค่ะ แต่ราคาก็สูงอยู่เหมือนกันค่ะ พวกการ์ดไปย่าน Haji lane จะถูกกว่ามากเลยค่ะ แต่อาจจะเป็นแบรนด์ของสิงคโปร์เองไม่ใช่พวกแบรนด์จากอเมริกาแบบนี้ค่ะ

Monoyono-Singapore

Kikki-k

ร้านนี้เป็น A MUST!!! สำหรับเตยเลยค่ะ ตั้งใจจะไปชัวร์ๆ ไม่ว่ายังไงก็ตาม ตั้งอยู่ที่ ION Orchard เดินออกจากรถไฟฟ้ามาก็เจอเลยค่ะ แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ของออสเตรเลียค่ะ เป็นร้านขาย Stationary เดินอยู่ในร้านนี้นานมากกกกก ดูทุกเล่มแบบละเอียดเลย ชอบมาก แต่ไม่ได้ซื้อมาเพราะงบไม่พอ เดี๋ยวไม่มีเงินกินข้าว 5555

Kikki-k

Stationary Superstore

ร้านนี้อยู่ห่างจากร้านอื่นๆ มาหน่อยค่ะ และต้องเดินจากรถไฟฟ้ามาประมาณ 5-6 นาทีค่ะ อยู่ที่ Funan Digitalife Mall ค้นเจอใน Yelp เห็นชื่ออลังการดีก็เลยมาแวะดู

Stationary Superstore

ร้านนี้เหมือน Officemate มากกกกก ร้านไม่ได้ใหญ่มากแต่ได้ของจากร้านนี้มาเยอะเหมือนกันค่ะ ส่วนใหญ่ของที่นี่นำเข้ามาจากญี่ปุ่นทั้งนั้นเลย โดยเฉพาะแบรนด์ Midori ที่นี่มีหลายอย่างเลย ตอนไปญี่ปุ่นได้ไปแค่ Tokyu hand เห็นแต่สมุด Traveler notebook แต่ว่าที่นี่มีตัวหนีบ, post-it เยอะมาก ของหลายอย่างก็ราคาก็ไม่แพงมากเท่าไหร่ด้วยค่ะ

Stationary Superstore

ร้านต่อไปขอแถมร้านหนังสือบ้างนะคะ เริ่มที่ Kinokuniya เลย

Kinokuniya

เดาไว้ว่าร้านที่นี่น่าจะใหญ่อยู่เหมือนกัน พอมาจริงๆ ก็เป็นไปตามคาด ร้านนี้อยู่ที่ Ngee Ann City เดินจากรถไฟฟ้ามาหน่อย ซึ่งตอนมาและตอนกลับหลงทางทั้งสองรอบเลยไม่สามารถบอกได้ว่าไกลไหม 5555

ในภาพที่เห็นด้านล่างนี้เป็นโซน Art & architecture ค่ะ ค่อนข้างใหญ่พอควร โดยครึ่งนึงเป็น Interior และ Architecture ค่ะ แอบมีข้อสังเกตนิดหน่อยว่าตึกที่นี่ดูดีไซน์ก็ธรรมดาไม่ได้แปลกอะไร พื้นที่ก่อสร้างอะไรก็น้อย แต่ว่าหนังสือแนวนี้เค้าเยอะมากจริงๆ เตยคิดเอาเองว่า ถ้าไม่กำลังพัฒนาคนกลุ่มนี้อยู่ก็อาจเป็นตึกที่เน้นการใช้สอยรึเปล่า

ส่วนหนังสือพวก Fine art หรือ Graphic มีไม่เยอะมากเท่าไหร่ น่าจะพอๆ กับไทย แต่จัดเรียงหนังสือดูง่ายกว่าที่ไทยเยอะมากค่ะ

หนังสือ Craft จะอยู่ในโซน Hobby ดูเน้นงานผ้าจะเยอะหน่อย งานกระดาษรองลงมาค่ะ มีหนังสือไม่มากนะคะ

ราคาหนังสือที่นี่ดูแพงกว่าไทยนะคะ แต่หลากหลายกว่าโดยเฉพาะหนังสือพวก Business, Career ที่ชอบคือมีโซนหนังสือ Career กับ Leadership เลย ถ้าจำไม่ผิดไทยจะไม่ได้จัดแบบนี้ค่ะ มีหนังสือหายากอย่าง Renaissance Soul ด้วย ประทับใจตรงนี้ 555

ตอนที่ไปเตยดูแต่โซนหนังสือภาษาอังกฤษนะคะ จริงๆ มีโซนภาษาจีนและญี่ปุ่น(มั้ง แยกไม่ออก 555)ด้วยค่ะ

Singapore-kinokuniya

Book Actually

อีกร้านนึงอยู่ที่ Tiong Bahru ค่ะ เป็นร้านหนังสือเล็กๆ เน้นขายหนังสือนอกกระแสค่ะ ทำให้เจอหนังสือที่มีดีไซน์ที่แตกต่างจากปกติมาก ออกจากที่นี่ได้หนังสือมาสองเล่มแต่ยังไม่ได้ถ่ายรูป เป็นเกี่ยวกับแมวเล่มนึง อีกเล่มนึงเป็นการ์ตูนเกี่ยวกับวัฒนธรรมที่แตกต่างระหว่างสิงคโปร์กับญี่ปุ่น อ่านจบแล้วคิดว่าเปลี่ยนคำว่าสิงคโปร์เป็นไทยก็ใช้ได้ละเนี่ย 555

เจ้าของร้านนี้น่าจะรักแมวพอควร เห็นมีหนังสือแมวขายหลายเล่มเลยค่ะ เพื่อนบอกว่าที่นี่ปกติจะมีแมวนั่งอยู่ตรงเคาเตอร์ มาทีไรก็เจอตลอดเลย พอเตยไปเท่านั้นแหล่ะไม่เจอแมว T_T

bookactually-Singapore

ถัดจากร้านนี้ไปนิดหน่อยจะมีร้านหนังสืออีกร้าน เตยจำชื่อร้านไม่ได้ แต่ร้านนี้ขายหนังสือนิทานเด็กทั้งร้านเลยค่ะ ร้านโอเคอยู่เหมือนกันค่ะ

นอกจากที่เล่าไปนี้ มีย่าน Haji lane อีกย่านที่เตยแนะนำให้ไปค่ะ ขายสินค้างานฝีมือ หรือเสื้อผ้าแบรนด์เล็กๆ ของดีไซน์เนอร์อะไรทำนองนั้นค่ะ เตยชอบร้าน Monday Off เป็นพิเศษ และแนะนำให้ทานคุ้กกี้ที่อยู่ตรงข้าม Selfie cafe คุ้กกี้อร่อยมาก โดม แม่ น้อง บอกอร่อยทุกคนเลย แถมแพคมาให้อย่างดี แพคเกจสวย เหมาะกับเอาไปเป็นของฝากค่ะ

สำหรับคนที่ชอบงานเครื่องหนัง ที่สิงคโปร์ไม่มีนะคะ คือไม่มีขายหนัง อุปกรณ์ทำงานหนัง หนังสือเกี่ยวกับงานหนังเลย ไม่รู้ทำไม หนังที่มีขายจะเป็นหนังแบบ PU อะไรแบบนั้นนะคะ

จบ ครบแล้ว ใครเจอร้านไหนน่าสนใจอีก บอกกันบ้างนะคะ เผื่อเตยไปอีกจะลองไปดูค่าาา 🙂

ปล. ใครค้นเจอร้าน Made with love ในอินเตอร์เน็ต เตยลองไปตามที่อยู่มาแล้วนะคะ เหมือนว่าเค้าจะปิดกิจการไปแล้ว เพราะตรงนั้นกลายเป็นร้านอื่นไปแล้วค่ะ

เที่ยวเชียงราย ตอนที่ 4 เที่ยวที่ไหนดี

สวัสดีค่ะ มาถึงเรื่องสุดท้ายแล้วสำหรับทริปเชียงรายของเราก็คือเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวค่ะ เนื่องจากทริปนี้เราแทบไม่ได้เตรียมตัวมาเลยว่าจะเที่ยวที่ไหนบ้าง คิดไว้แค่อยากไปไร่บุญรอด และไร่ชาฉุยฟงหรือดอยแม่สลองก็ได้ พวกเราก็เลยขอให้พี่ต้นจาก Thai Rent A Car ที่มาช่วยขับรถให้ช่วยคิดว่าจะไปที่ไหนกันบ้างโดยจะไม่เน้นเที่ยวในตัวเมืองเพราะว่าพี่ต้นจะช่วยขับรถให้เราแค่ 2 วันช่วงที่เราค้างที่ Katiliya Mountain Resort & Spa แม่จัน แต่วันที่เราค้างในตัวเมืองเชียงรายเราจะเที่ยวกันเอง สุดท้ายก็เลยได้แผนมาตามนี้ค่ะ

 

เที่ยวเชียงรายวันที่ 1

วัดร่องขุ่น

เนื่องจากโจทย์ของเราคือทานข้าวที่ไร่บุญรอด ดังนั้นพี่ต้นจึงพาพวกเรามาเที่ยวที่วัดร่องขุ่นก่อนเพราะอยู่ในเส้นทางไปไร่บุญรอดพอดี นั่งจากสนามบินมาที่วัดร่องขุ่นแปบเดียวไม่ถึงครึ่งชั่วโมงมั้ง วัดร่องขุ่นวันนี้ที่เราเห็นแตกต่างไปจากเดิมเยอะมากๆ ดูกว้างขึ้น ใหญ่ขึ้น คนเยอะขึ้นกว่าแต่ก่อนมากๆ รอบๆ ก็มีร้านค้ามาเปิดเต็มเลย จำได้ว่าเมื่อหลายปีก่อนรอบๆ มีแต่ทุ่งเขียวๆ เต็มไม่หมด แต่ในวัดก็มีรายละเอียดอะไรที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นมากเลย แต่ไม่อยากบอกว่าที่ติดใจที่สุดคือตู้ใส่ของที่มีนักท่องเที่ยวลืมไว้เพราะมันเยอะมาก มี 2-3 ตู้ได้เลย

เที่ยวเชียงราย ตอนที่ 4 วัดร่องขุ่น

 

ไร่บุญรอด

มาต่อกันที่ไร่บุญรอดของสิงห์ คำเดียวสั้นๆ คือ “สวย” มากๆๆ ชอบมาก บรรยากาศดี อยากสร้างบ้านตรงนี้อะ ฮ่าๆ ในไร่บุญรอดมีร้านอาหารด้วยชื่อร้าน “ภูภิรมย์” พนักงานบอกว่า “ไก่ย่าง” เป็นอาหารประจำร้านควรต้องสั่ง ลองกินดูก็อร่อยดีนะ กินกันจนหมดเลย อีกอย่างนึงที่อร่อยมากๆ คือ ยำผักกรอบ ชอบมากกว่าไก่ย่างอีก

เที่ยวเชียงราย ตอนที่ 4 ไร่บุญรอด

 

บ้านดำ

พอทานข้าวเสร็จ จากตอนแรกเราจะไปเที่ยวน้ำตกอะไรสักอย่างก่อน แต่ว่าฝนตกหนักก็เลยเปลี่ยนแผนไปเที่ยวสามเหลี่ยมทองคำแทน ระหว่างทางก็เลยแวะบ้านดำของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ซึ่งตอนเด็กๆ (มัธยม) เราชอบดูงานภาพเขียนของอาจารย์ถวัลย์มากเลย เคยพยายามวาดตามด้วยนะ ฮ่าๆ  พอมาที่นี่แอบช็อคเล็กน้อยเพราะเจอหนังงูที่ตัวใหญ่และยาวมากๆ และมีหลายตัว คาดว่าเป็นหนังงูเหลือม เดินดูไปก็คุยกับโดมว่า “เค้าเอาหนังงูมาจากไหนอะ” “เนี่ยเราว่าเพื่อนมันที่ยังไม่ตายต้องอยู่แถวนี้แน่เลย” พอเดินลึกเข้าไปถึงได้เจองูเหลือมแบบเป็นๆ ตัวใหญ่ชูคออยู่ในกรงยักษ์ มีฝรั่งสองคนกำลังจ้องงูใหญ่เลย พวกเราก็เลยยืนดูอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ (ห่วงตัวเอง) แล้วก็รีบๆ เดินกลับ เพราะฝนตกนิดหน่อย เดี๋ยวเพื่อนๆ มันออกมาอีกจะยุ่ง

เที่ยวเชียงราย ตอนที่ 4 บ้านดำ

 

วัดพระธาตุผาเงา

หลังจากนั้นออกจากบ้านดำเราก็ไปสามเหลี่ยมทองคำกัน คราวนี้นั่งรถกันนานพอสมควรแถมเจอเค้าทำถนนกันอยู่ด้วยเลยยิ่งใช้เวลานานแต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรเพราะพวกเราไม่รีบกันอยู่แล้ว พี่ต้นพาพวกเรามาที่วัดผาเงาซึ่งตั้งอยู่ค่อนข้างสูงทำให้เห็นวิวของฝั่งลาวที่อยู่ถัดจากแม่น้ำโขงไปด้วย

เที่ยวเชียงราย ตอนที่ 4 วัดผาเงา

 

สามเหลี่ยมทองคำ

ขับรถมาจากวัดพระธาตุผาเงามาไม่นานก็เจอสามเหลี่ยมทองคำซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างไทย พม่า และลาวอย่างที่เห็นในป้ายสามเหลี่ยมทองคำในรูปค่ะ

เที่ยวเชียงราย ตอนที่ 4 สามเหลี่ยมทองคำ

 

เที่ยวเชียงรายวันที่ 2

ดอยตุง

วันที่สองเราแอบนัดพี่ต้นช้าหน่อย เพราะขี้เกียจตื่น อยากพักผ่อนเลยนัดไว้ประมาณ 10-11 โมงซึ่งสายไปกับการไปดอยแม่สลองแล้ว พี่ต้นเลยพาไปดอยตุงกัน เจ้าหน้าที่บอกว่าดอยตุงมีด้วยกัน 4 ส่วน แต่วันที่เราไปเค้าเปิดแค่ 2 ส่วนคือ หอแห่งแรงบันดาลใจและสวนแม่ฟ้าหลวง ตอนแรกคิดว่าหอแห่งแรงบันดาลใจน่าจะไม่มีอะไรน่าสนใจแต่พอเข้าไปแล้วก็ชอบนะ ดีไซเนอร์ออกแบบไว้ค่อนข้างดี มีการคิดลำดับการดำเนินเรื่องและมีวิธีการนำเสนอที่น่าสนใจกว่าที่คิดไว้มากเลย ออกจากหอแห่งแรงบันดาลใจเราก็ไปที่สวนดอกไม้กัน ไปถ่ายรูป โชคดีที่วันนี้ฟ้าค่อนข้างสวย ฝนไม่ตกด้วยก็เลยพอจะได้รูปสวยๆ อยู่บ้าง

เที่ยวเชียงราย ตอนที่ 4 ดอยตุง

ออกจากดอยตุงระหว่างทางแวะที่จุดชมวิว สวยมาก แนะนำให้แวะทุกคน จากนั้นเราก็ไปแม่สายไปช็อปปิ้งกันต่อ ส่วนตัวแล้วเฉยๆ กับของที่แม่สาย มีซื้อของกลับมาบ้างแต่ตอนแรกคิดว่าจะซื้อเยอะกว่านี้อะ ฮ่าๆ

 

พาราโบลา

กลับมาจากแม่สายด้วยความหิวโซ แวะกินข้าวที่พาราโบลา สั่งสปาเก็ตตี้ไป รู้สึกว่าอาหารที่นี่ (เชียงราย) ทานกันค่อนข้างจืด พอกินก็รู้สึกเฉยๆ แต่บรรยากาศดี อากาศดี ไม่ค่อยร้อนเท่าไหร่ ทั้งที่นั่งกินข้าวนอกตัวอาคาร พอกินข้าวกันเสร็จพี่ต้นก็ให้เราแวะที่โลตัสซื้อเสบียงไว้กินกัน แล้วค่อยกลับที่พัก

เที่ยวเชียงราย ตอนที่ 4 Palabora

 

เที่ยวเชียงรายวันที่ 3

ไร่ชาฉุยฟง

วันนี้เรามีรถแท็กซี่จากสนามบินที่พี่ต้นแนะนำมารับไปที่โรงแรมมันตรินี แต่ก่อนกลับเราขอเค้าแวะไร่ชาฉุยฟงซึ่งอยู่ระหว่างทางพอดี เห็นเค้าบอกว่ามีละครมาถ่ายกันที่นี่แต่พอดีเราไม่ได้ดูละครเลยไม่อินเท่าไหร่ แต่ก็ขอบอกว่าไม่ผิดหวังที่มาที่นี่เลย ชอบมากๆ บรรยากาศดีมาก และที่สำคัญยำใบชาอร่อยมากกกกกกกกกกกก ใครไปฝากซื้อมาให้กินหน่อยนะๆๆ นอกนั้นโดมบอกว่าอร่อยเหมือนกันอย่างไอศครีมชาก็อร่อย กินกันจนพุงกางเลย ถ้าไม่ติดว่าเกรงใจพี่คนขับรถอาจจะนั่งกินต่อ 5555

เที่ยวเชียงราย ตอนที่ 4 ไร่ชาฉุยฟง

 

ถนนคนเดิน เชียงราย

พอเข้ามาในเมืองเราก็ไปเดินห้าง (ซะงั้น) จากนั้นก็ไปเดินถนนคนเดินกัน จากการที่เคยไปถนนคนเดินของเชียงใหม่ และปายแล้ว คิดว่าของที่นี่จะถูกกว่าแต่ของไม่ได้โดดเด่นมากเท่าเชียงใหม่หรือปาย มีขายพวกเสื้อผ้ามือสองค่อนข้างเยอะ ซึ่งไม่ค่อยได้ซื้อและไม่ได้เสื้อผ้าแนวที่เราใส่ก็เลยรู้สึกเฉยๆ แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่าบรรยากาศค่อนข้างดี

เที่ยวเชียงราย ตอนที่ 4 ถนนคนเดิน

 

สรุป

เที่ยวเชียงรายคราวนี้เตยค่อนข้างประทับใจ รู้สึกว่าอากาศดีมากถึงแม้จะมีฝนตกบ้างช่วงที่ไปแต่อากาศเย็น ไม่ได้อยู่ในตัวอาคารก็ยังอากาศเย็นอยู่ คนที่นั่นขับรถไม่แย่เหมือนกรุงเทพ ฮ่าๆ เค้าใช้ชีวิตกันแบบช้าๆ ชิลๆ ไม่รีบไปไหน รถก็ไม่ติดเหมือนเป็นกรุงเทพวันอาทิตย์ตอนเช้าตรู่ตลอดเวลา สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวเตยไม่ได้ตื่นเต้นเท่าไหร่เพราะส่วนใหญ่เคยไปมาหมดแล้ว ที่ชอบมากที่สุดก็คงเป็นไร่ชาฉุยฟงและไร่บุญรอดค่ะ ใครยังไม่เคยไปขอแนะนำเลยค่ะ 🙂

เที่ยวเชียงราย ตอนที่ 3 The Mantrini Chiang Rai

สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้เตยจะมาเล่าถึงอีก 1 โรงแรมที่น่าสนใจในเชียงรายนั่นก็คือ โรงแรม Mantrini ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมือง อยู่ค่อนข้างห่างจากโรงแรม Katiliya Mountain Resort & Spa ที่เราพักกันใน 2 คืนแรก ความพิเศษของโรงแรมนี้คืออยู่ใกล้กับเซ็นทรัลมากเลยค่ะ เวลาหิวแต่ไม่รู้จะกินอะไรเดินไปกินที่เซ็นทรัลได้เลย

 

ห้องพัก

ห้องพักสะอาดดีค่ะ ขนาดห้องเล็กไปหน่อยแต่ก็มีของให้ค่อนข้างครบดี มีไดร์เป่าผมด้วย เราได้ห้องชั้นล่างกันทำให้สามารถเดินไปเล่นน้ำที่สระว่ายน้ำได้เลย แต่ก็จะไม่รู้สึกเป็นส่วนตัวเท่าไหร่ถ้ามีคนเล่นน้ำเยอะๆ พอดีวันที่เราไปกันฝนตกพอดีเลยไม่ค่อยมีคนเล่น

ทริปเชียงราย ตอนที่ 3 The Mantrini Chiang Rai

 

ที่นี่ก็เราก็สั่งอาหารจาก Room Service เหมือนกันค่ะ สั่งไก่กับยำอะไรไม่รู้มากิน อร่อยมาก ได้เยอะมากด้วย เสียดายที่ทำครอบฟันชั่วคราวไว้อยู่เลยกินของแข็งมากไม่ได้ ส่วนอาหารเช้าก็มีให้เลือกเยอะอยู่เหมือนกันค่ะ ห้องอาหารสวยมากด้วยค่ะ ชอบมาก 5555

ทริปเชียงราย ตอนที่ 3 The Mantrini Chiang Rai

 

ห้องน้ำ

ส่วนตัวคิดว่าที่นี่ห้องน้ำออกแบบมาแปลกๆ ตามสไตล์ UX designerที่ เห็นหลายๆ อย่างแล้วก็แอบแปลกใจบ้าง ขัดใจบ้าง อย่างตรงที่เป็นโซนอาบน้ำพื้นก็จะเป็นหลุมไป เข้าใจเอาเองว่าให้ใช้เป็นอ่างอาบน้ำได้ด้วยหรอ? งง ระหว่างห้องนอนกับห้องน้ำก็มีหน้าต่างบานใหญ่มากที่เปิดหากันได้ แต่ด้วยความที่ห้องมันเล็กก็สงสัยว่าเวลาอาบมันไม่กระเด็นไปในห้องนอนหรอ พอดีปิดหน้าต่างและผ้ากั้นไว้เลยไม่ได้ทดลอง 555 ส่วนอ่างล้างหน้าก็มีปลั๊กไฟอยู่ถัดไปนิดเดียว เป็นระนาบเดียวกับก็อกน้ำเลย ล้างหน้าไปก็เสียวไป กลัวน้ำกระเด็นเข้าไปแล้วไฟช็อต อีกที่นึงที่ขัดใจ UX designer อย่างเรามากคือชักโครก ปกติแล้วชักโครกมักถูกออกแบบให้กดได้แบบกดลงเพราะการกดลงมันออกแรงง่ายกว่า แต่ชักโครกที่นี่กดไปด้านข้าง! ทำให้ต้องออกแรงเยอะ บางทีกว่าจะกดลงนี่เมื่อยแขนเลย ส่วนสิ่งที่ชอบในห้องน้ำที่นี่คือ น้ำแรงดี 555

ทริปเชียงราย ตอนที่ 3 The Mantrini Chiang Rai

 

การเดินทาง

จากที่นี่เดินทางไปเที่ยวถนนคนเดิน ไนท์บาซาร์ หรือตลาดเทศบาลได้ค่อนข้างง่าย สามารถนั่งรถตุ๊กๆ ที่จอดอยู่หน้าเซ็นทรัล หรือจะรอรถสองแถวหน้าโรงแรมก็ได้ ถ้านั่งรถตุ๊กๆ จะเสียประมาณ 70-80 บาท แต่ถ้าเป็นรถสองแถวเสีย 20 บาท แต่ถ้าเอารถมาเองก็สะดวกดีค่ะ ที่นี่มีที่จอดรถให้กว้างอยู่เหมือนกันค่ะ

ทริปเชียงราย ตอนที่ 3 The Mantrini Chiang Rai

 

สรุปแล้วที่นี่ดูเหมาะกับคนที่ต้องการมาเที่ยวๆ พอตอนกลางคืนก็มาพักที่นี่มากกว่ามาพักผ่อนจริงๆ ค่ะ หรือเป็นคนที่ต้องการความสะดวกสบาย ติดห้างอย่างพวกเรา 555 มาพักที่นี่ก็น่าจะถูกใจกันดีค่ะ

 

เที่ยวเชียงราย ตอนที่ 2 Katiliya Mountain Resort & Spa เชียงราย

คราวที่แล้วเราพูดกันไปแล้วถึงเรื่องการเดินทางในเชียงรายและการเดินทางไปเชียงราย วันนี้เตยจะแชร์ที่พักที่ไปพักใน 2 คืนแรก คือ Katiliya Mountain Resort & Spa อยู่แถวแม่จัน ออกมาจากโรงแรมนิดหน่อยก็ถึงไร่ชาฉุยฟงแล้ว สามารถแวะเที่ยวก่อนเข้าโรงแรมหรือหลังออกจากโรงแรมได้เลย แต่รีสอร์ทก็ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองค่อนข้างเยอะ ถ้าพักที่นี่ก็น่าจะเที่ยวแถวๆ นี้มากกว่า

 

การเดินทางเข้ารีสอร์ท

เนื่องจากเราเช่ารถพร้อมคนขับมาก็เลยเดินทางค่อนข้างสบาย ถ้าใครไม่มีรถสามารถให้รถของโรงแรมไปรับและส่งได้ จำได้ว่าราคาประมาณ 1,200 บาทค่ะ ส่วนที่ต้องระวังคือถนนเข้าโรงแรมจากป้ายโรงแรมด้านหน้าเป็นทางเข้าที่แคบมากต้องเข้าทางนึงออกอีกทางนึง ทางเปลี่ยวและมืด เท่าที่สังเกตุคือไม่มีไฟระหว่างทางด้วย ดังนั้นจึงไม่ควรเดินทางตอนกลางคืน โดยเฉพาะเราที่เป็นนักท่องเที่ยวไม่คุ้นชินกับเส้นทาง

 

บรรยากาศในรีสอร์ท

ที่ประทับใจที่นี่มากก็เพราะบรรยากาศเลย จากห้องพักก็สามารถเห็นพระอาทิตย์ขึ้นพร้อมกับทะเลหมอกได้เลย ตอนแรกไม่รู้เพราะกลับมาเห็นฟ้าตอนเย็นก็คิดว่าสวยดีนะ ต่ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรเพิ่มอีก แต่พอตอนเช้าตื่นมาเห็นก็รีบหยิบกล้องมาถ่ายเลย

รูปข้างล่างนี้เป็นรูปตอนพระอาทิตย์ตก เมฆสวยมาก แต่วันที่เตยไปฝนตกในเชียงรายพอดี เมฆเลยอาจมืดๆ ไปบ้าง

 

ทริปเชียงราย : Katiliya Mountain Resort & Spa

 

และรูปต่อมาคือไฮไลท์เลยค่ะ จากห้องพักเห็นวิวนี้เลย สุดยอดดดดด ตื่นมากรี๊ดกร๊าด ตื่นเต้น 555

 

ทริปเชียงราย : Katiliya Mountain Resort & Spa

 

ห้องพัก

รองจากบรรยากาศมาก็เป็นห้องพักที่ประทับใจมาก ห้องกว้างมาก มีทุกอย่างพร้อม เตียงนุ่ม นอนสบาย มีทีวีให้ดู และสามารถไปเช่าหนังมาเปิดดูที่ห้องได้ด้วย อ่อ ถ้าจำไม่ผิด ที่นี่มีแต่เตียงเดี่ยว ไม่มีห้องแบบเตียงคู่นะคะ

ทริปเชียงราย : Katiliya Mountain Resort & Spa

 

ถัดจากเตียงมา ก็มีโซฟาที่ค่อนข้างกว้างให้นอนดูทีวีได้ด้วยนะ อ่อ มีผลไม้ให้ทานได้ด้วย แต่เราไม่ได้กินกัน

ทริปเชียงราย : Katiliya Mountain Resort & Spa

 

ข้างหัวเตียงก็จะมี..ไม่รู้เรียกว่าอะไร สามารถกดเปิดปิดไฟ ปรับแอร์ ตั้งนาฬิกาปลุก หรือตั้งให้คนมาทำความสะอาดห้องได้เลย ชอบมากๆ เหมาะกับคนขี้เกียจอย่างพวกเรา

ทริปเชียงราย : Katiliya Mountain Resort & Spa

 

มาดูห้องน้ำกันต่อนะคะ ห้องน้ำที่นี่ก็กว้างมากกกกเหมือนกัน ที่อยู่ในรูปข้างล่างนี้ คือแค่ครึ่งห้องเท่านั้น มีอ่างล้างหน้า 2 ฝั่ง (ที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องมี 2 ฝั่ง เพราะก็เข้ากันทีละคนอยู่แล้วนะ) ห้องเล็กฝั่งด้านนี้จะเป็นชักโครก อีกฝั่งของอ่างอาบน้ำก็เป็นห้องอาบน้ำ น้ำที่นี่แรงดี ชอบมาก

ทริปเชียงราย : Katiliya Mountain Resort & Spa

 

ที่นี่มีสบู่ แชมพู หวี แปรงฟัน ยาสีฟัน หมวกคลุมผม คอตตอนบัต ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่และเล็กให้ครบอย่างละ 2 ชุดเลย ในตู้เสื้อผ้าด้านข้างที่สามารถเปิดได้ทั้งจากฝั่งห้องน้ำและห้องนอนก็จะมีเสื้อคลุม รองเท้าใส่ในห้อง และร่มให้ด้วย ใกล้ๆ ประตูก็มีรองเท้าแตะให้ด้วย แต่รองเท้าไซส์ใหญ่พอใส่เดินแล้วหัวจะทิ่ม 555

ทริปเชียงราย : Katiliya Mountain Resort & Spa

 

อาหาร

เริ่มที่อาหารเช้าก่อน แต่ว่าไม่มีรูปอาหารเช้านะคะ ที่นี่มีอาหารเช้าค่อนข้างหลากหลายทั้งพวกข้าวต้ม ข้าวผัด มีต้มปลาอะไรไม่รู้ อยู่ 2 วันอาหารเค้าก็เปลี่ยนทั้ง 2 วันนะคะ แล้วก็ยังมีพวกสลัด ขนมปัง ไส้กรอก แฮม อาหารพวกไข่อย่างออมเล็ตที่เราสั่งแม่ครัวทำให้ได้ และมีคอนเฟลคด้วย (พิมพ์ไปก็หิวไปนะเนี่ย) รสชาติถือว่าใช้ได้ บรรยากาศจากห้องอาหารก็ถือว่าดีใช้ได้เลย วิวสวยเหมือนกันแต่ไม่เท่าที่เห็นจากห้องนอน

มาต่อกันที่อาหารจาก Room Service บ้าง ราคาค่อนข้างสูงตามรูปข้างล่าง แต่ก็เข้าใจว่าเพราะเป็นรีสอร์ทในหุบเขาละมั้งทำให้ราคาต้องสูงขึ้นมา วันแรกเราเลยสั่งกันมา 2 อย่างคือ ซีซาร์สลัดและพิซซ่าคาทิลิยา

ทริปเชียงราย : Katiliya Mountain Resort & Spa

 

หน้าตาพิซซ่าคาทิลิยาเป็นแบบในรูปล่าง ส่วนรสชาติถือว่าโอเค ปริมาณเหมือนจะเล็กกว่าพวกพิซซ่าคอมพานีนิดหน่อย

ทริปเชียงราย : Katiliya Mountain Resort & Spa

 

และรูปล่างนี้คือซีซาร์สลัด ที่พอกินแล้วงงว่าเราสั่งผิดรึเปล่าเพราะรสชาติมันไม่ใช่อะ ปริมาณก็น้อยแบบไม่ถึงฝามือเราเลย ซื้อกรุงเทพยังถูกกว่าเลย แต่ผักดูสดอยู่เหมือนกัน

ทริปเชียงราย : Katiliya Mountain Resort & Spa

สรุปคือ พิซซ่าใช้ได้ แต่ไม่ควรสั่งสลัด จากใจคนชอบกินซีซาร์สลัด T_T ราคาแพงไปหน่อยถ้าเทียบกับคุณภาพ วันต่อมาเราเลยซื้อเสบียงมาตุนไว้กินตอนกลางคืนแทน เจ็บใจซีซาร์สลัด

 

สรุปโดยรวม

ประทับใจที่นี่ถึงแม้ว่าราคาจะค่อนข้างสูง ส่วนตัวคิดว่าที่นี่เหมาะกับมาพักผ่อนแบบไม่ต้องไปที่ไหนแล้ว วันๆ อยู่แต่โรงแรมก็ได้ มีทั้งหนังให้ดู มีสระว่ายน้ำให้เล่นด้วย บริการก็ดีด้วย มาแล้วได้พักผ่อนจริงๆ อ่อ ที่นี่ wifi ฟรี อินเตอร์เน็ตเร็วด้วย (แต่เตยลองเล่นจากมือถือนะคะ) ใครอยากพักผ่อนสบายๆ บรรยากาศดีๆ ในเชียงราย เตยขอแนะนำที่นี่ค่ะ

 

เที่ยวเชียงราย ตอนที่ 1 การเดินทาง

เมื่ออาทิตย์ที่แล้วได้ไปเที่ยวที่เชียงราย 4 วัน 3 คืนแบบเน้นพักผ่อนชิลๆ สบายๆ กับ @dominixz คราวนี้ไปกลับด้วยนกแอร์แล้วก็เช่ารถพร้อมคนขับเที่ยวกัน 2 วัน อีก 2 วันอยู่ในตัวเมืองใช้ตุ๊กๆ กับ Taxi กัน โดยคราวนี้จะแบ่งเขียนเป็นตอนๆ เริ่มจากเรื่องการเดินทาง, ที่พัก และค่อยเป็นสถานที่เที่ยวนะคะ คราวนี้ตั้งใจจะเขียนให้ครอบคลุมเรื่องเงินด้วยเลย เพราะปีก่อนที่เขียนเกี่ยวกับทริปเชียงใหม่ไม่ได้เขียนรายละเอียดพวกนี้ก็เลยมีคนมาค้นเจอและถามรายละเอียดบ่อย

เดินทางไปกลับด้วยนกแอร์

จุดเริ่มต้นของทริปนี้มาจากโปรโมชั่นของแอร์เอเชีย แต่ดันจบลงด้วยการขึ้นนกแอร์แทน ฮ่าๆ โดมไม่ว่างช่วงนั้นพอดีก็เลยเลื่อนมาเป็นอาทิตย์ที่แล้วแทน แต่เราก็โอเคเพราะติดใจนกแอร์ตั้งแต่ที่ไปเชียงใหม่คนเดียวคราวก่อน ที่นั่งนั่งสบาย ยืดขาได้ เลือกที่นั่งได้เอง บริการดีด้วย เท่าที่ทราบตอนนี้นกแอร์มีเที่ยวบินไปเชียงรายวันละ 3 รอบ (ไม่แน่ใจว่าเป็นแบบไปกลับเลยหรือไปอย่างเดียว) ขาไปเราเลือกรอบแรกคือประมาณ 8 โมงเช้าไปถึงประมาณ 9 โมงกว่า ส่วนขากลับเลือกรอบเย็นสุด 6 โมงครึ่งควรถึงกรุงเทพประมาณทุ่มกว่าแต่พอดีว่าฝนตกหนักที่เชียงรายเลยมาถึงกรุงเทพประมาณ 2 ทุ่ม

เช่ารถพร้อมคนขับกับ Thai Rent A Car

เราขับรถกันไม่เป็นเลยสักคนและไม่ทราบว่าที่เชียงรายมีรถออกนอกเมืองไปแม่สาย แม่จัน ดอยแม่สลอง ดอยตุงไหม แล้วเราตั้งใจไปเที่ยวเพื่อพักผ่อนกันด้วย ไม่อยากแบคแพคเกินไปก็เลยตัดสินใจเช่ารถกัน โดมเลือกเช่าจาก Thai Rent A Car โดยเช่าผ่านทางเว็บไซต์แล้วก็จะได้รับไฟล์เอกสารที่จะมีรายการค่าใช้จ่ายทั้งหมดมาให้เราพิมพ์ พอไปถึงเชียงรายก็เอาใบนี้ไปยื่นที่บูทของ Thai Rent A Car ในสนามบินได้เลย เราเลือกรถ eco car ไว้ไม่ได้กำหนดว่าเป็นรถอะไรเพราะไม่ได้เป็นคนขับเองอยู่แล้ว แต่จริงๆ เราสามารถเลือกได้ว่าจะจองรถอะไร จากที่ถามจากพี่คนขับรถ ถ้าเป็นรถเล็กจะเป็นเกียร์ออโต้หมด ส่วนรถกระบะก็เป็นเกียร์กระปุก และทุกๆ 3 ปีก็จะมีการเปลี่ยนรถ ค่าใช้จ่ายในการเช่ารถคร่าวๆ เราเช่ารถเล็กราคาประมาณ 600 กว่าบาทต่อวันแบบ 8 ชั่วโมงเพราะเราเช่าพร้อมคนขับ ถ้าเช่าไปขับเองก็ต้องคืนรถในวันถัดไปแต่ไม่แน่ใจว่าราคาจะเป็นเท่าไหร่ ถ้าเป็นรถใหญ่ราคาจะอยู่ที่ 2,000 กว่าบาท ถ้าเช่าพร้อมคนขับก็บวกเพิ่มจากค่ารถอีกประมาณ 600 บาทแต่ถ้าเกินเวลาแล้วเรายังเที่ยวไม่เสร็จอยากให้คนขับรถช่วยขับต่อก็สามารถจ้างเป็นโอทีได้แต่จำราคาไม่ได้ และถ้าต้องค้างคืน เช่น ถ้าต้องออกต่างจังหวัดหรือขับข้ามจังหวัด เราต้องจ้างค่าเบี้ยเลี้ยงเพิ่มประมาณ 500 มั้ง นอกจากนี้เราสามารถเช่ารถที่จังหวัดนึงแล้วไปคืนอีกจังหวัดนึงก็ได้ค่ะ จำได้คร่าวๆ ประมาณนี้ ถ้าใครสนใจลองไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมในเว็บไซต์ที่ www.thairentacar.com ทริปเชียงราย ตอนที่ 1 การเดินทาง

การเดินทางในเชียงรายโดยใช้ตุ๊กๆ, Taxi และรถสองแถว

ราคาของตุ๊กๆ นั่งจากเซ็นทรัลเชียงราย เข้าไปในเมืองแถวถนนคนเดิน, ไนท์บาซาร์จะอยู่ที่ 60-80 บาท ส่วนรถสองแถวจะอยู่ที่ 20 บาทต่อคน แอบเห็นว่ามีรถออกนอกเมืองด้วยแต่ไม่แน่ใจว่ามีแบบประจำทางหรือว่าแบบเช่าเหมาคันก็ไม่รู้ ส่วนรถ Taxi ปกติจะคิดค่าเรียก 20 บาทถ้าให้โรงแรมเรียกให้บวกกับค่าคิดตามระยะทางเหมือนกรุงเทพ แต่ไม่แน่ใจว่าเรทจะเท่าๆ กันไหม นอกจากนี้ก็มีรถแท็กซี่สนามบินซึ่งเราเรียกมารับ 2 ครั้งคือจากโรงแรมในแม่จันไปโรงแรมแถวๆ เซ็นทรัล ราคา 1,000 บาทถูกกว่ารถของโรงแรม 200 บาทแต่เราขอให้เค้าช่วยแวะเข้าไร่ชาฉุยฟงด้วย ก็เลยคิดว่าอันนี้ดูคุ้มกว่าเยอะ พอวันกลับเราก็โทรเรียกให้เค้ามารับอีกรอบจากโรงแรมไปที่สนามบิน ราคา 200 บาท แนะนำว่าเวลานั่งรถตุ๊กๆ หรือแท็กซี่แล้วให้ขอเบอร์โทรคนขับรถเอาไว้ ถึงแม้ว่าในตัวเมืองเชียงรายจะหารถง่าย แต่ว่าถ้ามืดค่ำแล้วอาจจะหารถยากกว่า ถ้ามีไว้ก็ปลอดภัย อุ่นใจกว่า   ทั้งหมดนี้เป็นราคาที่เราเจอมา อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่ก็น่าจะเห็นภาพรวมคร่าวๆ ไว้เตรียมงบไปเที่ยวกันเนอะ 🙂 โพสต่อไปจะพูดถึงที่พักที่เราไปพักทั้งสองที่คือ The Mantrini Chiang Rai Resort และ Katiliya Mountain Resort & Spa นะคะ

ไปเที่ยวงาน Use me again ใส่ความคิด พิชิตขยะ

เมื่ออาทิตย์ก่อนโน้นอ่านบลอคของพี่ @macroart  เรื่องงาน Use Me Again Days โครงการนี้เป็น CSR ของ Pantip ที่ต่อยอดมาจากโครงการคอมพิวเตอร์เพื่อน้อง เป็นงานประกวดทำสิ่งประดิษฐ์จากวัสดุไอทีที่เหลือใช้ ครั้งนี้จัดมาเป็นครั้งแรก รางวัลแรกได้ไปดูนิทรรศการ 100% Design London เลยนะ (รางวัลเจ๋งเนอะๆๆ แต่หมดสิทธิ์แล้วแหล่ะ) และก็มีการนำผลงานมาจัดแสดงนิทรรศการที่เซ็นทรัลเวิร์ล พอว่างๆ เตยก็เลยแวะไปเดินดูสักหน่อยเพราะชอบดูพวกงาน DIY อยู่แล้ว แล้วของที่ทำจากวัสดุเหลือใช้เนี่ยมันแหล่งไอเดียทั้งนั้นเลย!

ไปเที่ยวงาน Use Me Again ใส่ความคิด พิชิตขยะ

อย่างอันแรกเป็นที่เก็บเครื่องสำอางสำหรับสาวๆ ทำง่ายๆ จากเครื่องปริ๊นท์เก่าๆ ไม่ได้เป็นงานที่ปราณีตมากเหมือนงานชิ้นอื่นๆ ชอบตรงที่ไอเดียมันสดดี และทำได้จริง ไม่ต้องมีความรู้อะไรมากก็สามารถทำได้

ไปเที่ยวงาน Use Me Again ใส่ความคิด พิชิตขยะ

นาฬิกาจากการ์ดจอที่ใช้ไม่ได้แล้ว สวยและเจ๋ง งานนี้ชอบเพราะมันดูไม่เหมือนงานที่มาจากของที่ไม่ใช้แล้วเลยอะ เหมือนเป็นนาฬิกาของ Asus เลยเนอะ

ไปเที่ยวงาน Use Me Again ใส่ความคิด พิชิตขยะ

อันนี้เป็น Docking สำหรับ ipad และ iphone จาก…เค้าเรียกว่าอะไรอะ Heat sink รึเปล่า? เอาเป็นว่าทำมาจากไส้ในของเครื่องคอมพิวเตอร์ละกัน 5555

ไปเที่ยวงาน Use Me Again ใส่ความคิด พิชิตขยะ

อันนี้เป็นลำโพงทำง่ายๆ จากกระดาษและส่วนบนของขวดน้ำ ความเท่ของผลงานชิ้นนี้คือ เค้ามีแพทเทิร์นให้เราไปตัดเองที่บ้านก็ได้นะ

ไปเที่ยวงาน Use Me Again ใส่ความคิด พิชิตขยะ

ไปเที่ยวงาน Use Me Again ใส่ความคิด พิชิตขยะ

ม้านั่งที่เป็นรูปม้าอะ เค้าบอกว่าสามารถใช้งานนั่งได้จริง แต่เค้าห้ามแตะเลยไม่ได้ลอง 😛 งานนี้ชอบเพราะเป็นรูปม้าสมชื่อดี 555 ส่วนที่เป็นรูปช้างก็ชอบเพราะน่ารักดี 555

ไปเที่ยวงาน Use Me Again ใส่ความคิด พิชิตขยะ

ผลงาน eco stone เป็นหินสังเคราะห์ทำจากเศษแก้วที่บดละเอียดมาผสมสารก่อฟองแล้วเผาขึ้นรูป เอาไว้โรยหน้าดินเวลาปลูกต้นไม้ เพราะ eco stone สามารถรักษาความชื้นได้ดี

ไปเที่ยวงาน Use Me Again ใส่ความคิด พิชิตขยะ

ส่วนอันนี้เป็นโคมไฟจอยสติ๊ก เก๋ดีเนอะๆ อันนี้ดูเป็นอะไรที่ขายได้จริง ไม่เหมือนเป็นของ DIY เลย แถมดูเป็นงานที่สนุกดีด้วย

ไปเที่ยวงาน Use Me Again ใส่ความคิด พิชิตขยะ

ส่วนอันสุดท้ายต้องชอบสุด เพราะเป็นงานของน้องรหัส ฮ่าๆ ใช้พวกสายไฟ สาย lan ต่างๆ มาถักเป็นที่แขวนสิ่งของ

อ่อ เล่นเกมได้ Thumb drive ของ Pantip มาด้วย น่ารักมากๆๆๆ เลยอะ แต่อดได้ ipad รางวัลใหญ่สำหรับคนที่เล่นกิจกรรมกับงาน use me again

ไปเที่ยวงาน Use Me Again ใส่ความคิด พิชิตขยะ

I ROAM ALONE : นักเดินทางหญิง

หลายวันก่อนโน้นนายโอส่งเว็บของผู้หญิงที่ชื่อ มินท์ มาให้หลังจากนั้นอีก 2-3 วันก็ส่งคลิปวิดีโอข้างล่างนี้มาให้ทำเอาเตยไม่มีสมาธิทำงานเลย มินท์เป็นผู้หญิงไทยที่รักการเดินทาง มินท์เดินทางมาแล้วเกือบครบทุกทวีป! น่าอิจฉามากๆ และที่สำคัญมินท์เที่ยวคนเดียวด้วย ก่อนหน้านี้เราได้รู้จักกับผู้หญิงบราซิลตอนไปเที่ยวปายเค้าก็เที่ยวคนเดียวหลายๆ เดือนตั้งหลายประเทศ ตอนนั้นก็รู้สึกว่า โห ผู้หญิงเที่ยวคนเดียวเท่ห์เนอะ ต้องกล้ามากๆ เดี๋ยวนี้โลกมันโหดร้าย เราไม่กล้าเที่ยวแบบนี้คนเดียวแน่ๆ พอได้มาอ่านเว็บ I ROAM ALONE ของมินท์ก็เริ่มคิดว่า การเป็นผู้หญิงที่เที่ยวคนเดียวอาจจะไม่ได้น่ากลัวและยากอย่างที่เราคิดก็ได้เนอะ เป็นเรื่องที่น่าลองสักครั้ง อ่านไปฟังสัมภาษณ์ของมินท์ไปรู้สึกได้เลยว่าตาเป็นประกาย อยากไปบ้าง 555 ตอนนี้ติดอยู่อย่างเดียว กลัวผี!!! – -”

 

Chico cafe สุขุมวิท 53 ร้านสำหรับ คนรักแมว

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเป็นวันหยุดตั้งใจว่าจะไปเล่นกับแมวเมี๊ยวที่ร้าน Purr cat cafe แต่ว่าคนเยอะมาก พนักงานบอกว่าต้องรอคิว 1 ชั่วโมง และพอดีจำได้ว่าที่นี่เป็นซอยเดียวกับร้าน Chico cafe ด้วยเหมือนกันก็เลยเปลี่ยนแผนไปที่ร้าน Chico แทน และตัดสินใจได้ถูกมากเพราะขากลับออกมาลองแวะดูอีกรอบคนที่ร้าน Purr ก็ยังเยอะอยู่เหมือนเดิม

Chico cafe สุขุมวิท 53 ร้านอาหารสำหรับคนรักแมว

Chico cafe เป็นร้านขายของตกแต่งบ้านมีโซนที่เป็นร้านอาหารด้วย เรามาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 หรือ 4 แล้ว มากี่ทีปลื้มเจ้าเหมียวตลอดส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เป็นพันธุ์หายากหรือราคาแพงอะไร แต่เป็นแมวที่เข้ากับคนได้ดี เจ้าของร้านเป็นชาวญี่ปุ่นทีรักแมวมากเคยได้ยินว่าเลี้ยงไว้ 10 กว่าตัวเลยทีเดียว โดยจะเลี้ยงไว้เป็นโซนชั้น 2 แต่ว่าแมวก็สามารถไปไหนมาไหนได้ตามสบาย เคยเจอแมวเดินเล่นอยู่บ้านฝั่งตรงข้ามก็มี คราวนี้ไปก็พิเศษกว่าทุกทีนิดหน่อยเพราะมีแมวเด็ก กรี๊ดๆ ไม่ได้สัมผัสแมวเด็กมานาน ปลื้มมากๆ

Chico cafe สุขุมวิท 53 ร้านอาหารสำหรับคนรักแมว Chico cafe สุขุมวิท 53 ร้านอาหารสำหรับคนรักแมว Chico cafe สุขุมวิท 53 ร้านอาหารสำหรับคนรักแมว

ที่วันนี้ไปเจอมีแมวเด็ก 2 ตัวสีขาวแล้วก็มีตา 2 สีด้วยตัวนึงขี้เล่นมากๆ เอาเชือกให้เล่นก็เล่น แต่อีกตัวนึงออกแนวเซ็งคน ฮ่าๆ ถ้าไม่หลับก็หนีไปนอนตลอด แล้วก็ยังเจอแมวผู้ใหญ่ประมาณ 4-5 ตัวมั้ง

Chico cafe สุขุมวิท 53 ร้านอาหารสำหรับคนรักแมว

ส่วนแมว 3 สีรูปนี้กำลังท้องอยู่เลย ก็เลยไม่เล่นมาก ไม่ยอมให้จับตัว แต่ก็ลูบหัวเบาๆ เกาคางเบาๆ มีแอบเคืองนิดหน่อยเวลากำลังเคลิ้มแล้วเราไม่เกาต่อ

Chico cafe สุขุมวิท 53 ร้านอาหารสำหรับคนรักแมว

ส่วนตัวขาวดำทีเจออีกตัว เตยไม่ได้เล่นด้วยเลยไม่รู้ว่าเป็นยังไง พอดีช่วงที่ไปมีครอบครัวนึงพาเด็กมาด้วย มีเด็กในร้าน 4 คนอย่างต่ำแล้วมีหนุ่มน้อยคนนึงกรีดร้องเพราะดีใจที่เจอแมว แมวก็เลยตกใจเสียง หนีไปหลบซะส่วนใหญ่

Chico cafe สุขุมวิท 53 ร้านอาหารสำหรับคนรักแมว

ส่วนอาหารที่นี่เตยสั่งไปแค่ 2 อย่างคือ วัฟเฟิลชอคโกแลต กล้วย กับโยเกิร์ตปั่นกับแอปเปิ้ล ส่วนตัวชอบวัฟเฟิลกินกับเนยยิ่งอร่อย แต่เฉยๆ กับโยเกิร์ต ต้องสารภาพเลยว่าไม่ค่อยสนใจของกิน สนใจแต่แมว 5555

Chico cafe สุขุมวิท 53 ร้านอาหารสำหรับคนรักแมว

ก่อนกลับวันนี้ โดมชี้ให้ดูลิง เอ๊ย! เหมียวบนต้นไม้ ฮิฮิ

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 6 : ที่กิน ที่เที่ยว ในเชียงใหม่

เนื่องจากว่าเราเหนื่อยจากการเดินทางกันค่อนข้างเยอะตอนไปปาย เราก็เลยไม่ได้วางแผนมากนักตอนมาเชียงใหม่ (ถึงแม้ว่าใจจริงอยากไปม่อนแจ่มมากๆ) เราก็เลยเที่ยวเล่นแค่ในเมืองเท่านั้น ส่วนใหญ่ก็เดินในร้านอาหาร ร้านกาแฟทั่วไป แต่เราเน้นหลักๆ ก็คือ เน้นกิน 5555

salad concept

เราเป็นคนชอบกินผักกาดแก้ว ก็เลยชอบสลัด ก็ค่อนข้างมุ่งมั่นตั้งใจจะมากินที่ร้านนี้ เราสั่งซีซ่าร์สลัดแล้วสั่ง Topping เพิ่มค่อนข้างเยอะ จ่ายเงินแล้วแอบตกใจกับราคาเล็กน้อย เหอๆ แต่ก็ถือว่าโอเค แต่ผักยังไงก็สู้ผักที่ปายไม่ได้ (ติดใจๆ) 555

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 6 : ที่กินที่เที่ยวในเชียงใหม่

ประตูท่าแพ

พอกินสลัดแล้วเราก็มาเดินถนนคนเดินกัน (ทั้งๆ ที่เมื่อยขานะ) พอดีว่าช่วงนั้นมีงานลอยกระทงก็เลยมีจัดพื้นที่บริเวณนั้นค่อนข้างดี มีคนปล่อยโคมลอยก็เลยไปปล่อยด้วย แต่เพิ่งรู้ทีหลังว่าตรงนั้นปล่อยไม่ได้! (มีป้ายเล็กกกกมากๆ บอกอยู่ในมุมมืด) แล้วเราก็ไปเดินเที่ยวต่อในคนเดินไปเรื่อยๆ จนไปโผล่ที่อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ มาเดินถนนคนเดินคราวนี้รู้สึกเฉยๆ มากเลย ของซ้ำๆ กันไม่น่าสนใจเท่าเมื่อก่อนแล้ว คราวหน้าคงไม่มาเดินแล้ว

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 6 : ที่กินที่เที่ยวในเชียงใหม่

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 6 : ที่กินที่เที่ยวในเชียงใหม่

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 6 : ที่กินที่เที่ยวในเชียงใหม่

อ่อ ที่น่าสนใจคือมีคนเอาไวน์มาขาย โดมเลยซื้อมากินที่โรงแรม ลองกินดูก็อร่อยดี
ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 6 : ที่กินที่เที่ยวในเชียงใหม่

ร้านต๋อง เต็ม โต๊ะ

เช้ามาหลังจากออกจากโรงแรมเราก็ไปทานอาหารเที่ยงกันที่ร้านนี้ เป็นร้านอาหารเหนือ เราเคยมาทานแล้วครั้งนึงตอนมากับโบว์ จำได้ว่าแกงฮังเลอร่อยก็เลยไปทานดู แต่คราวนี้ไม่ค่อยประทับใจเหมือนคราวก่อนแล้ว รู้สึกว่าไม่อร่อยเท่าเดิม แล้วพนักงานก็ไม่ค่อยใส่ใจ ชอบลืม Order เหมือนเดิมเป๊ะ แต่คราวนี้หิวมากเลยหงุดหงิดมากหน่อย

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 6 : ที่กิน ที่เที่ยว ในเชียงใหม่

สุริยันจันทรา

ร้านนี้เป็นร้านขายของตกแต่งบ้านที่เราปลื้มมาก ก็เลยมาอีกรอบถึงแม้ว่าร้านจะย้ายมาตั้งอยู่ที่ใหม่แล้วก็ตาม แต่เพิ่งรู้ว่าร้านปิดตอนเที่ยง 555 ก็เลยนั่งรอแถวๆ นั้นประมาณครึ่งชั่วโมง พอเข้าไปดูในร้านก็ยังปลื้มเหมือนเดิม ร้านนี้ของยังสวย แต่งร้านน่ารักเหมือนเดิมเลย แต่ร้านใหญ่ขึ้น ของก็เยอะขึ้นมากๆ มีหลายอันที่อยากได้แต่ไม่มีที่จะวางที่บ้านแล้ววว

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 6 : ที่กินที่เที่ยวในเชียงใหม่

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 6 : ที่กินที่เที่ยวในเชียงใหม่

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 6 : ที่กินที่เที่ยวในเชียงใหม่

พอเดินร้านนี้แล้วเราก็กลับโรงแรมกันเพราะเราปวดท้องและคลื่นไส้มากๆ โดมก็เลยให้กินคาร์บอนและยาแก้โรคกระเพาะที่เราพกมาด้วย แล้วนอนรอดูหนังเรื่อง “รัก 7 ปี ดี 7 หน” ที่ซื้อมาจากเซเว่นมาดู และอารมณ์เสียนิดหน่อยจากบริการของโรงแรมที่เราเขียนไว้แล้วตอนที่แล้ว

แต่…เจอเหมียวมีหนวดก่อนกลับเข้าโรงแรมด้วยนะ ^O^

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 6 : ที่กินที่เที่ยวในเชียงใหม่

สานเสนวิลล่า

วันนี้เรานัดเพื่อนๆ ที่เรียนมาด้วยกันตอนอยู่เชียงใหม่ เรานัดกันมากินข้าวที่ร้านสามเสนวิลล่า แต่เราทานได้ไม่มากเพราะปวดท้องอยู่ เพื่อนๆ บอกว่าที่นี่มีเบียร์วุ้นที่อร่อยๆ ด้วย โดมก็สั่งมากินกับเพื่อนๆ เรา โดมบอกว่าอร่อยดี 🙂

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 6 : ที่กิน ที่เที่ยว ในเชียงใหม่

ริมแม่น้ำปิง

พอเราทานข้าวกันเสร็จเราก็มาลอยกระทงกันที่ริมแม่น้ำปิงแถวๆ ตลาดวโรรส วันนั้นยังไม่ใช่วันลอยกระทงจริงๆ แต่ก็มีน้องๆ นักเรียนมาขายกระทงกันอยู่บ้างก็เลยซื้อมาลอยกัน เราก็ลอยกับโดม

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 6 : ที่กินที่เที่ยวในเชียงใหม่

นี่เป็นกระทงของเรา ^ ^

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 6 : ที่กินที่เที่ยวในเชียงใหม่

พอลอยเสร็จเราก็ปล่อยโคมลอยกันแบบมั่วๆ ปล่อยกันไม่ค่อยเป็น 555 แล้วก็เล่นประทัดกันนิดหน่อยด้วย เล่นไปก็กลัวไป 555 สนุกดีนะ ได้อยู่กับเพื่อนๆ ที่ไม่ได้เจอกันมาตั้ง 10 ปีเพื่อนๆ เปลี่ยนกันไปเยอะเลย ดีนะที่มี Facebook ทำให้เรายังนัดเจอกันได้อยู่ 🙂

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 6 : ที่กินที่เที่ยวในเชียงใหม่

ซูชิจิโระ

วันต่อมาเป็นวันสุดท้ายแล้วของทริปนี้ เราไปซื้อของฝากที่ตลาดวโรรส และฝากของไว้ที่โรงแรมก่อนมาเดินหาของกินกัน อย่างที่บอกไปตอนแรกๆ ว่าเราใช้ Foursquare ในการหาร้านอาหาร วันนี้เราก็เจอร้าน “ซูชิ จิโระ” ที่โดมอยากลองมาก เพราะชื่อเหมือนร้านดังของญี่ปุ่นก็เลยเดินตามแผนที่ไป

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 6 : ที่กินที่เที่ยวในเชียงใหม่

ปรากฎว่าเจอร้านแต่…ร้านหยุดทุกวันที่ 7, 17, 27 และวันนั้นเป็นวันที่ 27 ค่ะ!!! ก่อนหน้าที่เราเดินไปที่ร้านหอมปากหอมคอที่อยู่ในนิมมานซอย 1 กันร้านก็ปิดทุกวันอังคาร และวันนั้นเป็นวันอังคาร!!

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 6 : ที่กินที่เที่ยวในเชียงใหม่

Shirayuri (ชิรายูริ)

พอเฟลจากร้านจิโระก็เลยตามหาร้านซูชิ เดินมาจนถึงร้านนี้ที่เราเจอระหว่างทางตอนขามาแล้ว แต่เห็นเมนูหน้าร้านแล้วแอบถอยทัพไปเพราะราคาค่อนข้างสูง แต่พอเดินกลับมาเจอพนักงานร้านพอดี พนักงานแนะนำอาหารในร้านให้ซึ่งก็มาร้านไม่แพงมากอยู่บ้างก็เลยลงเอยที่ร้านนี้ “ร้านก็อตซิลล่า”

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 6 : ที่กินที่เที่ยวในเชียงใหม่

จำไม่ได้ว่าสั่งอะไรไปบ้าง แต่ที่แน่ๆ ในทุกร้านที่ไปกินมาในเชียงใหม่ของทริปนี้ เราชอบร้านนี้ที่สุด อาหารอร่อย ได้เยอะ พนักงานบริการดีมากๆ ให้คะแนนเต็ม 10 เลยค่ะ

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 6 : ที่กินที่เที่ยวในเชียงใหม่

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 6 : ที่กินที่เที่ยวในเชียงใหม่

Librarista

พอกินข้าวแล้วเราก็มาต่อกันที่ร้านนี้ เพื่อนั่งพักฆ่าเวลาไปชิลๆ เป็นร้านที่เป็นร้านกาแฟผสมกับห้องสมุด เข้าไปแล้วอยากมีร้านเป็นของตัวเองบ้าน

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 6 : ที่กินที่เที่ยวในเชียงใหม่

หนังสือในร้านก็ค่อนข้างดี เหมือนเป็นห้องสมุดในบ้านเราแบบนั้น ก็อ่านไปเล่มสองเล่ม และก่อนกลับก็ให้หนังสือเที่ยวเชียงใหม่ไว้ที่ร้านอีก 1 เล่มเพราะขี้เกียจหิวกลับ 555

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 6 : ที่กินที่เที่ยวในเชียงใหม่

ไอศครีมกดกริ่ง

ร้านไอศครีมกดกริ่งเป็นอีกร้านที่น่าสนใจเพราะเป็นร้านที่ไม่ต้องมีหน้าร้าน ไม่ต้องมีคนมาเฝ้าให้เสียแรง แต่ให้ลูกค้ามากดกริ่งเรียกเพื่อซื้อสินค้าแทน สำหรับเราถือว่าเป็นโมเดลที่น่าสนใจดีสำหรับคนที่อยากมีรายได้เสริมค่ะ

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 6 : ที่กินที่เที่ยวในเชียงใหม่   ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 6 : ที่กินที่เที่ยวในเชียงใหม่

หลังจากเราซื้อไอติมแล้วเราก็เดินตั้งแต่ซอยนั้นไปเรื่อยๆ เจอร้านน่าสนใจหลายร้านเลย เห็นแล้วก็อยากเปิดบ้าง เดินไปจนค่ำแล้วก็พักทานขนมปังนิดหน่อยแล้วก็กลับไปที่โรงแรมเพื่อเดินทางไปสนามบินขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพ
สำหรับเตย ทริปนี้เป็นทริปที่ชอบมากอีกทริปนึง ทั้งสนุก ทั้งได้เจอเพื่อนใหม่และเพื่อนเก่ามากมาย ได้ไอเดีย ได้พักอยู่ห่างจากคอมพิวเตอร์บ้าง แล้วก็เปลี่ยนความคิดนิดหน่อยเรื่องการย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด เพราะจริงๆ เป็นคนติดความสะดวกสบาย แต่ปายกลับทำให้เรารู้สึกอยากอยู่ต่างจังหวัดไปนานๆ เตยชอบความเรื่อยๆ สบายๆ ของปายนะ ไม่ต้องดิ้นรนให้มากอย่างที่ใช้ชีวิตอยู่ทุกวันนี้ ว่าแล้วก็อยากไปเที่ยวอีก…ทริปต่อไปเป็นที่ไหนดีนะ?

ตอนอื่นๆ ของทริปปาย-เชียงใหม่

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 5 : ทริปครึ่งวันไป ถ้ำลอด – Coffee in Love

หลังจากที่ไปทริป 1 วันไปปาย-ปางอุ๋ง-กิ่วลมแล้วเจอเพื่อนใหม่ก็เลยชวนกันมาเที่ยวกันอีกสักครึ่งวัน ก็นัดกันไว้ว่าอยากไปจุดชมวิวกิ่วลมที่เราไปดูพระอาทิตย์ตก แต่คราวนี้เราอยากไปดูพระอาทิตย์ขึ้นบ้างค่ะ แล้วก็ตามด้วยถ้ำลอดปางมะผ้า หมู่บ้านจีนยูนานค่ะ

วันนี้คนที่จะพาเราไปเป็นคุณลุงอีกคนนึงค่ะ คุณลุงมารับเราที่บ้านตะวัน เวลาตี 5 วันนี้ระหว่างทางไปดูพระอาทิตย์ขึ้นเราไม่ได้หลับกันค่ะ และอากาศก็เย็นขึ้น เราก็เลยนั่งดูวิวไปเรื่อยๆ เห็นดาวเต็มท้องฟ้าเลยค่ะ ไม่ใช่แค่ดาวดวงใหญ่ๆ นะคะ แต่เป็นดาวดวงเล็กๆ เต็มฟ้าเลยค่ะ สวยมากๆ สามารถมองเห็นดาวได้ตลอดทางจนถึงจุดชมวิวเลยค่ะ

ดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ จุดชมวิวกิ่วลม

วันนี้เราไปถึงที่จุดชมวิวกิ่วลมค่อนข้างเร็ว พอไปถึงฟ้าก็เลยยังมืดอยู่ก็เลยยืนรอฟ้าสว่างกัน อากาศก็เย็นเตยก็เลยกระโดดๆๆๆ ให้ร่างกายอุ่นๆ กระโดดจนเหนื่อยเลย 55555

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 5 : ทริปครึ่งวันไป ถ้ำลอด - Coffee in Love

 

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 5 : ทริปครึ่งวันไป ถ้ำลอด - Coffee in Love

 

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 5 : ทริปครึ่งวันไป ถ้ำลอด - Coffee in Love

 พระอาทิตย์เริ่มขึ้นแล้วค่ะ

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 5 : ทริปครึ่งวันไป ถ้ำลอด - Coffee in Love

 Hello sun 🙂

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 5 : ทริปครึ่งวันไป ถ้ำลอด - Coffee in Love

ช่างภาพจำเป็น

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 5 : ทริปครึ่งวันไป ถ้ำลอด - Coffee in Love

 ฝั่งนี้คือที่เราดูพระอาทิตย์ตกเมื่อวาน วันนี้มีแต่ทะเลหมอก

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 5 : ทริปครึ่งวันไป ถ้ำลอด - Coffee in Love

 ถ่ายรูปกับ @dominixz

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 5 : ทริปครึ่งวันไป ถ้ำลอด - Coffee in Love

 รูปจาก @dominixz ตอนทุกคนมีทางของตนเอง 5555

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 5 : ทริปครึ่งวันไป ถ้ำลอด - Coffee in Love

 

ถ้ำลอดปางมะผ้า

หลังจากออกจุดชมวิวกิ่วลม เราก็ไปกันต่อที่ “ถ้ำลอดปางมะผ้า” เราไปเป็นกลุ่มแรกและถ้ำยังไม่เปิดให้เข้าได้ด้วยค่ะ เราก็เลยทานข้าวและจ่ายค่าเข้าที่ด้านหน้า แล้วก็เจอเด็กๆ ขายอาหารปลากันเป็นแถว พยายามพูดให้เราซื้ออาหารปลากับตนเอง จากคราวก่อนเราไปที่น้ำตกแล้วไม่ค่อยเจอปลาก็เลยตัดสินใจซื้อช้า เด็กคนนึงก็พูดขึ้นมาว่า “พี่ซื้อหน่อยนะคะ ไม่สงสารหนูบ้างหรอ” แหม พี่ว่าพี่น่าสงสารมากกว่าอีกนะ รุมขายกันขนาดนี้ 555 สุดท้ายก็ซื้อมา 1 ถุงใหญ่กับเด็กคนนึง พอซื้อแล้วเด็กคนอื่นก็โวยวายว่าทำไมไม่ซื้อกับหนู! – -”

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 5 : ทริปครึ่งวันไป ถ้ำลอด - Coffee in Love

เราจะเข้าถ้ำลอดด้วยการนั่งแพเข้าไปค่ะ ข้างในจะมี 3 จุดที่เราจะลงเดินเท้าไปดูค่ะ มีถ้ำเสาหิน ถ้ำตุ๊กตา ถ้ำผีแมน เข้าไปปลาก็เยอะอย่างที่น้องๆ บอกจริงๆ นั่นแหล่ะค่ะ ตัวใหญ่ๆ ทั้งนั้นเลยเห็นแล้วนึกถึงปลาที่ท่าเรือวัดระฆังค่ะ

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 5 : ทริปครึ่งวันไป ถ้ำลอด - Coffee in Love

ถ้ำเสาหินจะเป็นถ้ำที่มีม่านหินย้อย หินกากเพชร เป็นหินย้อนที่มีประกายวาวๆ สวยๆ ค่ะ ส่วนถ้ำตุ๊กตาจะเป็นถ้ำที่มีรูปร่างประหลาดๆ ส่วนถ้ำสุดท้ายเป็นถ้ำผีแมน เป็นถ้ำที่อดีตใช้ฝังศพทำให้ในถ้ำเต็มไปด้วยโลงศพไม้ค่ะ

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 5 : ทริปครึ่งวันไป ถ้ำลอด - Coffee in Love

สุดทางของถ้ำลอด หน้าทางขึ้นถ้ำผีแมนซึ่งเป็นถ้ำสุดท้ายของถ้ำลอดที่มีขี้นกตรึม ทางขึ้นก็สูงและชันมาก และที่ปากถ้ำผีแมนมีเรื่องตื่นเต้นนิดหน่อยคือ เจอซากงูลอกคราบ! เราเดินต่อจากคนนำทางซึ่งพอเห็นเค้าก็ทำท่าตื่นเต้นมากแล้วชี้ให้ดูว่ามีซากงูลอกคราบ เจอแบบนั้นเข้าไปเตยกระโดดหนีไป 3 เมตร บึ๋ยยย คิดแล้วก็ขนลุก

หมู่บ้านจีนยูนนาน

หลังจากออกมาจากถ้ำลอด เราก็เดินทางไปกันที่หมู่บ้านจีนยูนาน ที่นี่บรรยากาศสวยดี ฟ้าใส มีต้นไม้เขียวค่ะ

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 5 : ทริปครึ่งวันไป ถ้ำลอด - Coffee in Love

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 5 : ทริปครึ่งวันไป ถ้ำลอด - Coffee in Love

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 5 : ทริปครึ่งวันไป ถ้ำลอด - Coffee in Love

เราได้เล่นชิงช้าไม้ สนุกและเครียดในเวลาเดียวกัน ถ้าเราเกาะไม้ถูกวิธีตามที่เค้าบอกเราก็จะไม่หลุด แต่ถ้าเราเกาะผิดวิธีก็อาจจะตกลงมาได้เพราะชิงช้าก็ไม่ได้มีที่ป้องกันอะไรให้เราเลยค่ะ

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 5 : ทริปครึ่งวันไป ถ้ำลอด - Coffee in Love

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 5 : ทริปครึ่งวันไป ถ้ำลอด - Coffee in Love

 พอเล่นเสร็จก็มาเจอว่ามีชิงช้าไม้ที่ตัวเล็กกว่าและดูปลอดภัยกว่าเยอะ!!!

คราวนี้เราอยู่ได้ไม่นานเพราะคนอื่นๆ ต้องรีบกลับไปให้ทันรถเข้าเชียงใหม่เที่ยวบ่ายโมง แต่เรายังอยากไปที่ Coffee in Love ซึ่งเป็นแผนแรกของเราก่อนที่จะเปลี่ยนมาเที่ยวทริปครึ่งวันนี้ เราก็เลยขอให้คุณลุงพาเราไปที่ Coffee in Love หลังจากที่ส่งคนอื่นๆ เรียบร้อยแล้ว

Coffee in Love

ที่นี่เป็นเหมือนที่ๆ ทุกคนต้องมาถ้ามาที่ปาย เราไปถึงกันตอนประมาณเที่ยง แดดเปรี้ยงๆ เลยค่ะ ร้อนมาก แต่วิวก็สวยมากๆ ที่นี่

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 5 : ทริปครึ่งวันไป ถ้ำลอด - Coffee in Love

 

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 5 : ทริปครึ่งวันไป ถ้ำลอด - Coffee in Love

 บ้านหลังนี้ได้ยินว่าเป็นบ้านของเจ้าของ Coffee in Love ค่ะ สวยทีเดียวเลยค่ะ

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 5 : ทริปครึ่งวันไป ถ้ำลอด - Coffee in Love

 พอเดินดูรอบๆ แล้วก็มาพักทานเค้กกันหน่อย วันนี้คนเยอะมากคงเพราะเป็นวันเสาร์ด้วย

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 5 : ทริปครึ่งวันไป ถ้ำลอด - Coffee in Love

อันนี้เป็นเค้กของโดม จำชื่อไม่ค่อยได้

ทริปปาย-เชียงใหม่ ตอนที่ 5 : ทริปครึ่งวันไป ถ้ำลอด - Coffee in Love

ส่วนอันนี้ก็ของเรา ส่วนรสชาติก็เฉยๆ ถือว่าโอเคไม่แย่มาก แต่ที่กรุงเทพมีอร่อยๆ กว่านี้เยอะ

ตอนอื่นๆ ของทริปปาย-เชียงใหม่