Select Page

หนังสือ 3 วันดี 4 วันเศร้า

เพิ่งอ่านหนังสือ 3 วันดี 4 วันเศร้าของคุณทราย เจริญปุระ จบภายในรวดเดียว เป็นหนังสือที่อ่านง่ายๆ สั้นๆ เล่มเล็กนิดเดียวพูดถึงการเป็นโรคซึมเศร้าทั้งในมุมของคนเป็นผู้ป่วยและคนที่ต้องดูแลผู้ป่วย อ่านแล้วได้แต่พยักหน้าตาม เออๆ ฉันก็เป็นนะแบบนั้นแบบนี้ ส่วนตัวเตยคิดว่าการออกมาเล่าเรื่องของตัวเองแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่หลายๆ คนสบายใจที่จะทำ ต้องอาศัยความกล้าหาญ การยอมรับตัวเอง ยิ่งคุณทรายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงด้วยแล้ว เตยนับถือมากเลย หนังสือถูกเขียนออกมาได้ดีมาก ใครที่ป่วยอยู่อ่านแล้วก็น่าจะได้ความรู้สึกที่เหมือนมีเพื่อน มีคนที่เข้าใจเรา เราไม่ได้เป็นแบบนี้คนเดียวนะ สำหรับที่อยู่ใกล้คนป่วยและอยากจะเข้าใจ หนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณรู้สึกใกล้กันขึ้นมานิดนึง

#100WordMeetArt : Go with the flow

#100WordMeetArt : Go with the flow

เคยเข้าใจว่า Go with the flow คือการปล่อยวางให้เรื่องไหลไปตามธรรมชาติ จนกระทั่งมีคนบอกว่า float กับ flow นั้นไม่เหมือนกันนะ float คือการล่องลอยไปเรื่อยๆ แต่ flow คือการปล่อยวางด้วยความตั้งใจ มี intention ว่าชีวิตเราจะไปทางไหน เหมือนการวาดภาพที่เราปล่อยวางผลบางส่วนแต่เรายังรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรและเพื่ออะไร

#100WordMeetArt : Stay Weird

#100WordMeetArt : Stay Weird

เคยไหมที่มีคนบอกว่าเราแปลก เตยคิดว่าทุกคนล้วนมีความแปลกและแตกต่างกันอย่างน้อยสักเรื่องนึง หลายๆ ครั้งการถูกมองว่าเป็นคนแปลกกลับกลายเป็นเรื่องไม่ดี ทั้งๆ ที่ความแปลกนั้นมันก็เป็นแค่ความแตกต่างของสังคม เตยว่ายิ่งแปลกยิ่งดี ยิ่งแปลกยิ่งมีเอกลักษณ์ ใครๆ ก็จำเราได้ ใครๆ ก็นึกถึงเราเวลานึกถึงเรื่องแปลกๆ นั้น

#100WordMeetArt : Create life you love

#100WordMeetArt : Create life you love

รูปนี้เพ้นท์ตอนวันเกิดเพื่อเตือนตัวเองว่าชีวิตเราเป็นของเรา เรามีอำนาจในการจัดการเติมแต่งชีวิตเราให้เป็นแบบไหนก็ได้ที่เราต้องการ วันเกิดก็เหมือนเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ เป็นโอกาสใส่ความหวัง ความตั้งใจต่างๆ ว่าโลกของเราเป็นรูปทรงไหน สีอะไร

#100WordMeetArt : What others think is none of your business.

#100WordMeetArt : What others think is none of your business

การทำโปรเจค #100WordMeetArt มาได้ถึงวันที่ 9 นี้ ทุกๆ วันเตยพยายามอย่างมากที่จะทำออกมาให้ดีที่สุด คิดว่าคนจะชอบไหม คนอื่นจะคิดยังไง แต่สุดท้ายแล้วมันไม่ได้เกี่ยวกับคนอื่น โปรเจคนี้มันเกี่ยวกับตัวเราเอง เกี่ยวกับว่าเราพอใจกับงานของตัวเองแค่ไหน เราอยากจะฝึกตัวเองไปในทางไหน สิ่งที่คนอื่นคิดเกี่ยวกับเราหรือผลงานของเรามันไม่ใช่เรื่องของเรา เราไม่สามารถทำให้ทุกๆ คนพอใจเหมือนกันหมดได้ แต่เราคนเดียวเท่านั้นที่จะทำให้ตัวเองมีความสุขได้

 

#100WordMeetArt : Be You

วันก่อนได้ดูหนังเรื่อง The Notebook เป็นหนังเก่าแล้วแต่เตยเพิ่งเคยดู นางเอกเป็นลูกสาวเศรษฐีมารักกับหนุ่มช่างไม้ธรรมดา นางเอกมีตารางการใช้ชีวิตตามที่พ่อแม่กำหนดมาให้แล้วว่าต้องเรียนเลข ต่อด้วยภาษา ต้องเรียนเปียโน เรียนเต้นรำ มีอยู่ตอนนึงพระเอกถามนางเอกว่า “เธอนะ ต้องการอะไร ฉันไม่ได้ถามว่าพ่อแม่เธอต้องการอะไร ฉันถามว่าเธอต้องการอะไร” นั่นสิ ตัวเราต้องการอะไร ตัวเราเป็นคนแบบไหน ไม่ต้องให้คนมาขีดกำหนดกฏเกณฑ์ แต่เรานั่นแหล่ะที่ต้องรู้ว่าเราเป็นใครและต้องการอะไร

#100WordMeetArt : If you believe it, it seems true.

#100WordMeetArt : If you believe it, it seems true.

ความจริงเป็นแบบไหนอยู่ที่ว่าคนๆ นั้นเชื่ออย่างไร ถึงเราจะเอาข้อเท็จจริงต่างๆ ไปยื่นให้เขาดู ถ้าเขาไม่เชื่อมันก็ไม่ใช่ความจริงสำหรับเขาอยู่ดี ความจริงในชีวิตเราเป็นแบบไหนก็อยู่ที่ว่าเราเชื่อแบบไหนเช่นกัน ถ้าเราเชื่อว่าชีวิตเรามีแต่เรื่องแย่ๆ ความจริงก็เป็นเช่นนั้น แต่ถ้าเราเชื่อว่าสิ่งดีๆ จะเกิดขึ้นกับเรา ความจริงก็คือชีวิตเรามีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต

#100WordMeetArt : You can.

#100WordMeetArt : You can.

เตยตั้งใจว่าจะหัดเขียนมากขึ้นในโปรเจค #100WordMeetArt แต่บางวันตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกว่า ทำไม่ได้ ไม่รู้จะเขียนอะไร หรือเราคงทำไม่ได้ดีหรอก พอเปิด pinterest มาเล่นรูปแรกที่เจอคือภาพของคำว่า You can เหมือน pinterest รู้ว่าเรากำลังคิดอะไรอยู่ซะอย่างนั้น พอเจอคำนี้ก็คิดได้ว่า เอาน่า ลองดูสักนิด สุดท้ายก็ออกมาเป็นรูปนี้ พอมาคิดดูหลังจากเพ้นท์เสร็จก็คิดได้ว่าการที่มีคนบอกว่าเราทำได้นะ เหมือนเป็นการอนุญาตเราให้เราทำสิ่งที่เราคิดไม่ว่าสิ่งนั้นจะออกมาดีหรือไม่ก็ตาม บางครั้งคนเราก็ต้องการแค่นั้น วันนี้เตยก็จะขอบอกทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้เหมือนกันว่า คุณก็ทำได้นะคะ 🙂

#100WordMeetArt : All we have is now.

#100WordMeetArt : All we have is now.

 

วันนี้เตยกลับไปอ่านโน๊ตที่จดไว้ตอนอ่านหนังสือ Power of now ของ Eckhart Tolle เป็นหนังสือที่เปลี่ยนวิธีคิดของคำว่าปัจจุบันสำหรับเตยจริงๆ เมื่อก่อนเตยเคยคิดว่า ปัจจุบันคือวันนี้ วันพรุ่งนี้คืออนาคต แต่หนังสือเล่มนี้บอกเตยเลยว่าปัจจุบันคือตอนนี้ วินาทีนี้ที่เรากำลังหายใจ วินาทีนี้ที่เราได้สัมผัสรูป รส กลิ่น เสียงที่เกิดขึ้นในเวลานี้ พอคิดได้แบบนี้ความรู้สึกผ่อนคลายก็เกิดขึ้นทันที ชีวิตดูไม่มีอะไรให้กังวล เพราะเราอยู่กับปัจจุบัน ความคิดเราอยู่กับปัจจุบัน เราสัมผัสและรับรู้เฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันขณะ อดีตและอนาคตอันเป็นแค่ภาพลวงตา เป็นความคิดความกังวลที่เราสร้างขึ้นมาเอง แต่สิ่งที่เป็นจริง เป็นรูปธรรมคือปัจจุบัน