Select Page

ทริป 1 วัน 4 เกาะ (เกาะมันใน, เกาะมันกลาง, เกาะทะลุ และเกาะกุฎี)

ด้วยความอยากไปเที่ยวใกล้ๆ กรุงเทพแบบไม่ต้องลาหยุดและใช้เงินไม่แพง หาอยู่หลายที่สุดท้ายมาจบที่ทริปดำน้ำ snorkeling ที่ระยอง คือเกาะมันใน, เกาะมันกลาง, เกาะทะลุ และเกาะกุฎี ใช้บริการของบ้านสังข์ทัวร์ เราออกจากกรุงเทพกันตั้งแต่ตี 5 มีเพื่อนขับรถรับแต่ละคนตามบ้าน ซึ่งโชคดีที่อยู่โซนเดียวกัน ไปถึงที่จุดนัดพบประมาณ 8 โมง จอดรถแล้วเดินออกไปหาอะไรกินข้างนอกซึ่งแอบหายากนิดนึง ร้านส่วนใหญ่ยังไม่เปิดกัน กินเสร็จแล้วกลับมาเช็คชื่อ จ่ายเงินที่เหลือแล้วนั่งรอเวลาเรือออกซึ่งตามกำหนดการเรือออกเวลา 9 โมงครึ่ง

เกาะมันใน

ใช้เวลาไม่นานมากมาถึงศูนย์เพาะพันธุ์เต่า มีเต่าอายุน้อยที่รอปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติ, เต่าอายุมาก และเต่าป่วยที่กำลังรักษาอยู่

เกาะมันกลาง

ออกจากเกาะมันในมาดูทะเลแหวก (ที่ไม่แหวกให้เราเห็น) ตรงนี้มีหินให้ถ่ายรูปกันได้ ตรงนี้เตยเปียกไปแล้วครึ่งตัวเพราะน้ำสูง เดินๆ ไป อ้าวน้ำถึงสะโพกแล้ว แต่น้ำใสมาก ไม่คิดมาก่อนว่าโซนระยองยังมีน้ำใสๆ แบบนี้อยู่

ทริป 1 วัน 4 เกาะ (เกาะมันใน, เกาะมันกลาง, เกาะทะลุ, เกาะกุฎี)

เกาะทะลุ

เรามาพักกินข้าวที่เกาะทะลุบนเกาะคนเยอะมาก คนจีน เกาหลีเต็มไปหมดเลย แต่ยังไม่ถึงขั้นแออัด อาหารที่มีให้ก็ค่อนข้างดี มีผลไม้ให้กินด้วย พอกินเสร็จเราก็ไปเดินจุดชมวิวกัน ทางเดินก็ค่อนข้างโหดและชันนิดนึงต้องมีโหนเชือกกันบ้าง ยิ่งส่วนใหญ่ใส่รองเท้าแตะกันมาก็ยิ่งเดินยาก ในรูปข้างล่างเป็นรูปทางเดินแบบธรรมดา ขึ้นไปถึงแล้วก็สวยดีแต่ว่าคงไม่ขึ้นไปอีกรอบ ขออยู่ดำน้ำตรงหน้าหาดดีกว่า น้ำใสแล้วปลาเยอะมากกกกกก ปลาสวยๆ ทั้งนั้น ปลื้มตรงนี้ที่สุดแล้ว

ทริป 1 วัน 4 เกาะ (เกาะมันใน, เกาะมันกลาง, เกาะทะลุ, เกาะกุฎี)

ทริป 1 วัน 4 เกาะ (เกาะมันใน, เกาะมันกลาง, เกาะทะลุ, เกาะกุฎี)

ที่หาดมีเปลนอนให้เช่า 20 บาท เช่ามานอนดูวิวรอเวลาไปดำน้ำ

ทริป 1 วัน 4 เกาะ (เกาะมันใน, เกาะมันกลาง, เกาะทะลุ, เกาะกุฎี)

พอถึงเวลาทีมงานก็มาเรียกไปขึ้นเรือเพื่อไปดำน้ำที่ใต้จุดชมวิวที่เราเพิ่งปีนขึ้นไป แนะนำตรงนี้ว่าให้ดำน้ำส่วนในถ้ำแล้วว่ายกลับไปทางเดิม อย่าทะลุมาอีกฝั่งเหมือนเตยเพราะคลื่นด้านนอกแรงมาก กว่าจะว่ายไปถึงเรือนี้เรียกว่าเหนื่อย ยิ่งเตยว่ายน้ำไม่แข็ง นึกว่าจะเอาชีวิตไม่รอดซะแล้ว

ทริป 1 วัน 4 เกาะ (เกาะมันใน, เกาะมันกลาง, เกาะทะลุ, เกาะกุฎี)

ทริป 1 วัน 4 เกาะ (เกาะมันใน, เกาะมันกลาง, เกาะทะลุ, เกาะกุฎี)

ทริป 1 วัน 4 เกาะ (เกาะมันใน, เกาะมันกลาง, เกาะทะลุ, เกาะกุฎี)

ทริป 1 วัน 4 เกาะ (เกาะมันใน, เกาะมันกลาง, เกาะทะลุ, เกาะกุฎี)

ทริป 1 วัน 4 เกาะ (เกาะมันใน, เกาะมันกลาง, เกาะทะลุ, เกาะกุฎี)

เกาะกุฎี

เกาะสุดท้ายคือเกาะกุฎี ด้วยความที่มีคนในทริปไม่ดำน้ำเลยสักจุด ไกด์เลยจะพาไปรอบนเกาะ ไกด์ก็ถามว่าจะมีใครรอที่เกาะอีกไหม สรุปรอกันทั้งเรือ 55555 จริงๆ เตยอยากไปดำน้ำแต่เห็นทุกคนอยู่เกาะกันก็เลยอยู่เกาะด้วย

พักกันสัก 20 นาทีได้มั้งคะ ก็กลับกัน บนเรือมีขนมเตรียมไว้ให้กินเพียบเลย ก่อนกลับก็แวะเกาะนึงที่มีหินเป็นสีชมพู จำชื่อเกาะไม่ได้

ทริป 1 วัน 4 เกาะ (เกาะมันใน, เกาะมันกลาง, เกาะทะลุ, เกาะกุฎี)

เรากลับถึงฝั่งประมาณ 4 โมงกว่า ที่โรงแรมมีห้องให้เปลี่ยนชุดและอาบน้ำได้ แต่คุยกับเพื่อนแล้วว่าต้องรอคิวนานแน่นอนแถมตัวก็ไม่ได้เปียกกันเท่าไหร่ ก็เลยเอาผ้าเช็ดตัวมารองนั่งแล้วไปที่โรงแรมที่จองไว้กันเลย รวมๆ แล้วถือว่าเป็นทริปพักผ่อนที่ไม่น่าเบื่อเกินไปแต่ก็ไม่เหนื่อยเกินไป เหมาะกับเป็นทริปเที่ยววันเสาร์อาทิตย์แบบนี้แหล่ะ

สำหรับใครที่สนใจทริปนี้ติดต่อได้ที่บ้านสังข์ทัวร์นะคะ

เครื่องเขียนที่พกไปเที่ยวด้วย

ตั้งแต่เริ่มโปรเจค 100 days of painting เวลาไปเที่ยวเตยมักพกเครื่องเขียนบางส่วนไปเพ้นท์ด้วย โดยเฉพาะทริปล่าสุดที่ไประนอง พกไปเยอะมากเลย แต่ก็ถือว่าคุ้มเพราะใช้เกือบหมดทุกอย่าง บางทริปอย่างเชียงใหม่ที่เตยรู้ว่าแถวที่พักมีร้านเครื่องเขียนเตยจะไม่พกสีไป แต่ไปซื้อที่โน้นแล้วพกกลับมาแทน หรือไม่ก็ส่งไปรษณีย์กลับมาที่กรุงเทพถ้าเกิดเป็นทริปยาวๆ วันนี้เตยจะมาสาธยายว่าเตยพกอะไรไปกันบ้าง

เครื่องเขียนที่พกไปเที่ยวด้วย

สี

ส่วนใหญ่ที่ไปเที่ยวในประเทศเตยมักนั่งเครื่องบินแบบ low cost ซึ่งมักไม่มีแถมค่าสัมภาระให้โหลดใต้เครื่อง ทำให้พกสีหลอดขึ้นเครื่องได้ไม่มาก เตยมักจะใช้สีน้ำในทริปนั้น โดยการบีบใส่หลุมแล้วปล่อยให้แห้ง หรือใส่สีน้ำของ Koi Sakura ส่วนสีอะคริลิคเตยเคยพกขึ้นเครื่องเป็นหลอดเล็กๆ หลอดเดียวก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่เคยอ่านเจอว่าที่ต่างประเทศบางที่เค้าไม่ให้เอาขึ้น

พู่กัน

เตยมักพกไปทั้งแบบปกติและแบบแท้งค์แต่ก่อนขึ้นเครื่องก็เอาน้ำออกก่อน เตยไม่ค่อยวาดรูปบนเครื่องอยู่แล้วเพราะเมาเครื่องง่าย พู่กันขนาดที่มักพกไปเที่ยวที่ชอบทีสุดคือพู่กันของ ikea ที่มีด้ามสั้น น่ารัก พกพาสะดวก ตัวพู่กันก็คุณภาพใช้ได้อยู่ค่ะ

เครื่องเขียนที่พกไปเที่ยวด้วย

สมุดหรือกระดาษ

ช่วงนี้แยกสมุดเป็นสองเล่มคือเล่มที่เอาไว้จดงานและบันทึกความคิดโดยใช้สมุดของ Muji อีกเล่มเอาไว้เป็น Art Journal และจด Quote ที่ชอบ ใช้ของ MD notebook ทุกวันนี้ออกนอกบ้านก็เป็นบ้าหอบฟางพกไปสองเล่ม เวลาไปเที่ยวนอกจากสองเล่มนี้เตยก็พกสมุด sketch เล่มเล็กอีก 1 เล่มที่ได้มาจากฮ่องกง แล้วก็พกกระดาษวาดเขียนของ Canson ไปด้วยอาจเป็นขนาด A3 หรือ A4 แล้วแต่ทริป

ดินสอ

เตยเพิ่งเริ่มมาพกดินสอก็เมื่อไม่นานมานี้ที่ใช้ดินสอแต่งภาพด้วย พกแท่งเดียว 2B ของ Faber Castel ไม่ได้ซื้อมา แต่ก็ไม่รู้ว่าได้มาจากไหน 555 เมื่อก่อนจะมีปลอกดินสอไว้กันเลอะ ตอนนี้ก็หาไม่เจอว่าปลอกดินสอนั้นหายไปไหนแล้ว

ปากกา

เตยพกอยู่แล้ว เอาไว้จดบันทึก เตยชอบใช้ Pigma ของ Sakura ปกติพกอันเดียว แต่ถ้าช่วงนั้นซื้อมาเยอะก็จะพกหลายๆ สีด้วย ถ้าเอาหนังสือไปอ่านด้วยก็จะพกปากกาไฮไลท์ไปด้วย ชอบของ Mildliner สีนุ่มดี

หลักๆ เตยพกเครื่องเขียนแค่นี้ ส่วนใหญ่เตยเที่ยวแบบแบคแพค บางทีก็ไปเที่ยวคนเดียวเลยพยายามที่จะพกไปให้น้อยที่สุด บางทีวาดเสร็จแล้วก็ส่งรูปที่วาดเสร็จกลับทางไปรษณีย์ บางทริปที่รู้ว่าโหดไม่มีเวลานั่งเรื่อยเปื่อยแน่นอนก็จะพกแค่สมุดจดกับปากกาหนึ่งด้ามเท่านั้น

ถึงเตยจะพกเครื่องเขียนไปด้วยแบบนี้แต่ถ้าอยู่กับเพื่อนหรือไปทำกิจกรรมเตยก็ไม่พกไปนะคะ สุดท้ายแล้วความทรงจำเรานี้แหล่ะที่ดีที่สุด

 

ดำน้ำ Snorkel ที่เกาะในพม่า

หลังจากที่ออกจากเกาะพยาม จังหวัดระนอง เราก็ไปพักที่โรงแรมเรืองราษฏร์ซึ่งอยู่ในตัวเมืองระนองเพื่อเตรียมตัวไปดำน้ำกันต่อในวันรุ่งขึ้น จากท่าเรือเกาะพยามเข้าตัวเมืองเรามีรถที่จ้างเหมารวมไว้มารับ วันรุ่งขึ้นรถคันเดิมก็มารับเราไปส่งที่ท่าเรือแกรนด์อันดามัน

เพื่อนจองทัวร์ไว้กับ Grande Travel ชื่อทัวร์ 4 เกาะ หัวใจมรกต Day trip มีเกาะหัวใจมรกต (Cock’s Comb Island), เกาะฮอร์สชู (Horse Shoe Island), เกาะตาฟุ๊ก (Dunkin Island) และเกาะย่านเชือก (ZedetkyiKyun Island)

ไปดำน้ำที่เกาะในพม่ามา สวยมากกกก

ด้วยความที่เป็นการข้ามแดนไปที่ประเทศพม่า เราจึงต้องทำเรื่องเข้าและออกประเทศที่เกาะสน ประเทศพม่าก่อน ไกด์จะจัดการให้เราเรียบร้อย ไม่ต้องทำอะไรเลย เตรียม passport ไปอย่างเดียวเพราะคนไทยสามารถทำเรื่องขอผ่านแดนชั่วคราวได้เหมือนเวลาที่เราไปแม่สาย มีข้อแม้คือต้องกลับมาภายในวันเดียวกัน ส่วนต่างชาติที่ไม่ใช่คนไทยต้องทำวีซ่าหมดเพราะด่านนี้เป็นด่านเล็ก ไม่ใช่ด่านตรวจคนเข้าเมืองใหญ่ๆ อย่างในสนามบินหลักของพม่า

เตยเคยไปทัวร์ดำน้ำตื้นมา 4-5 ครั้งแล้ว เรือของทัวร์คราวนี้ใหม่สุด ดูคุณภาพดีสุดแล้ว เสื้อชูชีพและอุปกรณ์ดำน้ำสภาพยังดีอยู่ ดูพนักงานช่วยงานกันดี บริการดี ไกด์ก็ช่วยเหลือดี ก่อนลงไกด์จะถามว่าใครว่ายน้ำไม่เป็นแล้วก็ช่วยพากันลงน้ำ คอยพาไปชี้ๆ ว่าตรงนี้คืออะไร ตรงนั้นคืออะไร

เกาะแรกที่เราไปกันคือ เกาะหัวใจมรกต (Cock’s Comb Island) ซึ่งต้องลอดถ้ำเข้าไปนิดหน่อย ถ้าน้ำขึ้นก็จะปิดทางเข้า โชคดีที่เตยไปน้ำกำลังดี เข้าไปก็จะดำไม่ลึก บางจุดก็พอจะยืนได้นะ แต่ไม่ควรยืนเพราะจะเหยียบปะการังและหอยเม่นได้ น้ำก็ใสดี มีคนเห็นนีโม่ด้วย เตยก็ไม่เห็น 555

ตอนนั้นรู้สึกตื่นๆ กังวลไปหมดเพราะเป็นครั้งแรกที่ดำน้ำหลังจากหัดว่ายน้ำแล้วและเป็นครั้งแรกที่ลงน้ำแบบไม่เกาะคนอื่นลอยไป ที่สำคัญมีประจำเดือนด้วย สำหรับสาวๆ ที่มีประจำเดือนวันนั้นพอดี ถ้ามาไม่เยอะแนะนำให้ใส่ผ้าอนามัยแบบสอด เลือกแบบที่มีพลาสติกช่วยใส่จะใส่ง่ายกว่า ประจำเดือนจะไม่มาตอนเราอยู่ในน้ำค่ะ แต่จะมาตอนเราขึ้นมาบนเรือแล้ว ถ้ามีห้องน้ำในเรือก็เปลี่ยนบนเรือได้ค่ะ (เตรียมถุงหรือกระดาษไปห่อขยะด้วยเน้อ)

ไปดำน้ำที่เกาะในพม่ามา สวยมากกกก

ไปดำน้ำที่เกาะในพม่ามา สวยมากกกก

เกาะต่อมาคือ เกาะฮอร์สชู (Horse Shoe Island) เป็นที่ๆ เราแวะกินข้าว บอกเลยว่าอาหารอลังการงานสร้างมาก ใช้เวลาที่นี่ค่อนข้างนาน เน้นกินข้าว ถ่ายรูป ลองไปดำน้ำดูก็ไม่เห็นมีอะไรเลย อย่าลืมไปถ่ายรูปตรงหัวเรือนะคะ งามมาก

ไปดำน้ำที่เกาะในพม่ามา สวยมากกกก

ไปดำน้ำที่เกาะในพม่ามา สวยมากกกก

ไปดำน้ำที่เกาะในพม่ามา สวยมากกกก

กินข้าวอิ่มแล้วเราก็ไปกันที่เกาะตาฟุ๊ก (Dunkin Island) เตยชอบที่นี่ที่สุด ถือว่าเป็นจุดพีคกว่าที่ไหนๆ ไกด์โม้ไว้ว่าหาดทรายนิ่มเหมือนแป้งขนมปัง ซึ่งนิ่มจริงๆ หาดสวยมาก ขาวมากๆ น้ำก็ใสมาก นั่งแช่น้ำดูวิวแค่นี้ก็ฟินแล้ว ที่นี่ก็เหมาะแก่การถ่ายรูปเหมือนกัน แต่นั่งแช่น้ำจนฟิน ลืมเรื่องรูปไปเลย

ไปดำน้ำที่เกาะในพม่ามา สวยมากกกก

ไปดำน้ำที่เกาะในพม่ามา สวยมากกกก

ไปดำน้ำที่เกาะในพม่ามา สวยมากกกก

ไปดำน้ำที่เกาะในพม่ามา สวยมากกกก

เกาะสุดท้ายคือ เกาะย่านเชือก (ZedetkyiKyun Island) ที่นี่มีปลาและปะการังหลากหลายดีค่ะ แต่เพราะก่อนหน้านี้มีพายุ น้ำก็จะไม่ค่อยใส เตยชอบปลาที่นี่หลายตัวสีสวยดี เห็นแล้วอยากเพ้นท์รูปเลยค่ะ  ที่นี่เตยไม่ได้ถ่ายรูปไว้ แต่ว่าฝากกล้องไว้ที่เพื่อนให้ช่วยถ่ายวิดีโอให้ ดูได้ข้างบนเลยนะคะ

ไปดำน้ำที่เกาะในพม่ามา สวยมากกกก

 

หลังจากนั้นไกด์จะพาไปที่ท่าเรือโรงแรมแกรนด์อันดามัน (เกาะสน พม่า) เพื่ออาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วทานอาหารเย็นแบบบุฟเฟ่ต์ที่โรงแรม ตรงนี้เตยแนะนำให้เตรียมตัวมาอาบน้ำที่ข้างๆ สระว่ายน้ำแล้วค่อยเอาเสื้อผ้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำค่ะ เพราะว่าคนเยอะ แต่ห้องน้ำมีแค่ 2-3 ห้อง ถ้าเป็นต่างชาติต้องรีบกลับไปให้ทัน 6 โมงเพื่อทำเรื่องเข้าประเทศไทยค่ะ แต่คนไทยสามารถชิลต่อได้อีก 1-2 ชั่วโมงค่ะ

รวมๆ แล้วถือว่าเป็นทริปดำน้ำที่สนุกและประทับใจอีกทริปนึงเลย รู้สึกไม่เหนื่อยมากเหมือนทริปอื่นๆ ชอบที่สุดก็คือเกาะตาฟุ๊กนี่แหล่ะ สวยมาก ก.ไก่ล้านตัว อยากจะไปลอยน้ำแบบนั้นอีก

สุดท้ายขอขอบคุณภาพจากแพรวจ้า 🙂

พาเที่ยวเกาะพยาม ระนอง

เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมาเตยไปเที่ยวเกาะพยาม จังหวัดระนองมา รู้สึกประทับใจและอยากแบ่งปัน เตยเคยไปเกาะพยามมาแล้วเมื่อประมาณ 5 ปีก่อนเพื่อไปงานแต่งงานของเพื่อน แล้วประทับความเงียบสงบในเกาะก็เลยอยากกลับไปอีก แต่ก็ไม่ได้ไปสักทีเพราะเดินทางค่อนข้างยากเลยหาคนไปด้วยยากหน่อย จะไปคนเดียวก็ไม่กล้าเพราะอยากไปดำน้ำด้วยก็เลยอยากได้เพื่อนที่จะไปดำน้ำด้วยกันได้ และแล้วในที่สุดก็มีคนชวนไป ต้องขอบคุณงามๆ ที่มาชวน

แผนการของเพื่อนคือจะเดินทางมาเกาะพยามและค้างหนึ่งคืนแล้วกลับเข้าเมืองระนองเพื่อไปดำน้ำที่พม่าในวันถัดไปกลับมาพักที่ตัวเมืองระนองแล้วกลับกรุงเทพ แต่ว่าเตยเคยไปเกาะพยามแล้วและรู้ว่าแผนการแบบนี้จะค่อนข้างเหนื่อย อีกอย่างคืออยากเจอเพื่อน คุยกับเพื่อน และเตยชอบเที่ยวนานๆ ดูวิถีชีวิตของคนมากกว่าก็เลยตัดสินใจเดินทางไปก่อนสองวัน

การเดินทางไปเกาะพยาม

เมื่อหลายปีก่อนที่ไปเกาะพยามเตยใช้วิธีเช่ารถตู้ให้ไปส่งที่ท่าเรือเกาะพยาม โดยออกจากกรุงเทพ 4 ทุ่มถึงระนองประมาณ 6 โมงเช้า แวะตลาดในระนองแล้วค่อยไปที่ท่าเรือเพื่อขึ้นรถ ตอนนั้นจำได้ว่าพี่คนขับขับซิ่งมากกกกกก ซิ่งจนต้องตื่นมาลุ้น นึกว่าตัวเองเล่นรถไฟเหาะอยู่ ตอนนั้นไปกันหลายคน นั่งเต็มรถตู้ พอหารค่ารถแล้วถูกมากๆ ถ้าไปกันหลายคนจริงๆ วิธีนี้ก็ใช้ได้อยู่นะคะ ประหยัดและสะดวก

คราวนี้เดินทางคนเดียวเตยจึงใช้วิธีนั่งเครื่องบินไปลงที่สนามบินระนอง แล้วต่อรถไปที่ท่าเรือเกาะพยาม ตอนนี้เท่าที่ทราบคือมีแต่นกแอร์เท่านั้น แต่ก็ได้ข่าวมาว่าแอร์เอเชียกำลังจะเปิดเส้นทางนี้แล้วเหมือนกัน พอตัดสินใจได้ก็เปิดเว็บ Traveloka เช็คราคาตั๋วเครื่องบินก่อนเลยเพราะ Traveloka มีโปรโมชั่นอยู่ตลอดเวลา แถมดูราคาง่ายไม่ต้องคิดมากด้วย

เครื่องบินที่มาลงที่ระนองเป็นเครื่องบินเล็ก แบบที่ปีกอยู่ด้านบนแล้วใบพัดอยู่ด้านข้างทำให้เวลานั่งจะรู้สึกสั่นเล็กน้อย ขาไปเตยเช็คอินออนไลน์มาเร็วเลยได้ที่นั่งด้านหน้าๆ ไม่ค่อยรู้สึกสั่นมาก แต่ขากลับนั่งด้านหลังแถวๆ ปีกรู้สึกสั่นนิดๆ แต่ก็ไม่ได้แย่ถึงกับเวียนหัวอะไร เพื่อนๆ ที่ตามมาทีหลังบอกว่าตอนมาอากาศไม่ค่อยดีเครื่องบินเลยสั่นมากๆ น่ากลัวมาก เตยโชคดีที่ไม่ได้รับประสบการณ์นั้น

เกาะพยาม: ทางไปท่าเรือ

พอออกจากสนามบินมาจะเจอรถบัสจอดอยู่ด้านซ้ายของตัวอาคาร เป็นรถที่จะไปที่ท่าเรือ คนขับรถจะมาเก็บเงินก่อนรถออกโดยจะถามว่าจะจอง speedboat ด้วยไหม แต่เตยจองไว้แล้วจากเว็บ Ranong Ferry เลยจ่ายแค่ค่ารถ 200 บาท ส่วนค่า speedboat ราคา 350 บาท ถ้าจองไปกลับจากเว็บ Ranong Ferry ราคาจะถูกลง แต่ขากลับเตยจะกลับพร้อมเพื่อนเลยไม่ได้จอง ส่วนเพื่อนๆ เตยใช้วิธีเหมารถสองแถวให้ไปส่งที่ท่าเรือ, รับไปส่งในตัวเมือง และรับจากตัวเมืองไปส่งที่สนามบิน

ส่วนของเรือ speedboat จะใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงถึง 45 นาทีแล้วแต่ว่ามีแวะรับส่งคนที่เกาะใกล้ๆ รึเปล่า แต่ถ้าเป็นเรือ Ferry จะใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงแต่ราคาถูกลงมาก ครั้งแรกที่ไปเกาะพยามเตยก็ใช้บริการเรือนี้กลับเพื่อนๆ ขาไปก็สนุกดี แต่ขากลับเราก็เหนื่อยกันแล้วเนอะ หลับเป็นตายตลอดทาง ฮ่าๆ

เกาะพยาม: เรือ Ferry

การเดินทางภายในเกาะพยาม

มอเตอร์ไซต์ค่ะ ตรงท่าเรือจะมีร้านให้เช่ารถมอเตอร์ไซต์ค่ะ ส่วนตัวคิดว่าควรต้องขับแข็งหน่อยเพราะทางแคบและเป็นเนินขึ้นลงเยอะ ที่พักบางแห่งก็ไม่มีถนนเข้าไปต้องลุยป่านิดหน่อย แต่ว่าถ้าขับไม่เป็นก็ไม่เป็นไรค่ะ ที่นี่เขามีวินมอเตอร์ไซต์ค่ะ เตยเห็นบางคนก็เดินจากหาดนึงไปอีกหาดอยู่เหมือนกันนะคะ ถ้าใครชอบเดินใช้วิธีเดินเอาได้ค่ะเตยก็ขับรถไม่แข็งเหมือนกัน เวลาไปเที่ยวที่แบบนี้เตยก็มักจะใช้วิธีพักที่ๆ เราอยากเที่ยว แล้วก็เปลี่ยนโซนที่พักไปเรื่อยๆ แทน

เพื่อนกระซิบบอกมาว่า ตอนนี้เขามีแพลนที่จะทำถนนให้ครบรอบเกาะ อีกหน่อยน่าจะเดินทางไปสะดวกกว่าเดิมค่ะ

ที่พัก

ครั้งแรกที่เตยไปเกาะพยาม เตยพักที่ PP Land Beach ค่ะ ที่นี่เงียบและสันโดษมาก แต่ก็มีทุกอย่างให้ครบเลย มีสระว่ายน้ำ มีฟิตเนส มีร้านอาหาร มีแมว มีหมาให้เล่น (เดี๋ยวๆ) ใครต้องการความเป็นส่วนตัวสูง แนะนำให้มาที่นี่เลยค่ะ

มาเกาะพยามรอบนี้เตยอยากพักที่หาดเขาควายเพราะจำได้ว่าที่นี่พระอาทิตย์ตกสวยมาก เพื่อนก็เลยให้มาพักที่ Heaven beach resort อยู่หน้าหาดเลย มองจากที่นอนก็เห็นทะเลเลย สวยมากๆ ชอบมาก ห้องพักเป็นห้องพัดลมนะคะ มีน้ำอุ่นให้ มีน้ำให้เป็นถังเลย ห้องกว้างมาก ห้องน้ำก็กว้าง มีระเบียงหน้าบ้านให้ไปนั่งเล่นได้ เตยใช้พื้นที่ด้านหน้าห้องนี่แหล่ะเป็นสตูดิโอส่วนตัว นั่งวาดรูปบ้าง อ่านหนังสือบ้าง ชอบสุดก็ม้านั่งในห้องนี่แหล่ะ เป็นที่วางของและนอนเล่นที่ดีมากเลย

ข้างล่างนี้เป็นรูปที่พัก Heaven beach resort และหาดเขาควายหน้าที่พัก

ที่พักเกาะพยาม: Heaven Beach Resort

ที่พักเกาะพยาม: Heaven Beach Resort

ที่พักเกาะพยาม: Heaven Beach Resort

ที่พักเกาะพยาม: Heaven Beach Resort

ที่พักเกาะพยาม: หาดหน้า Heaven Beach Resort

ที่พักเกาะพยาม: Heaven Beach Resort

ที่พักเกาะพยาม: Heaven Beach Resort

ที่พักเกาะพยาม: Heaven Beach Resort

ความบันเทิงคือวันที่พักที่นี่…ฝนตกทุกวันคร่าาาา พระอาทิตย์ตกก็ไม่ได้เห็นเท่าไหร่ แล้วก็ไม่กล้าซ่ามากเดี๋ยวป่วยก่อนไปดำน้ำ สัญญาณมือถือในห้องก็ติดบ้างไม่ติดบ้างแต่ว่าที่หาดสัญญาณชัดมาก สรุปได้ใช้เวลากับตัวเองอย่างจริงจังเพราะไปไหนไม่ได้ เล่นน้ำก็ไม่ได้ 555 ที่สำคัญพอถึงวันกลับฟ้าใสแจ๋ว ลมดี แดดดีค่ะ เตยมาพร้อมฝนจริงๆ คร่าาท่านผู้โชมมม

สำหรับใครที่อยากพักห้องแอร์แต่ยังอยากพักที่หาดเขาควาย เตยแนะนำชมจันทร์ รีสอร์ทค่ะ

อาหารการกิน

ส่วนใหญ่เตยอยู่แต่ในรีสอร์ทก็เลยได้ทานอาหารของรีสอร์ทเป็นหลักค่ะ เมนูที่เพื่อนแนะนำคือยำสาหร่าย แต่เตยไม่ได้ทานเพราะช่วงนั้นเขาไปเก็บสาหร่ายมาให้ไม่ได้ อีกร้านคือร้านอาหารมังสวิรัตที่ชื่อ Cha & Chai Home ร้านอยู่ทางไปอ่าวใหญ่นะคะ ก่อนไปเพื่อนเคลมว่า อร่อยมากๆ ร้านนี้คนจะเต็มก่อนร้านอื่นตลอดเลยก็ยังไม่เชื่อนะ พอได้กินแล้ว..สมคำล่ำลือค่ะ อร่อยมากๆ เตยไม่ชอบกินมะเขือเทศและแตงกวา แต่อาหารที่เตยสั่งมามีทั้งสองอย่างนี้และเตยกินได้ทั้งสองเลย เป็นครั้งแรกในชีวิตที่รู้สึกว่าแตงกวาอร่อย จุดเด่นอีกอย่างของที่นี่คือมีเมนูเยอะมากกกกกกเหมือนรายงานส่งอาจารย์เลย สุดท้ายเตยใช้วิธีถามน้องๆ ในร้านว่าเมนูไหนดีแทนค่ะ ยอมแพ้ 555 แล้วเห็นเมนูเยอะ อย่าเผลอสั่งเยอะเกินไปนะคะ เพราะเขาให้เยอะมากด้วยเหมือนกัน กินไปตั้งนานกลับมามองอีกทีก็ยังเหลืออีกครึ่งจาน แต่ก็อร่อยจนกินหมดแหล่ะ พอเพื่อนๆ เตยมาก็เลยชวนไปกินอีกรอบแบบว่าอร่อยจนต้องซ้ำค่ะ ข้างล่างคือเมนูที่สั่งทั้งหมด ที่เตยชอบสุดก็คือนาโช่ค่ะ

ร้านอาหาร Cha & Chai Home ที่เกาะพยาม

ร้านอาหาร Cha & Chai Home ที่เกาะพยาม

ร้านอาหาร Cha & Chai Home ที่เกาะพยาม

ร้านอาหาร Cha & Chai Home ที่เกาะพยาม

ร้านอาหาร Cha & Chai Home ที่เกาะพยาม

ร้านอาหาร Cha & Chai Home ที่เกาะพยาม

สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมในเกาะ

โบสถ์กลางน้ำของวัดเกาะพยาม พระพุทธรูปยืนปางลีลาหันหน้าออกทะเล รอบๆ โบสถ์มีลักษณะคล้ายๆ ดอกบัวล้อมรอบโบสถ์อีกทีค่ะ สวยๆ เหมาะกับการถ่ายรูปค่ะ

โบสถ์วัดเกาะพยาม

อ่าวใหญ่ เพื่อนบอกอ่าวนี้จะใหญ่สุด ในหน้าไฮซีซั่นที่พักในหาดนี้จะเต็มก่อนเสมอ เท่าที่เตยไปก็เห็นว่าคนเยอะสุดนะคะ ร้านอาหารต่างๆ ก็เยอะด้วยเหมือนกัน คลื่นก็ค่อนข้างแรงและสูงด้วย เห็นคนฝึกโต้คลื่นที่นี่อยู่เหมือนกันค่ะ

อ่าวใหญ่ เกาะพยาม จังหวัดระนอง

อ่าวเขาควาย ที่นี่มีลักษณะคล้ายเขาควายก็เลยเรียกว่าอ่าวเขาควายค่ะ เป็นหาดที่เตยพักที่นี่มีหินทะลุ อันนี้เตยไม่ได้ไปแต่ทุกคนบอกสวย เหมาะกับการถ่ายรูป ส่วนหาดที่นี่สงบกว่าอ่าวใหญ่มาก ใครอยากได้ความสงบเตยก็แนะนำที่หาดนี้ค่ะ

หาดเขาควาย เกาะพยาม

ร้าน Magic shop ร้านขายเครื่องประดับทำมือ เสื้อผ้า งานฝีมือจากอินเดีย และขนมเค้ก คุกกี้ เป็นร้านเพื่อนเตยเอง ฮ่าๆ แต่ถึงจะไม่ใช้ร้านเพื่อนเตยก็จะแนะนำให้ไปแวะอยู่ดีเพราะของที่ได้จากร้านนี้แตกต่าง ไม่เหมือนกับที่ได้จากร้านอื่นๆ ในเกาะนี้แน่นอน แต่ถ้าใครเห็นเครื่องประดับสวยๆ แล้วอยากทำเองก็ไปลงเรียนได้ที่ Heavenly Jewelry Art Studio นะคะ อ่อร้านอาหารตรงข้ามร้าน Magic มีเมนูชาต้มยำ อยากให้ไปลองกันค่ะ

เกาะพยาม: Magic Shop

เกาะพยาม: Magic Shop

เกาะพยาม: Magic Shop

เกาะพยาม: Magic Shop

เกาะพยาม: Magic Shop

เกาะพยาม: Magic Shop

ข้างล่างนี้เป็นรูปสตูดิโอสอนทำเครื่องประดับ เข้าไปดูแล้วก็อิจฉา อยากมีสตูดิโอของตัวเองบ้างเหมือนกัน

เรียนทำเครื่องประดับที่เกาะพยาม

นอกจากนี้ก็มีเรียนโยคะ ถ้าใครอยากไปเล่นโยคะที่นั่นเตยเห็นป้ายโยคะอยู่เรื่อยๆ นะคะ ที่มีชัวร์ๆ คือที่ Cha & Chai Home แล้วก็เห็นมี workshop งานไม้ด้วย แต่ไม่ได้เข้าไปดู ที่นี่มีอะไรให้ทำเยอะอยู่นะคะ แต่ต้องหาให้เจอเท่านั้น ฮ่าๆ

อื่นๆ

เกาะพยามเหมาะที่จะไปเที่ยวช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคมนะคะ นอกนั้นฝนตกหนักมากค่ะ เตยไปช่วงต้นธันวาคมคนยังน้อยอยู่แล้วก็ยังมีฝนตกอยู่ เพื่อนบอกว่าปกติคนจะเยอะหลังกลางเดือนธันวาคมไปแล้วค่ะ

อ่อ ที่นี่หมาเยอะมากกกก ไปหาดไหนก็เจอหมา บางทีเจอเป็นสิบตัวค่ะ แต่หมาดูดีนะ บางตัวเหมือนเป็นพันธุ์ผสมหมาฝรั่งเลย แนะนำให้เตรียมตัวไปเล่นกับหมาค่ะ 555 ส่วนพลคนรักแมวอย่างเตย…เจอแมว 1 ตัวถ้วนค่ะ

มาเกาะพยามคราวนี้ได้รู้จักเกาะมากกว่าคราวที่แล้วเยอะมากและก็ยังชอบเกาะนี้เหมือนเดิม รู้สึกว่ามีพลังงานที่ดีในเกาะ ได้เจอคนดีๆ ตอนไปกินข้าวกับเพื่อนก็ได้รู้จักผู้หญิงคนนึงที่ทำเรื่อง Emotion healing ซึ่งเตยก็สนใจเรื่องนี้อยู่พอดี ถึงจะไม่ได้คุยอะไรกับเขามากแต่ก็เปิดโลกให้เตยได้ไปค้นข้อมูลต่อ บรรยากาศในเกาะก็ดูง่ายๆ เป็นกันเองเหมือนตอนเด็กๆ เลย ใครไม่สบายใจอยากได้ที่พักสงบๆ สักพัก เตยแนะนำที่เกาะพยามเลยค่ะ

สุดท้ายขอบคุณเพื่อนที่ชวนไปเที่ยว ขอบคุณเพื่อนที่เหนื่อยเลี้ยงลูกแล้วยังพาเราไปโน้นไปนี่ หาที่พักให้ คอยดูแลอย่างดี ขอบคุณรูปถ่ายจากแพรวด้วย

 

SaveSave

SaveSave

SaveSave

10 ml. Cafe Gallery ร้านกาแฟกึ่งแกลอรี่สำหรับคนรักงานศิลปะ

แถวบ้านมีร้านกาแฟมาเปิดใหม่ เข้าไปนั่งเล่นมา 2-3 ครั้งแล้ว ชื่อร้าน 10 ml. เท่าที่เข้าใจจากการอ่านผ่านๆ คือร้านนี้เปิดโดยเจ้าของสำนักพิมพ์ 10 มิลลิเมตร เป็นร้านกาแฟกึ่งแกลอรี่ โดยเมนูอาหารในร้านจะล้อไปกับนิทรรศการงานศิลปะที่จัดขึ้นในเดือนนั้นๆ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมในแต่ละเดือนให้เราได้เรียนรู้จากศิลปินต่างๆ ด้วยค่ะ เช่นเรียนวาดรูป เรียนกปักผ้าแบบเบื้องต้นค่ะ ใครสนใจลองเข้าไปติดตามในเพจ 10 ml. นะคะ

เดิมทีตรงนี้เป็นร้าน Porjai จะให้ความรู้สึกนุ่มๆ อุ่นๆ เงียบๆ มาทีไรสบายจนง่วงนอนตลอดเลย 555 พอปรับโฉมเป็นร้าน 10ml. จะออกสนุกสนานร่าเริงค่ะ เน้นใช้สีเหลือง มีกราฟฟิคน่ารักๆ ดูเด็กลงมากเลย ส่วนเมนูต่างๆ เตยยังไม่ได้ลองอะไรเท่าไหร่ เพราะช่วงนี้คุมน้ำหนัก ลดหวานอยู่เลยสั่งแต่ชาร้อนตลอดเลยค่ะ ซึ่งชาที่นี่ก็อร่อยใช้ได้น๊า

10 ml Cafe Gallery ร้านกาแฟกึ่งแกลอรี่สำหรับคนรักงานศิลปะ

วันนี้เตยจะพาย้อนไปเที่ยวนิทรรศการของเดือนตุลาคมค่ะ เป็นงานนิทรรศการสีน้ำ A little girl with her flowers ของซิบบิล เมนูในร้านก็จะเป็น Secret Garden Cake ประมาณนี้ ส่วนตัวชอบงานของอยู่บ้างแล้ว เป็นสไตล์น่ารักๆ คนเข้าถึงได้ง่ายค่ะ

10 ml Cafe Gallery ร้านกาแฟกึ่งแกลอรี่สำหรับคนรักงานศิลปะ

เข้าไปก็จะมีโซนกิจกรรมก่อน ให้เราเขียนชื่อแล้วก็ห้อยไว้ตรงตะแกรงค่ะ แต่ลายวาดน่ารัก ได้ยินว่ามีคนเอากลับบ้านไปเยอะ ฮา

10 ml Cafe Gallery ร้านกาแฟกึ่งแกลอรี่สำหรับคนรักงานศิลปะ

10 ml Cafe Gallery ร้านกาแฟกึ่งแกลอรี่สำหรับคนรักงานศิลปะ

ต่อมาก็มีให้เสี่ยงเซียมซี เตยได้เลข 3 ดอกกุหลาบ บอกว่าเป็นคนเพอร์เฟคชั่นนิสต์และแอบหัวโบราณอยู่หน่อยๆ ส่วนตัวคิดว่าไม่ค่อยตรงนะคะ (แอบเซ่!)

10 ml Cafe Gallery ร้านกาแฟกึ่งแกลอรี่สำหรับคนรักงานศิลปะ

เข้ามาในงานก็เป็นรูปภาพสีน้ำเปรียบผู้หญิงกับดอกไม้ว่าจะมีนิสัยใจคอและการแต่งกายแบบไหนบ้าง มีประมาณ 10-12 ดอกมั้งคะ ชอบงานของซิบบิลตรงความละมุน ละเอียดอ่อนมากๆ ค่ะ นับถือสุดๆ เพราะไม่สามารถทำอะไรแบบนี้ได้

10 ml Cafe Gallery ร้านกาแฟกึ่งแกลอรี่สำหรับคนรักงานศิลปะ

สุดท้ายเดินทั่วแร่ะ คิดว่าตัวเองเหมือนดอกพริมโรสสุด เค้าบอกว่าเป็นคนสดใสและอ่อนเยาว์ เขินเบย 555

10 ml Cafe Gallery ร้านกาแฟกึ่งแกลอรี่สำหรับคนรักงานศิลปะ

ร้านตั้งอยู่ในซอยโชคชัยร่วมมิตร (คนละที่กับซอยโชคชัย 4 นะคะ มีคนเข้าใจผิดจริงๆ นะ) เข้ามาได้จากทางวิภาวดี 16/6 หรือนั่งมาลง MRT รัชดาแล้วนั่งรถกระป๊อมาก็ได้ค่ะ

ใครสนใจติดตามเพจ 10ml ดูได้ว่ามีเดือนหน้ามีงานนิทรรศการอะไรบ้างค่ะ https://www.facebook.com/10mlcafegallery/

เที่ยวเชียงใหม่คนเดียว ตอนที่ 2 Oxotel Hostel ถนนวัวลาย

Oxotel Hostel ถนนวัวลาย

ทำเล

เตยจอง Oxotel Hostel กับ Traveloka ขณะพักอยู่ที่ Vulcano ตอนแรกตั้งใจไว้ว่าจะไปแม่กำปองแต่เปลี่ยนใจแล้วจำได้ว่ามีถนนคนเดินวัวลายในวันที่จะไปพักพอดีก็เลยตัดสินใจจะพักที่นี่สองคืน คราวนี้เตยใช้ Traveloka เหมือนเดิมเพราะใช้ง่าย ไปถึงโรงแรมก็แค่ยื่นมือถือให้ดู แถวๆ นั้นมีร้านอาหารบ้างนิดหน่อยแต่ว่ามักเปิดตอนกลางวันในวันธรรมดา มีเซเว่นห่างไปประมาณ 200 เมตร วันแรกที่ไปถึงเตยหาข้าวเย็นกินไม่ได้ก็เลยเดินกลับมากินใต้โรงแรมที่ร้านกาแฟ มีสปาเก็ตตี้และขนมปังให้กินนิดหน่อย

เที่ยวเชียงใหม่คนเดียว - Oxotel Hostel

Oxotel Hostel มีห้อง 3 แบบ แบบพักรวมกับคนอื่นๆ ที่ทั้งห้องหญิงล้วน ชายล้วน และไม่แบ่งเพศ แบบที่สองคือห้องส่วนตัวห้องน้ำรวม แบบสุดท้ายคือห้องส่วนตัวห้องน้ำในตัว เตยเลือกพักห้องส่วนตัวห้องน้ำรวมเพราะอยากได้ความเป็นส่วนตัว และเตยต้องการพื้นที่สำหรับวาดรูปด้วย แถมช่วงนั้นเป็นหวัดกลัวว่าถ้าไอในห้องนอนรวมแล้วจะรบกวนคนอื่น ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเพราะห้องส่วนตัวสะดวกสบาย มีพื้นที่ให้วาดรูปแล้วก็ดูซีรี่ย์ถึงดึกๆ ได้ 555

เที่ยวเชียงใหม่คนเดียว - Oxotel Hostel

Oxotel Hostel แบ่งอาคารเป็น 2 ส่วน ด้านหน้าเป็นส่วนที่พัก ด้านหลังเป็นส่วนของห้องน้ำ อาคารมี 3 ชั้น ชั้นล่างเป็น Lobby และพื้นที่รวมสำหรับทานอาหาร ชั้นสองเป็นห้องรวมต่างๆ และห้องน้ำรวม ส่วนชั้นสามเป็นห้องพักส่วนตัว ส่วนห้องนอนแบบมีห้องน้ำในตัวนั้นจะอยู่อีกอาคารนึงแยกออกไป

สภาพห้อง

ห้องขนาดกว้างพอดีๆ รวมๆ แล้วถือว่าสะอาดใช้ได้อยู่ มีอ่างล้างหน้าอยู่ในห้องทำให้สะดวกขึ้นระดับนึงไม่ถึงกับต้องไปเข้าห้องน้ำตลอดเวลาที่ต้องใช้น้ำ เตียงกว้างและนุ่มดี แอร์ก็เย็นฉ่ำ หน้าต่างมองออกไปเห็นถนน แต่ด้วยความที่พื้นเป็นพื้นไม้เวลามีคนเดินไม่ระวังก็จะเสียงดังและมีแรงสะเทือนจากพื้นได้ คืนที่สองเลยมีปัญหาเรื่องเสียงเพราะห้องข้างๆ มากันหลายคนแล้วเดินเข้าออกห้องตลอด

ห้องน้ำ

ห้องน้ำที่นี่เป็นอาคารแยกมา เดินเข้าไปจะแบ่งเป็นชายและหญิง เคยได้ยินว่าเพื่อนไปพัก Hostel แล้วเจอห้องน้ำเต็ม แต่ตอนที่เตยไปห้องน้ำโล่งมากๆ แทบไม่มีคน ตอนกลางคืนไปเข้าห้องน้ำก็แอบวังเวงเล็กน้อย 555

เที่ยวเชียงใหม่คนเดียว - Oxotel Hostel

อาหารเช้าเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ ให้ดูแลตัวเอง มีคอร์นเฟลค แซนวิช ขนมปัง น้ำส้ม นม กล้วยให้ประมาณนี้ทุกวันค่ะ โซนทานอาหารเช้ามีบรรยากาศดีมากเลยเลยนั่งเขียนไดอารี่ตรงนั้นทุกวันเลย

เที่ยวเชียงใหม่คนเดียว - Oxotel Hostel

คุณภาพ wifi ดีมากที่สุดในทุกโรงแรมที่เตยเข้าพักเลย อินเตอร์เน็ตแรงมากกกกก

เที่ยวเชียงใหม่คนเดียว - Oxotel Hostel

บริการและพนักงาน

ที่นี่เป็นอีกแห่งที่บริการดีมากเลย พนักงานช่วยเหลือ ถามโน้นถามนี่ได้ตลอด

รายละเอียดเพิ่มเติม

เที่ยวเชียงใหม่คนเดียว ตอนที่ 1 โรงแรมในนิมมาน

เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมาเตยไปเชียงใหม่เพื่อไปพักผ่อน ใช้เวลาคนเดียวและเพ้นท์รูป เตยมีโจทย์อยู่ว่าต้องมีเวลาพักผ่อน ไม่มีรถและขับรถไม่เป็น เตยชอบเดินเที่ยว แต่ก็ไม่เน้นเที่ยวให้ครบทุกที่ เตยก็เลยใช้วิธีเปลี่ยนที่พักทุกๆ สองวันแล้วก็เดินเที่ยวแถวที่พักแทน เตยชอบการเดินเที่ยวตรงที่ทำให้ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตของคนในแทบนั้นด้วย เหมือนได้ใช้ชีวิตเป็นคนพื้นที่นั้นๆ สักพัก

เตรียมตัวเที่ยว

อันที่จริงเตยวางแผนน้อยมากกกกกกกกคือวางไว้แค่ว่าจะไปพักย่านไหนบ้างเท่านั้น เตยตัดสินใจว่าจะไปเชียงใหม่แน่นอนก็ช่วงปลายเดือนมีนาคม แต่กลัวจะเบี้ยวตัวเองก็เลยคิดว่าจองตั๋วเครื่องบินขาไปไว้ก่อนดีกว่าแล้วโลกก็เป็นใจ เปิดเว็บเจอว่า Traveloka มีโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินและที่พักพอดี เตยเลยได้ตั๋วเครื่องบินมาอย่างรวดเร็วในราคา 777 บาท พร้อมกับจองโรงแรมไป 2 คืนราคาประมาณ 1,300 บาท ราคาลดลงมาเกือบครึ่งนึง! ชอบ Traveloka อย่างนึงคือดูราคาง่าย ไม่ต้องคิดเยอะ เห็นราคาไหนก็จ่ายราคานั้น ไม่ต้องบวกค่าโน้นค่านี่เพิ่ม มีสัญลักษณ์บอกว่าที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรบ้าง เลือกคัดกรองโรงแรมจากสิ่งอำนวยความสะดวกได้

วิธีเลือกโรงแรมของเตยคือ ต้องอยู่ในทำเลที่ดี อย่างน้อยตอนกลางวันต้องไม่น่ากลัว ไม่เปลี่ยวเพราะเตยจะออกข้างนอกเฉพาะเวลากลางวันอยู่แล้วถ้าไปคนเดียว และต้องมี Wifi เพราะเตยไป 10 วันเตยเอางานไปทำด้วย

โรงแรมในนิมมานเหมินท์

เตยเลือกนอนย่านนี้เป็นที่แรกเพราะเตยคุ้นชินกับย่านนี้ มาเชียงใหม่กี่รอบก็พักแถวนี้ ย่านนิมมานเป็นย่านที่ร้านอาหารเยอะมากกกกกกก นักท่องเที่ยวเยอะ ร้านต่างๆ ก็เปิดถึงดึก และที่สำคัญเตยมีภารกิจไปซื้อสีอะคริลิคที่ร้านสมุดลานนาตรงห้วยแก้วด้วย 555 ที่นิมมานเตยนอน 2 รอบคือคืนแรกเตยนอนที่โรงแรม Vulcano คืนสุดท้ายที่เชียงใหม่เตยพักที่โรงแรมใบหยกเจ้า

Vulcano Hotel Chiang Mai

ทำเล

โรงแรมตั้งอยู่ในนิมมาน 17 อยู่ใกล้ๆ กับร้าน i-berry เลย เลือกที่นี่เพราะราคาไม่สูงมาก แต่มีทุกอย่างครบถ้วน ได้เรตติ้งใน Traveloka 8.4 คะแนนซึ่งถือว่าค่อนข้างดีเลย ตอนแรกแอบลังเลที่นี่เพราะรู้สึกว่าต้องเดินเข้ามาในซอยลึกไปหน่อย แต่พอไปถึงจริงๆ ถึงรู้ว่าตัวเองตัดสินใจได้ถูกต้องดี เพราะแถวนั้นมีร้านอาหารเยอะมีคนเดินไปมาแถวนั้นแต่ก็ไม่ถึงกับพลุกพล่าน ทำให้ถึงเวลานอนก็เงียบสงบ เวลาออกข้างนอกก็อุ่นใจมีเพื่อนร่วมทาง ใต้โรงแรมก็มีร้านอาหารเจ้าของเดียวกันด้วย เผื่อขี้เกียจก็ลงไปกินได้เลย ง่ายๆ แต่เตยไม่ได้กิน

เที่ยวเชียงใหม่คนเดียว - โรงแรม Vulcano นิมมาน เชียงใหม่

สภาพห้อง

ในทริปนี้เตยนอนประมาณ 4 โรงแรมไม่นับบ้านเพื่อน ฮา เตยชอบห้องของที่นี่ที่สุดเพราะมีทุกอย่างครบ ห้องสะอาด ฝุ่นน้อย (เป็นภูมิแพ้เลยมักดูว่าที่ไหนฝุ่นเยอะเตยจะทำความสะอาดส่วนที่จะใช้ก่อน ไม่งั้นจะเป็นภูมิแพ้ไปอีกเป็นเดือน T_T) มีลิฟท์ไม่ต้องเดินแบปกระเป๋าขึ้นมาเอง เตียงกว้างมากชอบบบบ มี Layout ห้องดี ใช้งานง่าย ดูโปร่ง ไม่อึดอัด ชอบที่สุดก็ตรงโต๊ะกระจกนี่แหล่ะ ทำให้วาดรูปแล้วทำความสะอาดง่ายมากกกกกกก อยากเปลี่ยนโต๊ะที่บ้านเป็นโต๊ะกระจกเลยทีเดียว

เที่ยวเชียงใหม่คนเดียว - โรงแรม Vulcano นิมมาน เชียงใหม่

ห้องน้ำ

ชอบค่ะ ดีงาม น้ำไหลแรง น้ำร้อนสม่ำเสมอดีกว่า มีแปรงฟัน หวี สบู่ ยาสีฟันให้ครบเลย มีสายฉีดชำระ กระจกใหญ่โต

เที่ยวเชียงใหม่คนเดียว - โรงแรม Vulcano นิมมาน เชียงใหม่

เที่ยวเชียงใหม่คนเดียว - โรงแรม Vulcano นิมมาน เชียงใหม่

คุณภาพ Wifi 

เล่นเน็ตได้ทั่วไป แต่ดูซีรี่ย์ไม่ได้ เศร้าแปบ แต่กว่าจะได้ wifi ก็แอบลำบากนิดนึงเพราะว่าพนักงานบอกว่ารหัสหมด ต้องคนเอารหัสมาให้ กว่าจะได้ใช้ก็ค่อนข้างค่ำแล้ว

บริการและพนักงาน

ยิ้มแย้มแจ่มใส ช่วยเหลือดี ดูงงๆ บ้างบางทีแต่รวมๆ แล้วถือว่าดี มีใจบริการและช่วยเหลือดี เม้าท์มอยสนุก และบอกว่าเตยหน้าเด็ก เพราะฉะนั้นเตยก็ให้คะแนนเต็ม 555

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

Baiyoke Ciao Hotel

ทำเล

โรงแรมใบหยกเจ้าอยู่บนถนนนิมมานเลย ไม่ต้องเข้าซอยอะไรเลย อยู่ใกล้เซเว่นมากกก ใกล้ร้าน Mu’s katsu ใต้ตึกมีร้านอาหาร เดินถัดไปหน่อยเป็นร้าน Beer Lab ฝั่งตรงข้ามเป็น Salad Concept พูดง่ายๆ คือโรงแรมนี้ใกล้ทุกสิ่ง ข้อเสียอย่างเดียวคือมีเครื่องบินบินผ่านหัวตลอด จะเสียงดังเสียงเหมือนเครื่องบินอยู่ต่ำมาก แต่ปกตินอนแถวนิมมานไม่เคยได้ยินเลย ปิดผ้าม่านก็ช่วยกันเสียงได้เล็กน้อย

เที่ยวเชียงใหม่คนเดียว - โรงแรมใบหยกเจ้า

สภาพห้อง

ห้องกว้างมากกกก เหมือนเป็นคอนโดมาก่อนแล้วปรับมาเป็นโรงแรมแทน มีโซนห้องนอนและห้องครัวกั้นด้วยกระจก ค่อนข้างสะอาด มีฝุ่นบ้างอยู่ในเกณฑ์รับได้ มีโต๊ะกลมเล็กๆ ไว้ให้นั่งกินข้าว ที่นี่ก็มีทุกอย่างครบเหมือนกัน มีไมโครเวฟ มีเตาให้เลย ที่นี่มีระเบียงให้ออกได้นั่งเล่นได้นิดหน่อยแต่ว่าแถวนี้มีแต่ตึกก็เลยไม่มีอะไรให้ดูเท่าไหร่ ถ้าชั้นสูงๆ ก็อาจจะวิวสวยกว่า เตยอยู่แค่ชั้นสามเอง

เที่ยวเชียงใหม่คนเดียว - โรงแรมใบหยกเจ้า

เที่ยวเชียงใหม่คนเดียว - โรงแรมใบหยกเจ้า

เที่ยวเชียงใหม่คนเดียว - โรงแรมใบหยกเจ้า

อาหารเช้าที่นี่เป็นแบบชุดอาหารให้เลือก 3-4 ชุด รสชาติก็ใช้ได้ และมี Welcome Drink ได้ด้วย

เที่ยวเชียงใหม่คนเดียว - โรงแรมใบหยกเจ้า

คุณภาพ Wifi ค่อนข้างดี ดูซีรี่ย์ได้ เย้!

บริการและพนักงาน ที่นี่บริการดี ช่วยเหลือดีมากค่ะ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

เปิดถุงช้อปเครื่องเขียนจากฮ่องกง

ความเดิมตอนที่แล้ว…ตั้งแต่ต้นปีที่ไปฮ่องกงมา เพิ่งได้ฤกษ์โชว์ถุงช้อปวันนี้ ฮ่าๆ อย่างที่เห็นคือเตยเน้นซื้อสีเป็นหลัก มีสมุดอีกสามเล่ม หนังสือสองเล่ม

เปิดถุงช้อปเครื่องเขียนจากฮ่องกง

สี Designer Gouache

ช่วงนั้นเน้นใช้ Gouache เป็นส่วนใหญ่ตอนไปฮ่องกงก็เลยเน้นซื้อแต่ Gouache ยี่ห้อแต่พอกลับมากลายเป็นว่าใช้แต่สีอะคริลิคซะอย่างนั้น! สีที่เตยเลือกซื้อมี 2 ยี่ห้อ คือ Daler Rowney และ Venezia เพราะไม่เคยเห็นยี่ห้อนี้ในไทยหรือตามเว็บออนไลน์ จำราคาไม่ได้แต่จำได้ว่า Venezia จะแพงกว่านะคะ ส่วนตัวลองใช้แล้วชอบทั้งสองยี่ห้อตรงที่ทิ้งไว้แล้วไม่แห้งจนกรอบแตก ส่วนผงสี Pigment เตยว่ายังไม่ดีเท่ากับ Winsor & Newton ค่ะ

เปิดถุงช้อปเครื่องเขียนจากฮ่องกง

เปิดถุงช้อปเครื่องเขียนจากฮ่องกง

เปิดถุงช้อปเครื่องเขียนจากฮ่องกง

สีอะคริลิก

เตยซื้อมา 3 แบรนด์คือของ Golden รุ่น Fluid และรุ่นปกติ, Holbein สี Airbrush และ 513 Paint Shop

สีอะคริลิก Golden เตยซื้อมาจาก Artland ตอนนั้นเลือกสีนานมากกก เพราะงบมีจำกัดแต่ที่ร้านมีสีให้เลือกเยอะ พอกลับมาได้ลองใช้ก็รู้สึกพลาดมากๆ ที่ซื้อมาแค่นี้ น่าจะซื้อมาเยอะๆ โดยเฉพาะแบบ fluid ที่มี pigment สีเยอะ

เปิดถุงช้อปเครื่องเขียนจากฮ่องกง

เปิดถุงช้อปเครื่องเขียนจากฮ่องกง

Holbein สีสำหรับ Airbrush ซื้อมาสองสีเป็นสีชมพูกับเหลืองสะท้อนแสง อันนี้ก็ซื้อที่ Artland เหมือนกัน

เปิดถุงช้อปเครื่องเขียนจากฮ่องกง

สีของ 513 Paint Shop เป็นสีที่ผลิตโดยแบรนด์ในฮ่องกงที่เจอตอนไป PMQ จริงๆ ไม่รู้จะเรียกว่าเป็นสีอะคริลิกได้ไหม ร้านแนะนำว่าเป็นสีสำหรับตกแต่งภายในใช้บนวัสดุได้หลากหลายทั้งผ้า ไม้ นอกจากนี้ร้านยังขายหมอน กระเป๋า ภาพแคนวาสที่เพ้นท์ด้วยสีจากร้านนี้ สีมีคุณภาพค่อนข้างนี้เลย มีสีหลากหลาย สีที่เด่นเป็นสีโทนพาสเทล เตยเลือกซื้อมาสามสีคือสี Sakura, Dead Sea Clay และ Yangon

เปิดถุงช้อปเครื่องเขียนจากฮ่องกง

เปิดถุงช้อปเครื่องเขียนจากฮ่องกง

เปิดถุงช้อปเครื่องเขียนจากฮ่องกง

สมุด

เตยซื้อมาสามเล่มคือ Rhodia, Daler Rowney และ Kikki-k แต่มียี่ห้อเดียวที่เตยไม่เคยใช้คือ Daler Rowney ซึ่งเป็น sketchbook สมุดเย็บมาดีมากเลย ส่วนกระดาษก็หนาดี ใช้กับสีน้ำและสีอะคริลิคได้โดยที่กระดาษไม่ย่นเลยแต่ถ้าเทียบกับกระดาษของ Midori ที่บางกว่ามาก เตยก็ยังชอบ Midori มากกว่า

เปิดถุงช้อปเครื่องเขียนจากฮ่องกง

เปิดถุงช้อปเครื่องเขียนจากฮ่องกง

สมุด Kikki-k ก็น่ารักตามสไตล์ของแบรนด์นี้ เข้าไปในร้านก็อยากได้ไปหมดทุกอย่าง สุดท้ายเลือกมาแค่เล่มเดียวเพราะใช้เงินไปกับสีหมดแล้ว 555

เปิดถุงช้อปเครื่องเขียนจากฮ่องกง

หนังสือ

เตยซื้อหนังสือมาสองเล่มแต่ทั้งสองเล่มเป็นเรื่องเดียวกันก็คือ ข้างในสมุดแพลนเนอร์แต่ละแบรนด์มีอะไรบ้าง และมีตัวอย่างของสมุดแพลนเนอร์ที่ถูกใช้ด้วย อยากให้มีหนังสือแนวนี้แปลเป็นภาษาไทยบ้างจัง

เปิดถุงช้อปเครื่องเขียนจากฮ่องกง

เปิดถุงช้อปเครื่องเขียนจากฮ่องกง

 

SaveSaveSaveSave

SaveSaveSaveSave

ตะลุยร้านเครื่องเขียนในฮ่องกง

เตยเพิ่งกลับมาจากฮ่องกงซึ่งกลายเป็นทริปช้อปปิ้งเครื่องเขียนโดยบังเอิญเพราะไปแบบงงๆ หาข้อมูลมาแค่ว่าร้านเครื่องเขียนอยู่ไหน ร้านงานฝีมืออยู่ไหน กระเช้าลอยฟ้าที่อยากไปนั่งก็ดันปิดปรับปรุงค่ะท่านผู้โช้มมมม สุดท้ายจากทริป 5 วันกลายเป็นเที่ยวร้านเครื่องเขียนเกือบหมดเลยทั้ง 5 วัน ถ้าวางแผนการเดินทางไปดีๆ น่าจะไปได้ครบทุกที่ภายใน 3 วัน แต่เตยเที่ยวแบบสบายๆ ไม่เร่งรีบมากค่ะ

เตยขอแบ่งร้านตามย่านเลยนะคะ

ย่าน Yau Ma Tei

CN Square http://www.chungnam.cc/

เป็นร้านเครื่องเขียนที่มีทั้งหมด 4 ชั้น ขายตั้งแต่ดินสอ ปากกา สมุด ไปจนถึง สี อุปกรณ์งานฝีมือ ชุดคิทเย็บปัก เป็นร้านที่เน้นความหลากหลายของสินค้า แต่ถ้าใครอยากได้สี แนะนำให้ไปที่ Artland ดีกว่าค่ะ

พิกัด: Nathan Rd, Yau Ma Tei

ตะลุยร้านเครื่องเขียนในฮ่องกง : CN Square

ตะลุยร้านเครื่องเขียนในฮ่องกง : CN Square

ย่าน Sham Shui Po

ย่านนี้มีลักษณะคล้ายสำเพ็ง พาหุรัด เสือป่าค่ะ ถ้าเดินออกมาจากรถไฟฟ้าก็เจอเค้าขายเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาถูกเลยค่ะ เดินไปเรื่อยๆ จะเจอร้านขายเครื่องหนัง ริบบิ้นค่ะ อีกฝั่งนึงจะเป็นร้านขายผ้าค่ะ เตยไปที่นี่ค่อนข้างช้า ไปถึง 5 โมงเค้าปิดร้านกันเกือบจะหมดแล้วค่ะ ถ้าใครจะไปแนะนำให้ไปช่วงเช้าแล้วเดินไปเรื่อยๆ ถึงเย็นดีกว่า (เตรียมเงินไปเยอะๆ ได้ใช้แน่นอนค่ะ)

ที่นี่ร้านขายผ้าจะต่างจากไทยคือเค้าตัดตัวอย่างผ้าเอามาเรียงๆ ไว้ให้เรา แล้วเราจะเอาอันไหนก็ไปบอกเค้า บางร้านก็ติดราคาไว้ในตัวอย่างผ้าเลย บางร้านก็ไม่ได้ติด จากเท่าที่ได้ข้อมูลมาคือส่วนใหญ่ 1 เมตรเค้าก็ขาย แต่บางร้านจะมีขั้นต่ำ เช่นต้อง 5 เมตรขึ้นไปถึงจะขาย พอเราเลือกแล้วบอกเค้า เค้าจะไปตัดมาให้เรา

พิกัด: Sham Shui Po MTR ทางออก A2

ตะลุยร้านเครื่องเขียนในฮ่องกง

ตะลุยร้านเครื่องเขียนในฮ่องกง

ตะลุยร้านเครื่องเขียนในฮ่องกง

ตะลุยร้านเครื่องเขียนในฮ่องกง

ตะลุยร้านเครื่องเขียนในฮ่องกง

ย่าน Tsim Sha Tsui

K11 mall

เตยหลงมาเจอห้างนี้ค่ะ เดินทะลุมาจากรถไฟฟ้าได้เลยค่ะ ห้างนี้เป็นห้างที่เน้นสินค้างานดีไซน์ทันสมัยจากนักออกแบบต่างๆ ค่ะ อารมณ์คล้ายๆ Siam Discovery ค่ะ
เตยปลาบปลื้มห้างนี้เพราะห้องน้ำเป็นพิเศษค่ะ 555 ถ้าใครเคยไปฮ่องกงจะสังเกตได้ว่าส่วนใหญ่ห้องน้ำจะอยู่ลึกลับมากๆ แล้วมักอยู่ในประตูที่เขียนว่า Exit แถมมีน้อยด้วย บางห้างมี 5 ชั้นมีห้องน้ำแค่ 2 ชั้นเอง เข้าใจว่าน่าจะเป็นเพราะฮวงจุ้ย แต่ที่ K11 mall นี่ห้องน้ำหาง่ายมากๆ แล้วสะอาดด้วย

พิกัด: 18 Hanoi Rd, Tsim Sha Tsui

Moleskine

สาวกเครื่องเขียนอย่างเราจะพลาดการเดินเล่นที่ Moleskine ได้อย่างไร ที่ฮ่องกงมี store ของ Moleskine อยู่หลายที่เลยค่ะ ที่เตยไปเดินมาก็มีที่ K11 mall, ตึก ifc แล้ว store เล็กหน่อยก็ในร้านหนังสือ Eslite ค่ะ ช่วงที่ไปมีโปรโมชั่นลดราคาสมุด Planner ปี 2017 40% พอดีก็เลยซื้อมา 1 เล่มแต่จะลดใน store ใหญ่ๆ เท่านั้นนะคะ ใน Store เล็กๆ หรือชั้นขายสินค้าตามห้างจะไม่ลดราคา เห็นว่ามีลดราคาถึงสิ้นเดือนมีนาคมค่ะ

ย่าน Central

PMQ

ที่นี่น้องผึ้ง มะม่วง DIY แนะนำมา ที่นี่เป็นเหมือนสถานที่รวบรวมร้านของนักออกแบบฮ่องกงไว้ มีทั้งหมดประมาณ 5 ชั้น เตยไปช่วงเช้าวันเสาร์ร้านค้าก็เลยเปิดไม่ครบ มีตั้งแต่ร้านขายเสื้อผ้า เครื่องประดับ งานหนัง ห้องเรียนวาดภาพทั้งสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ สมุด โปสการ์ด ไปถึงโรงเรียนสอนทำอาหาร (ห้องครัวน่ารักมากเลยค่าา) บางห้องก็เป็นสตูอิโอออกแบบเลย ทำเป็นบริษัทเล็กๆในนั้นเลย ที่นี่เดินเพลินๆ ก็เป็นชั่วโมงอยู่นะคะ และถ้าใครยังไม่จุใจก็สามารถเดินเข้าชมแกลอรี่รอบๆ PMQ ได้เลย มีแกลอรี่เยอะมากๆ เรียกว่าถนนเส้นนั้นทั้งเส้นมีแต่งานศิลปะเลยก็ว่าได้

สิ่งที่เตยปลื้มและอยากมีเป็นของตัวเอง คือบางร้านเค้าแบ่งร้านเป็นสองส่วน ส่วนทำงานและส่วนหน้าร้านไว้ขายของ ชอบความรู้สึกเป็นกันเองแบบนั้น

เว็บไซท์: www.pmq.org.hk

พิกัด: No.35 Aberdeen Street, Central

ตะลุยร้านเครื่องเขียนในฮ่องกง : PMQ

ตะลุยร้านเครื่องเขียนในฮ่องกง : PMQ

ตะลุยร้านเครื่องเขียนในฮ่องกง : PMQ

ตะลุยร้านเครื่องเขียนในฮ่องกง: PMQ

ย่าน Wanchai

Artland

ถ้าใครที่หาเครื่องเขียน อุปกรณ์ศิลปะแบบจริงจัง อารมณ์ร้านสนใจของไทย ขอแนะนำร้าน Artland ค่ะ ร้านไม่ใหญ่มาก แต่มีแทบทุกอย่าง สีน้ำมัน สีน้ำ สี่ Pastel สีอะคริลิก สีเพ้นท์หนัง สีเพ้นท์ผ้า เพ้นท์กระจก กระดาษ สมุด sketch พู่กันก็เยอะมีหลายแบบหลายยี่ห้อ อุปกรณ์งานปั้นก็มี หนังสือสอนวาดรูปก็เยอะ (แต่ส่วนใหญ่จะเก่ามากๆ แล้ว) พอดีเตยตามหาสี Holbein Designer Gouache อยู่ เจอแต่ Holbein Acryla Gouache เท่านั้นแถมราคาพอๆ กับสั่งออนไลน์เลย ก็เลยซื้อ Gouache ของ Daler Rowney มาแทน

เว็บไซท์: www.artland.com.hk

พิกัด: 3/F, Lockhart Centre, 301-307 Lockhart Rd, Wan Chai

ตะลุยร้านเครื่องเขียนในฮ่องกง: Artland

ตะลุยร้านเครื่องเขียนในฮ่องกง: Artland

ตะลุยร้านเครื่องเขียนในฮ่องกง: Artland

Artsman

ที่นี่ร้านเล็กกว่า Artland มากๆ แต่อยู่ใกล้กัน สามารถเดินไปได้ ของที่นี่ดูเก่ากว่า แต่มีแบรนด์แปลกๆ เยอะกว่า ที่นี่เตยเดินแปบเดียวเพราะว่าร้านเล็กแล้วงบหมดหลังจากไปร้าน Artland แล้วด้วย 555 ถ้ามีเวลาน้อยแนะนำให้ไปแค่ร้าน Artland ก็พอค่ะ

พิกัด: Kiu Hong Mansion, 3-5A Tin Lok Ln, Wan Chai

ย่าน Sheung Wan

The Crafties

เป็นพื้นที่สำหรับศิลปินหรือผู้ที่ต้องการทำงานฝีมือมาเช่าพื้นที่เพื่อทำงานฝีมือค่ะ เรียกง่ายๆ ว่าเป็น co-working space สำหรับคนทำงานฝีมือ โดยที่นี่จะมีอุปกรณ์ให้บางอย่างเช่น จักรเย็บผ้า (จักรอุตสาหกรรมก็มีนะ ถ้ามองไม่ผิด), แผ่นรองตัด, ไฟสตูดิโอ, กี่ทอผ้า ฯลฯ โดยการเช่าจะมีทั้งแบบรายเดือนและรายวันค่ะ นอกจากนี้ก็มีไหมพรมและชุดคิทขายด้วยนิดหน่อย

พอดีได้คุยกับคนที่เช่าที่อยู่ในนั้นพอดี เค้ากำลังย้ายของกันเนื่องจากว่า The crafties กำลังย้ายไปที่ใหม่อยู่ใกล้ๆ นี้เอง ที่นี่สร้างมาประมาณ 5 ปี และเค้าก็เช่าอยู่ที่นี่ได้สักพักแล้ว เค้าทำงานตัดเย็บก็เลยมักจะเก็บผ้าไว้ที่นี่ค่ะ ปกติที่นี่จะคนเยอะกว่านี้แต่ช่วงนี้เค้าย้ายของกันอยู่ก็เลยมีคนมาน้อยวันนี้ คนที่นี่ก็มีตั้งแต่คนที่ทำงานเพ้นท์ งานตัดเย็บเสื้อผ้า งานปัก และงานโครเชต์ บางคนก็มาเช่าที่ใช้แค่วันเดียวเพื่อมาใช้อุปกรณ์ที่นี่แล้วก็ไป บางคนก็เช่าประจำเลย และยังใช้เป็นที่นัดพบลูกค้าที่ต้องการจ้างทำงานฝีมือด้วย
นอกจากนี้ที่นี่ก็มีจัด workshop เป็นครั้งคราวค่ะ เท่าที่เห็นจากในเว็บก็ดูกว้างดีนะคะ มีตั้งแต่ศิลปะเด็ก, งาน Calligraphy, งานหนัง, งานเย็บปักต่างๆ

เว็บไซท์: www.thecrafties.hk

พิกัด: Sing Kui Commercial Building, 27 Des Voeux Rd W, Sheung Wan (ให้ลองเช็คอีกทีค่ะ)

ตะลุยร้านเครื่องเขียนในฮ่องกง: The Crafties

ตะลุยร้านเครื่องเขียนในฮ่องกง: The Crafties

ตะลุยร้านเครื่องเขียนในฮ่องกง: The Crafties

ย่าน Causeway Bay

Eslite

เป็นร้านหนังสือที่ใหญ่มาก มีประมาณ 3 ชั้นแบบกว้างๆ เลยนะคะ ชั้นล่างสุดคือชั้น 8 จะเป็นหนังสือทั่วไปมีหนังสือออกแบบอยู่นิดหน่อย มีโซนให้นั่งอ่านหรือนั่งรอได้ด้วยค่ะ ถ้าใครตามหาหนังสืองานฝีมือให้ไปที่ชั้น 9 ค่ะ จะมีอยู่ 2 ตู้ใหญ่ๆ ส่วนชั้น 10 ชั้นบนสุดจะคล้ายๆ Loft มีขายเครื่องเขียน การ์ดของ Redcap และ Hallmark ด้วย พวกอุปกรณ์ Calligraphy ก็มีค่ะ แล้วก็มีคาเฟ่ที่คนต่อแถวเยอะมากกกกก สงสัยจะอร่อย

เว็บไซท์: esliteliving.com

พิกัด: Hysan Place, 8/F-10/F, 500 Hennessy Rd, East Point, Hong Kong

Kikki-k

เคยไปมาแล้วตอนไปสิงคโปร์ ของสิงคโปร์ดูใหญ่กว่าประมาณสองเท่า ของไม่เยอะเท่าสิงคโปร์แต่เตยก็ยังได้สมุดมา 1 เล่ม ฮ่าๆ จากการค้นข้อมูลมาเห็นว่ามี 2 สาขาแต่ดูจากรีวิวแล้วเหมือนว่าสาขาที่ Times Square จะใหญ่กว่าอีกทีนะคะ แล้วก็ไปง่ายมากๆ ออกจากรถไฟฟ้ามาก็เจอเลยค่ะ

เว็บไซท์: kikki-k.com

พิกัด: B216, Times Square Hong Kong

ไปเที่ยวเขาสามร้อยยอดกัน

ไม่ได้เขียนเรื่องเที่ยวๆ มานานแล้ว วันนี้กลับมาพร้อมทริปเขาสามร้อยยอดกับเพื่อนๆ ที่ทำงาน ทริปนี้เกิดจากพี่ที่ทำงานชวนไปเที่ยวจันทบุรีแต่เตยไม่สะดวกไปเพราะร่ายกายไม่พร้อมก็เลยเปลี่ยนมาเป็นเขาสามร้อยยอดแทน เป็นทริปสามวันสองคืนกับคนสี่คน เน้นไปเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวของอุทยานกันหลักๆ มี 5 แห่ง

ค่าบัตรเข้าอุทยาน

เสียค่าเข้าอุทยานกันก่อนเลยคนละ 40 บาท ต่างชาติ 200 บาท บัตรนี้สามารถใช้เข้าแหล่งท่องเที่ยวไหนก็ได้ในอุทยานกำหนดใช้ได้ 1 วัน ถ้าพักในที่พักของอุทยานจะสามารถใช้วันพรุ่งนี้ได้อีกหนึ่งวัน คุ้มมากกกกกกกกก… สามารถซื้อบัตรเข้าอุทยานได้ที่หน้าสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เลยค่ะ

ถ้ำแก้ว

ตอนแรกเราตั้งใจจะไปที่บึงบัวเขาสามร้อยยอดกันก่อนแต่ว่าหาทางไปไม่เจอเลยไปกันที่ถ้ำแก้วก่อน ที่ถ้ำแก้วเราต้องใช้ไฟฉายด้วย เตยเก๋ไก๋มากเอาไฟอ่านหนังสือของ Xiaomi ไป ใช้ได้ใช้ดีอยู่นะ แต่ถือลำบากเล็กน้อย ถ้าใครไม่ได้พกไฟฉายมาเขามีให้เช่าไฟฉายด้วย จากข้างล่างขึ้นไปถึงปากถ้ำไม่นานมากแต่ร้อนมากๆ เดินไปแปบเดียวเหงื่อออกทั้งตัวจ้าา พอใกล้ถึงปากถ้ำก็จะเริ่มรู้สึกถึงไอเย็นๆ ค่อยฟินหน่อย

เข้าไปในถ้ำจะออกแนวผจญภัยนิดๆ ขึ้นๆ ลงๆ ปีนป่ายเล็กๆ ในพอสนุกสนาน ไอเย็นๆ เริ่มเป็นเหงื่อเพราะเริ่มเหนื่อย ข้างในสวยดี เป็นหินงอกหินย้อย มีประกายเล็กๆ น่ารักๆ เดินไปปีนไปมาออกอีกทางนึง นั่งพักกันอยู่พักใหญ่ มีค่างแว่นมาปีนป่าย กระโดดหากัน และอุจจาระให้ดูด้วย นั่งมองหน้าและถ่ายรูปค่างแปบนึงก็เดินกลับลงไปออกทางเดิม

ไปเที่ยวเขาสามร้อยยอดกัน

ข้างๆ ที่ซื้อตั๋วมีบึงเล็กๆ อยู่ เห็นนกเล่นท่าทางเหมือนเล่นสกีอยู่แถวนั้นเลยถามเจ้าหน้าที่ได้ความว่าเป็นนกตีนเทียน

ไปเที่ยวเขาสามร้อยยอดกัน

กลับจากถ้ำแก้วออกมาเราไปกินข้าวกันที่ร้านยกซด พนักงานแนะนำให้กินเมนูของใบชะคราม อร่อยอยู่เหมือนกัน คิดว่าถ้าเอาไปทอดกับไข่เจียวเหมือนไข่ชะอมน่าจะอร่อยอยู่เหมือนกัน

ถ้ำพระยานคร

หลังทานข้าวเสร็จเราไปต่อกันที่ถ้ำพระยานครเลย ระยะทางจะถูกแบ่งเป็นสองช่วงคือ เขาลูกแรกและเขาที่ขึ้นไปถ้ำพระยานคร ในระยะทางช่วงแรกเราสามารถเลือกได้ว่าจะนั่งเรือเพื่อไปลงที่หาดแล้วค่อยเดินขึ้นเขาไป หรือว่าจะเดินข้ามเขาไป พวกเราเลือกเดินไปเพราะอยากประหยัด เขาลูกแรกยังสบายๆ ไม่เหนื่อยมากแต่ร้อนมากๆ วิวก็สวยพอจะชดเชยกันได้บ้าง เป็นวิวทะเลและหาด หมดเขาลูกแรกจะเจอป้ายบอกว่า “สุขภาพของท่านยังแข็งแรงดีอยู่” แหม่ะ!

ไปเที่ยวเขาสามร้อยยอดกัน

ที่หาดเราเห็นว่ามีบ้านพักอยู่ด้วยแล้วก็สามารถกลางเต้นท์กันได้ จากหาดเราต้องเดินขึ้นไปต่ออีกประมาณ 430 เมตร (ถ้าจำไม่ผิด) ก่อนขึ้นมีป้ายตั้งไว้ประมาณว่าให้ตรวจเช็คโรคประจำตัวก่อนขึ้น เขาไม่ได้ตั้งไว้ขำๆ นะเทอวววว์ เขาตั้งไว้จริงจังตามความหมายเลย เดินขึ้นไปไม่ทันถึงครึ่งทางเหนื่อยหอบไปหมด ยิ่งอากาศร้อนแบบนี้ยิ่งเหนื่อย น้ำก็หมดอย่างไวเลย เหงื่อนี่ท่วมตัว มีหยุดพักตามทางกันบ้างเล็กน้อย

จนถึงจุดพีคที่แบบ..รู้ตัวว่าเหนื่อยมาก น้องที่ไปด้วยกันก็เริ่มมีอาการผื่นขึ้น ตาพร่า และหูอื้อ แต่เตยเหนื่อยมากแบบไม่อยากจะพูดอะไรกับใครทั้งนั้น เอาจริงๆ จำได้ว่าตอนนั้นหันไปคุยอะไรสักอย่างกับน้องหรือใครสักคนที่จำไม่ได้ว่าเป็นใครแล้วก็จำไม่ได้ว่าพูดอะไรด้วย รู้ตัวแต่ตอนหันไปบอกเพื่อนคนเวียดนามที่มาด้วยกันที่พยายามชวนคุยว่า “leave me alone. I’m in meditation.” จากนั้นในหัวก็มีแต่จะขึ้นไปให้ถึงแล้วก็นึกถึงเพลงนึงไว้ในหัวให้มันวนซ้ำๆ ไป แล้วค่อยๆ ก้าวช้าๆ ทีละก้าว คนอื่นหยุดตรงไหนเตยไม่สน เดินต่อไปเรื่อยๆ ไม่สนใจใครทั้งนั้น ขึ้นไปถึงเห็นป้ายถ้ำ…โคตรดีใจแต่พอมองเห็นทางลงต่อไปก็ได้แต่ร้องในใจว่า “ชิบหาย ยังมีอีกหรอ” ไม่เป็นไรเราจะเดินไปเรื่อยๆ หันมาอีกทีน้องที่มาด้วยกันก็หยุดรอที่ปากถ้ำ ไม่เข้าถ้ำต่อแล้ว เราก็ทำเหมือนเดิม ไม่คุยกับใคร

เข้าไปถึงในถ้ำก็ยังไม่คุยกับใคร นั่งพักแล้วถ่ายรูปที่ออกมาก็สั่นโคตร พักแปบนึงก็เดินออกมา ได้ยินคนในถ้ำคุยกันว่าควรมาช่วง 10-11 โมงเช้าจะสวยกว่าเพราะแสงจะส่องลงมาพอดี แต่เราไปถึงตอนบ่ายแล้ว

ไปเที่ยวเขาสามร้อยยอดกัน

ไปเที่ยวเขาสามร้อยยอดกัน

พอออกมาจากถ้ำน้องก็ยังอาการไม่ดีเท่าไหร่ พอไปได้กลางทางก็ต้องหยุด ให้นอนราบลงไป คนที่เดินผ่านมาเห็นก็ใจดีเอาน้ำมาแบ่งให้ ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ 🙂 ระหว่างนั้นเราก็ถือโอกาสพักไปด้วยเลย พออาการดีขึ้นก็เดินกลับเหมือนเดิม ทางเดิม แล้วก็เดินข้ามเขาเหมือนเดิม

เอาจริงๆ รู้สึกชนะตัวเองมากเลยนะ เหมือนว่าตอนนั้นจะตัดสินใจหยุดก็ได้ แต่เราก็ยังเลือกเดินไป แล้วทำสำเร็จด้วย เย้

พอออกจากถ้ำพระยานคร เราไปที่พักที่จองกันเลย คืนนี้เรานอนกันที่บ้านกาหลงซึ่งที่พักอุทยาน บ้านหลังนี้จะอยู่คนละโซนกับบ้านหลังอื่นๆ เลย ไม่ได้อยู่ติดทะเลเหมือนหลังอื่นๆ แต่อยู่ริมภูเขา มีลิงเยอะมากกกกกกกกก ยุงก็เยอะมากกกกกก บ้างกาหลงมี 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ห้องใหญ่มี 4 ที่นอน ห้องเล็กมีสองห้องนอน เป็นห้องแบบพัดลม แต่เพราะอยู่ใกล้เขาและยังมีฝนตกในคืนนั้นห้องก็เลยค่อนข้างเย็น ห้องเล็กจะอากาศถ่ายเทน้อยกว่าห้องใหญ่นิดหน่อย แต่รวมๆ แล้วสภาพโอเคเลยค่ะ

จุดชมวิวเขาแดง

วันที่สองของทริปเราออกจากที่พักกันประมาณหกโมงเช้า เจ้าหน้าที่บอกว่าเดินจากข้างล่างขึ้นไปถึงยอดประมาณ 340 เมตร แต่ทางค่อนข้างโหด เป็นหินแทบตลอดทาง ข้างทางเป็นต้นไม้บ้าง ต้นกระบองเพชรบ้าง แล้วพื้นลื่นมากเพราะคืนก่อนหน้านี้ฝนตกถึงเที่ยงคืน เตยเตะหินไปหลายรอบเลย วันนี้ดีกว่าเมื่อก่อนหน่อยตรงที่อากาศเย็นกว่าเดิมมาก ถึงยังร้อนเหงื่อแตกอยู่แต่ไม่รู้สึกแย่เท่าเมื่อวาน

พอไปถึงช่วงแรกนี่ไม่สนใจถ่ายรูปอะไรทั้งนั้น เหนื่อย แล้วเจอตากล้องจับจองวางขาตั้งกล้องกันแบบไม่เผื่อให้คนอื่นถ่ายบ้างเลย…แถมยังเจอคนสูบบุหรี่ข้างบนด้วยจ้าาาา อันนี้อารมณ์เสียมาก เหนื่อยจะตายยังต้องมาเจอควันบุหรี่อีก เหมือนหนีอากาศเสียที่กรุงเทพไปเจอควันบุหรี่ซะงั้น เพื่อนๆ พี่ๆ ที่ไปด้วยกันก็เจออีกมุมนึงที่กลิ่นบุหรี่มาไม่ถึงก็เลยไม่นั่งตรงนั้นกัน ซึ่งเอาจริงรู้สึกว่ามุมนั้นสวยกว่าด้วย พอหายเหนื่อยแล้วค่อยถ่ายรูปต่อ ที่นี่ถือว่าเป็นอะไรที่คุ้มค่าที่สุดในทริปแล้ว ชอบมากๆ

ทริปเขาสามร้อยยอด

ทริปเขาสามร้อยยอด

ทริปเขาสามร้อยยอด

ลงจากเขาแดงมาก็ไปทานข้าวกันที่วัดแถวนั้น ใช้วิธีถามชาวบ้านแถวนั้นเอาว่ามีร้านอาหารเปิดที่ไหนบ้าง กินข้าวอะไรกันเสร็จเรากลับเข้าที่พัก อาบน้ำ และเก็บของเพื่อย้ายที่พัก พอดีพี่เค้าเจอที่พักที่ปราณบุรีลดราคาจากแอพ Hotelquickly เลยคิดว่าจะไปพักกันที่นั่นดีกว่า เป็นทางกลับกรุงเทพด้วย ที่พักใหม่ สภาพโอเค ราคาไม่แพง
ไปเที่ยวเขาสามร้อยยอดกัน

ทุกครั้งที่เดินขึ้นเตยมักจะกลับมาพร้อมรอยเปื้อนตรงที่เดิมเสมอ เป็นรอยที่เกิดขึ้นเวลาที่เอาเสื้อไปเช็ดเหงื่อก่อนที่เหงื่อจะไหลเข้าตา

ไปเที่ยวเขาสามร้อยยอด

ถ้ำไทร

เป็นที่สุดท้ายที่เราจะไปเดินขึ้นเขากันแล้ว ที่นี่ไม่ได้โหดเท่าไหร่ แต่เพราะร่างกายทำงานหนักมาตั้งแต่วันแรกทำให้ขาเริ่มสั่น กลัวขาสั่นคุมการทรงตัวไม่ได้แล้วร่วงลงไปมากๆ หวาดเสียวมากกกกกกก ก็เริ่มบ่นๆ เปรยๆ เล็กน้อย อากาศยังร้อนเหมือนเดิม แต่ว่าคราวนี้เอาน้ำมาเยอะพอควร (เพื่อนถือไม่ใช่เราถือด้วย สบายเลย 555)

ไปเที่ยวเขาสามร้อยยอดกัน

ในนั้นมีถ้ำ 2 ห้อง แต่ตอนแรกเข้าไปเจอห้องเดียวไม่เห็นทางเข้าอีกห้องเลยพูดว่า “ห๊ะ แค่นี้หรอ?” 5555 ส่วนอีกห้องนึงสวยกว่า ต้องปีนบันไดลงไปนิดหน่อย ที่นี่ต้องใช้ไฟฉายนิดหน่อย ไฟมือถือน่าจะไหวอยู่ค่ะ

ถ้ำไทร

ขาลงจากถ้ำเพื่อนที่ไปด้วยกันก็เดินหาไม้สำหรับเป็นไม้ค้ำไว้ให้ ตอนแรกแอบไม่เชื่อใจว่าจะใช้แล้วดีจริง แต่เห็นว่าเพื่อนคนนี้ชอบเดินป่าก็เลยเชื่อสักหน่อยก็ละกัน พอใช้เท่านั้นแหล่ะ เฮ้ย มันดีนะ เดินลงสบายกว่าเดิมเยอะเลย เหมือนมีขาที่สามที่ช่วยเรื่องการทรงตัว เพียงแต่ต้องหัดใช้สักแปบนึง ตอนหลังๆ เพื่อนก็เลยเดินนำให้ดูว่าต้องค้ำตรงไหน เดินลงตรงไหนถึงจะสบายกว่า ทำให้ยิ่งเดินง่ายกว่าเดิมมาก ไม่ต้องคิดอะไรมากเลยด้วย

บึงบัวเขาสามร้อยยอด

ที่สุดท้ายของอุทยานแห่งชาติที่เราไปเที่ยวกัน ไปถึงกันประมาณ 4 โมงนิดๆ แดดก็ไม่มีแล้วคนก็ยังไม่เยอะเท่าไหร่ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีในการมาเที่ยว ในขณะที่ก็เป็นที่ๆ สภาพแย่ที่สุดแล้ว เริ่มตั้งแต่หาทางเข้ายากมากกกกก พอไปถึงบึงบัวก็ไม่มีบัวซึ่งแอบทำใจมาประมาณนึงแล้ว แต่ว่ากลิ่นเหม็นมากๆ มีแต่ปลาตายส่งกลิ่นเหม็นหึ่งไปหมดจนเกือบอ้วกออกมา ถ้าไม่คิดอะไรมากพอเริ่มชินกลิ่นแล้วสะพานและศาลาก็ยังเป็นที่ๆ ถ่ายรูปได้อยู่แค่อย่าไปมองดูบึงมากก็พอ T_T
ทริปเขาสามร้อยยอด : บึงบัว

ออกจากบึงบัวเราไปปราณบุรีเพื่อไปเข้าที่พักที่จองไว้กันเลย แอบรู้สึกว่าเที่ยวแบบที่จะไปที่ไหนก็ค่อยจองโรงแรมแบบนี้ก็ดีนะ สนุกดี ไม่ต้องคิดมาก

ร้านแคร่ไม้

ร้านแคร่ไม้

วันถัดมาเราออกจากที่พักกันประมาณ 11 โมง และแวะทานข้าวกันแถวดอนหอยหลอดที่ร้านแคร่ไม้ ตอนแรกเฉยๆ ง่วงๆ พี่เค้าถามว่าแวะไหมก็บอกแวะค่ะ ไม่ได้คาดหวังอะไร ในร้านบรรยากาศดีมากๆ มีต้นไม้หัวใจให้ถ่ายรูปด้วย ที่สำคัญเหมาะแก่การนอนกลางวันมาก 555 ลมเย็นมากๆ มีคนเอาผ้าปิดหน้าแล้วนอนไปเลยด้วย

ที่นี่เราสั่งอาหารไปประมาณ 4-5 เมนู มีปลาหมึกไข่เค็ม, ฉลามผัดฉ่าแบบไม่เผ็ด, หอยนางรมทรงเครื่อง ประมาณนี้ ไม่ค่อยปลื้มฉลามรู้สึกว่าคาวไปหน่อย แต่ชอบหอยนางรมที่ได้เยอะดี 555

สรุป

ทริปนี้ใช้เงินรวมๆ ไปประมาณ 2,000 บาท เพราะทานอาหารทะเลกันบ่อยมาก เป็นทริปเดินป่าซึ่งไม่ได้เที่ยวแบบนี้มานานมากๆ แล้ว กลับมาเฟิร์มเลยจ้า ไขมันที่เอวหายก่อนเพื่อนเลย ปลื้มตรงนี้ที่สุด กลับมาแล้วรู้สึกว่าต้องออกกำลังกายให้บ่อยขึ้น เยอะขึ้นเพื่อให้สามารถไปเที่ยวแบบนี้ได้อีก ไม่เป็นภาระของเพื่อนอีกต่อไป ฮา