Select Page

This Week’s Favorites

สักพักใหญ่แล้วที่เห็นความคิดในแง่ลบของตัวเอง ถึงแม้ว่าจะมีการบันทึกหลายๆ เหตุการณ์ในสมุด Win book แต่ว่าก็ไม่ได้ทำเป็นประจำเลยคิดว่าจะลองอีกวิธีนึงที่มีคนเคยแนะนำคือการเขียนบันทึกสิ่งเหล่านั้นไว้ในบลอคเลย โดยจะเน้นเรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเองรวมไปถึงสิ่งดีๆ ที่ไปอ่านเจอมาหรือเห็นแล้วชอบด้วย สำหรับอาทิตย์นี้นับตั้งแต่วันเสาร์ถึงวันศุกร์มีเรื่องดีๆ ดังต่อไปนี้

  1. ได้ไปลองเบอร์เกอร์ที่ร้าน Burger factory กับโดมและเพื่อนๆ ของโดม เตยเลือกทานแซลม่อน อาหารอร่อย บรรยากาศดีมากเลยด้วย5fav-burger-factory
  2. ช่วงนี้มีแมวมานอนอาบแดดแถวๆ หน้าบ้านทุกวันวันละสองตัว เป็นแมวที่ขี้กลัวทั้งสองตัวเลย ไม่ยอมให้จับ พอเดินไปใกล้ๆ ก็จะวิ่งหนี โดยเฉพาะตัวเทาที่ชอบทำหน้า grumpy ตลอดเวลา แต่เห็นทีไรขำทุกที ชอบที่สุดคือเดินกลับบ้านไปเจอเหมียวๆ ทั้งหลายมานอนเรียงกันเต็มหน้าบ้าน ฮ่าๆ
    5fav-cats
  3. ได้รับ feedback จากลูกค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกดีมากๆ ที่มีคนเห็นความตั้งใจและนำงานของเราไปใช้จริงๆ รู้สึกภูมิใจอยากจะทำงานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ5fav-positive-feedback-catisfy
  4. ช่วงนี้ลงเรียนคอร์ส Career camp เป็น group coaching ได้จัดเวลาทำความรู้จักกับตัวเองจริงๆ แล้วรู้สึกดีมากเลย เริ่มเห็นภาพกว้างๆ ของตัวเองมากขึ้นทุกครั้งที่ทำการบ้าน จนทำให้นึกถึงข้อความของ Steve Jobs“You can’t connect the dots looking forward; you can only connect them looking backwards. So you have to trust that the dots will somehow connect in your future. You have to trust in something – your gut, destiny, life, karma, whatever. This approach has never let me down, and it has made all the difference in my life.”Steve Jobs

 

 

เริ่มต้นปี 2558 ด้วยคำว่า ALIVE

เริ่มต้นปี 2558 ด้วยคำว่า Alive

จากวันก่อนที่สรุปปี 2557 ในด้านต่างๆ แล้ว ปีนี้เป็นปีแรกที่เตยเริ่มต้นปีใหม่ด้วยวิธีใหม่ โดยปกติแล้วเตยมักจะเริ่มต้นปีเหมือนคนอื่นๆ คือการตั้งเป้าหมายว่าจะทำอะไรให้สำเร็จในปีนั้นบ้าง สำเร็จบ้างไม่สำเร็จตามที่ตั้งใจไว้บ้าง แต่หลังจากได้ลงคอร์ส One Little Word และอ่านหนังสือ Desire Map ไปบทนึงทำให้เตยตัดสินใจเปลี่ยนวิธีการคิดและตั้งเป้าหมายใหม่โดยใช้วิธีการตั้งเป้าหมายที่คำคำเดียวที่เตยอยากจะรู้สึกมากที่สุดในปีนี้

ตอนที่เตยลงเรียน One Little Word และเลือกคำว่า Build เป็นคำที่เตยจะยึดเป็นเหมือนเข็มทิศในชีวิตของเตย เตยไม่ได้คิดว่ามันจะส่งผลอะไรมากมายนอกเหนือไปจากการช่วยคุมธีมของเป้าหมายเตยให้ไปในทางเดียวกัน คำว่า Build ในความหมายของเตยคือการลงมือสร้างชีวิตให้เป็นไปในแบบที่เตยต้องการ ผลของการยึดคำๆ นี้เป็นเวลาหนึ่งปีทำให้เตยทำหลายๆ อย่างมากมายเป็นปีที่เตยเติบโตมากอีกปีนึง เตยลองทำหลายๆ อย่างที่เตยคิดว่ามันเป็นอาชีพที่เตยชอบ เตยเริ่มเปิดร้านขายสมุดแฮนด์เมค ได้เจอลูกค้าน่ารักๆ เตยลาออกจากงานประจำมามี lifestyle ที่เลือกเวลาทำงานได้อย่างที่ต้องการ ทุกอย่างในชีวิตดูเป็นรูปเป็นมากขึ้นกว่าเดิมไปเยอะ หลายๆ ครั้งคำว่า built ผุดขึ้นมาในหัวว่า ‘นี่ฉันกำลัง built ชีวิตของฉันสินะ’ จนรู้สึกเหมือนกับตัวเองกับครองโลก(ของตัวเอง)อยู่แบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ส่วนเป้าหมายที่ตั้งไว้ตอนต้นปีหรอ…เตยจำไม่ได้แล้วว่าตั้งอะไรไว้ จำได้แค่ว่าเป็นอะไรที่ต้องทำทุกอาทิตย์และรู้สึกว่ามันเยอะมาก เตยจึงตัดสินใจว่าปีนี้เตยจะยึดคำแค่คำเดียวเป็นเป้าหมายของปี

เตยรู้ว่าสิ่งที่เตยพลาดไปในปีที่แล้วคือ คำว่า built เป็นคำที่มีแรงกระทบน้อยไปสำหรับเตย เป็นคำที่ไม่ได้มีอำนาจมากพอให้รู้สึกมีพลังที่จะทำให้สำเร็จ การเลือกคำจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ถ้าเราไม่ได้รู้สึกดีกับคำที่เลือก คำคำนั้นก็จะไม่ส่งผลอะไรกับเราเหมือนกัน ปีนี้วิธีการเลือกคำของเตยจึงต่างจากเดิมเล็กน้อย

เนื่องจากต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมาเตยลงเรียนคอร์ส Discovery your WHY ของผู้เขียนหนังสือ Start with Why ที่ช่วยให้เตยค้นหาว่าอะไรที่ทำให้เตยทำสิ่งที่ทำอยู่ทุกวันนี้ และ Why ของเตยคือ

Everything I do is to support and encourage people to do more of what make them feel alive so that they can live an authentic life.

จุดมุ่งหมายในชีวิตของฉันคือการส่งเสริมและกระตุ้นให้คนอื่นทำสิ่งที่ชอบมากขึ้นเพื่อที่พวกเขาจะได้ใช้ชีวิตที่เป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง

(พยายามแปลเป็นไทยอย่างมาก ฮ่าๆ)

คำว่า Alive และ Authentic จึงเป็นคำที่อยู่ในใจเตยตั้งแต่ตอนนั้นมา ในคอร์สเรียน Discovery Your Why มีการย้อนกลับไปมองชีวิตเยอะมากแล้วถามคำถามว่า ทำไมเราถึงรู้สึกแบบนั้น เตยจำได้แม่นเลยว่า มีสองเหตุการณ์ในชีวิตที่เตยจำได้แม่นเลยและทั้งสองเหตุการณ์เตยพูดขึ้นมาเองแบบไม่ได้คิดอะไรมากว่า “ก็มันทำให้เรารู้สึกว่าเรามีชีวิตจริงๆ” พอทบทวนในหลายๆ เหตุการณ์เตยก็มีความรู้สึกแบบนี้เหมือนกัน ทำให้เตยค่อนข้างมั่นใจกับคำๆ นี้

สิ่งที่ทำให้เตยมั่นใจกับการตัดสินใจเลือกคำว่า Alive คือ ตอนที่อ่านหนังสือ The Desire Map ซึ่งเป็นหนังสือเกี่ยวกับการตั้งเป้าหมายโดยการเริ่มต้นจากการถามว่า “ฉันอยากรู้สึกอะไรมากที่สุดในชีวิต” เตยยังอ่านหนังสือไม่จบแต่ว่าการเลือกเป้าหมายจากความรู้สึกที่เราต้องการดูเป็นวิธีการที่น่าสนใจที่จะทดลองสำหรับเตย และทำให้เตยมั่นใจมากขึ้นในการเลือกคำว่า Alive เป็นคำของปีนี้

แล้วคำของปีนี้สำหรับเพื่อนๆ คืออะไรคะ?

 

สรุปปี 2557

2014-in-review

 

สวัสดีปีใหม่ทุกๆ คนค่ะ

2 อาทิตย์ที่ผ่านมาเตยหยุดพักการเขียนที่นี่ไปโดยบังเอิญเพราะรู้สึกป่วยๆ หวัดที่เป็นๆ หายๆ ก็ไม่หายสักที ยิ่งกลับมาจากลาวที่ทำให้กลับมาเป็นหวัดรอบสองนี้เป็นหนักขึ้นจนตอนนี้เป็นรอบที่สามแล้ว ทั้งที่ไม่ใช่โรคอะไรร้ายแรง แต่พอร่างกายไม่แข็งแรงก็ไม่อยากจะทำอะไรทั้งนั้น อยากจะนั่งเฉยๆ ก็เลยหยุดทำทุกๆ อย่างแล้วให้เวลากับตัวเองมากขึ้น ก็เลยตัดสินใจหยุดเขียนบลอคไปแล้วกัน

วันนี้อาการยังไม่ดีขึ้น แต่ว่าช่วงที่หยุดไปก็ได้คิดอะไรหลายๆ อย่างเกี่ยวกับปีที่ผ่านมาจึงอยากมาสรุปไว้ในนี้ โดยการย้อนดูตัวเองในด้านต่างๆ

สรุปด้านต่างๆ ในปี 2557

ด้านการพัฒนาตัวเอง

รู้สึกว่าปีนี้เป็นปีที่โตขึ้นเยอะมาก อาจเป็นเพราะเตยมีคำว่า Build เป็นคำของปี 2557 โดยความหมายของ build สำหรับเตยคือการสร้างชีวิตในแบบที่เตยชอบ แต่ด้วยความที่ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วตัวเตยเองนั้นชอบอะไร ทำให้ต้องเรียนรู้ตัวเองมาก ลองในสิ่งที่ไม่เคยลองแต่ว่าอยากทำมานาน อ่านหนังสือเกี่ยวกับการพัฒนาตัวเองและค้นหาสิ่งที่ชอบมากขึ้น จนเพื่อนๆ หลายคนก็เริ่มทักและชื่นชมว่าเตยมีความพยายามเรื่องนี้มาก สิ่งที่เตยได้เรียนรู้นั้นก็มีมากมายไม่ใช่แค่ว่าเตยชอบอะไร ไม่ชอบอะไร แต่ว่าได้เข้าใจถึงสิ่งที่เคยอ่านในหนังสือแต่ไม่เคยเข้าใจ เหมือนอยู่ในโลกที่กว้างขึ้นทำให้วิธีการมองโลกของเราก็เปลี่ยนไปด้วยเหมือนกัน

ด้านการงาน

การงานในปีนี้เปลี่ยนไปเยอะมากๆ จากการเรียนรู้สิ่งเล็กๆ น้อยๆ สิ่งนึงคือ จากที่เข้าออกมาหลายบริษัทแต่ก็ยังไม่เคยพอใจกับงาน มันไม่ใช่ว่าเราไม่ชอบบริษัทหรืองานแต่เป็นที่ไม่ชอบไลฟ์สไตล์ในการทำงานประจำ เตยรู้ว่าเตยเป็นคนทำงานได้ดีในช่วง 6-9 โมงเช้า และเตยจะรู้สึกหมดแรงและไม่สามารถจดจ่ออยู่กับงานได้ในช่วงบ่าย-บ่ายสี่โมงเตยจึงมักใช้เวลานั้นในการ Research และมักคิดหรือทำงานในช่วงเช้าแทน ทำให้เตยรู้ว่าเป้าหมายของเตยคือการทำงานที่เตยสามารถเลือกเวลา (และสถานที่จะได้ไปเที่ยวได้ระหว่าง) การทำงานได้ เตยอ่านเกี่ยวกับเรื่องนี้ในหลายบลอคและดูตัวอย่างจากไอดอลของเตยแล้วเตยมั่นใจมากว่าจะทำได้

พอรู้เป้าหมายและเชื่อในสิ่งที่จะทำแล้วเตยก็วางแผนไว้เป็นอย่างดีที่จะค่อยๆ เปลี่ยนให้ได้ภายใน 2 ปีที่สุดท้ายเตยเปลี่ยนงานได้ใน 3 เดือน โดยการลาออกจากงานมาทำสมุด traveler’s notebook ขาย และรับงานออกแบบเล็กน้อย ตอนนี้เตยอาจจะยังไม่สามารถทำงานที่ไหนก็ได้แต่ตอนนี้เตยสามารถเลือกเวลาทำงานของตัวเองได้แล้ว มันไม่ง่ายแล้วมันก็เหนื่อย(กาย)กว่าเดินเยอะมากแต่มีความสุขขึ้นหลายๆ เท่า

อย่างไรก็ตาม เตยรู้ว่าสิ่งนึงที่เตยยังขาดอยู่คือ เตยยังต้องเหลาความคิดให้ชัดเจนขึ้นในเรื่องของสิ่งที่เตยชอบว่าจะสามารถรวมกันออกมาเป็นงานของเตยได้อย่างไร ปี 2557 เตยได้ทดลองทำหลายอย่างเลยทั้งสอนศิลปะเด็ก ทำงานฝีมือขาย สอนทำเว็บ เตยมีภาพที่ชัดเจนขึ้นแต่ยังไม่ชัดเพียงพอที่จะทำมันให้สำเร็จได้ เตยตั้งใจว่าปี 2558 นี้เตยจะทำข้อนี้ให้สำเร็จให้ได้

ด้านความคิดสร้างสรรค์

ไม่รู้จะเรียกโปรเจคล้านแปดของเตยว่าอะไรดี ลงตัวที่ด้านความคิดสร้างสรรค์เพราะงานที่ทำส่วนใหญ่เป็นงานศิลปะและงานฝีมือ

เมื่อเดือนที่แล้วเตยถามโดมว่า เตยถือว่าเป็น Maker ได้รึเปล่า โดมบอกว่าได้อยู่นะ ตอนนั้นก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเป็น maker เสียทีเดียว แต่วันนี้พอได้ย้อนมาดูว่าเราได้ทำอะไรไปบ้างไม่ว่าจะเป็น 30 days of notebook, 100 DIY projects, Life in Pocket, Journal cards, Fauxdori, drawing a day, เรียนปักผ้า, เรียนเย็บกระเป๋า และการเขียนบลอคที่นี่ที่เขียนไป 82 หัวข้อใน 1 ปีแล้วก็รู้สึกว่า ฉันเป็น maker ขึ้นมาทันที เตยว่าปีนี้เตยทำงานฝีมือไปเยอะพอสมควร แต่ในขณะเดียวกันก็คิดว่าเตยน่าจะทำได้มากกว่านี้ด้วยเหมือนกัน

ด้านสุขภาพ

ปีนี้เข้าขั้นแย่ รู้สึกสุขภาพแย่กว่าปีที่แล้วอีก เดือนแรกก็ท้องเสียแล้วซึ่งอันนี้เข้าใจได้เพราะมักเป็นหลังจากไปทะเลอยู่แล้ว จากนั้นมาก็เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ุ A ที่ทำให้รู้สึกไม่มีแรงอยู่เกือบเดือน แล้วก็ดีขึ้นอยู่พักใหญ่ก็มีเป็นภูมิแพ้บ้างเล็กๆ น้อยๆ เพราะที่ทำงานฝุ่นเยอะ จนช่วงปลายปีเป็นไข้หวัดอีก พูดง่ายๆ คือเป็นหวัดทั้งปี ถึงจะออกกำลังกายบางเล็กๆ น้อยๆ แต่พอออกๆ ไปแล้วเป็นไข้ก็ไม่อยากออกกำลังกายแล้ว ปี 2558 นี้ต้องปรับชีวิตเรื่องนี้เยอะมากเลย

ด้านท่องเที่ยว

รวมทั้งหมดมีประมาณ 8 ทริป มีกระบี่ตอนต้นปี, งานแต่งเพื่อนที่เพชรบุรี, ภูเก็ตไป 2 ครั้ง, เขาใหญ่กับเพื่อนๆ ที่บริษัท, ปราณบุรี 1 ครั้ง, เกาะเชจูที่เกาหลี และทริปสุดท้ายของปีคือ หนองคายและลาว และมียกเลิกมาเลเซียไป 1 ทริปเพราะเป็นไข้หวัดใหญ่ เตยตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะไปเที่ยวปีละ 2 จังหวัดและ 1 ประเทศที่ไม่เคยไป ตอนแรกคิดว่าปีนี้คงทำไม่สำเร็จเพราะยกเลิกมาเลเซียไปแต่สุดท้ายอยู่ดีๆ ก็ได้ไปลาวแทน (เกาหลีเคยไปแล้วเลยไม่นับ 555 ) เป้าหมายนี้สำเร็จไป 1 ปีเหลืออีก 34 ปี

ด้านการเงิน

การเงินปีนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ใช้เงินเยอะ ใช้ซื้อของที่ไม่จำเป็นแต่ซื้อเพราะอยากลองเยอะ และยังซื้อของชิ้นใหญ่อย่าง Macbook มาด้วย ทำให้เงินเก็บไม่เพิ่มขึ้น แล้วด้วยความที่ลาออกจากงานมาอีกทำให้รายได้ลดลงไป ซึ่งมองด้านการเงินอย่างเดียวแล้วดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่พอมาดูว่ามีความสุขมากขึ้นเยอะก็เลยเฉยๆ กับเรื่องนี้ เงินที่เคยลงทุนในกองทุนรวมต่างๆ ปีนี้แดงนานมากแต่ว่าปันผลยังดีเหมือนเดิม รู้สึกดีที่สิ่งที่เราอดกลั้นทำไปมันงอกเงยออกมาได้แบบนี้

ด้านชุมชน

ปีที่ผ่านๆ มาไม่ได้มีด้านนี้แต่อยากเพิ่มมา เพราะรู้สึกว่าการให้คนอื่นก็เป็นเรื่องสำคัญและยังทำให้เราพัฒนาได้ดีขึ้นด้วย จากปีก่อนๆ เตยเริ่มเขียนบทความและทำเว็บขึ้นมาชื่อ handmadebiz.in.th ด้วยความตั้งใจที่จะช่วยให้คนที่ทำงานฝีมือได้มีรายได้จากสิ่งที่ตัวเองชอบ แต่ปี 2557 นี้เตยแทบไม่ได้เขียนเลยตั้งแต่เป็นไข้หวัดใหญ่ เพราะต้องการจะหันมาจดจ่อกับการพัฒนาตัวเองและค้นหาตัวเอง ถึงแม้ว่าเตยจะมีโปรเจคในหัวอีกมากมายที่อยากทำ แต่เตยก็อยากจะโฟกัสงานของตัวเองก่อน

นอกจากนี้ปี 2557 เตยเปลี่ยนความคิดเล็กน้อยในการใช้ social media จากที่เห็นว่า social media ในปัจจุบันมีแต่เรื่องแย่ๆ ดราม่าบ้าง ด่ากันบ้าง ทำให้เตยเริ่ม unfollow คนที่มักจะโพสเรื่องที่ทำให้เรารู้สึกแย่กับชีวิตไป ไม่ใช่ว่าโลกสวยหรืออะไร แต่ว่าถ้าเราอยู่กับคนที่รู้สึกแย่กับชีวิตเราก็จะรู้สึกแย่กับชีวิตตามไปด้วยเหมือนกัน แต่การ unfollow อย่างเดียวมันไม่พอสำหรับเตย เตยก็เลยเริ่มตัดสินใจโพสแต่สิ่งที่ดีๆ ที่ทำให้คนรู้สึกดีมากขึ้น ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่เป้าหมายของเตยคืออยากจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนที่ผ่านมาให้เริ่มทำสิ่งที่ตัวเองชอบมากขึ้นวันละนิด ปรากฎว่าหลังจากที่เตยเปลี่ยนวิธีคิดแล้วมีคนส่งข้อความบ้าง อีเมล์บ้างว่าชอบติดตาม ชอบอ่านบลอค ขอบคุณที่เตยทำให้เค้ารู้สึกมีแรงบันดาลใจ เป็นความรู้สึกที่ดีมากเลยที่มีคนเห็นค่าของสิ่งที่เราพยายามทำ

November celebrations, December intentions

November celebration & December Intention

November celebrations

เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาเป็นเดือนที่วุ่นวายพอสมควรเพราะตั้งเป้าหมายค่อนข้างใหญ่กว่าตัวเองเอาไว้แต่ก็ทำสำเร็จ ทำให้ไม่ค่อยมีเวลามาดูแลตัวเองได้ดีเท่าที่ตั้งใจ จากที่ตั้งใจว่าจะออกกำลังกายบ่อยๆ ก็ได้ออกแค่ไม่กี่ครั้ง แต่คิดในอีกมุมนึงก็คือทำได้ดีกว่าตอนที่ยังทำงานประจำอยู่

  • ทำสมุดครบ 30 เล่มและลงขายในร้านจนครบ ดูภาพสมุดทั้งหมดได้จากเว็บนี้ค่ะ
  • เรียนปักผ้ากับจอยรักคลับ ปักผ้าที่เป็นการบ้านเสร็จไป 30% แล้ว และได้ใช้วิธิการปักผ้าที่เรียนมากับสมุดที่เย็บด้วย
  • ขายสมุดได้ 2 เล่มแล้ว 
  • ย้าย Host และ Domain ของเว็บไปที่โฮสติ้งใหม่เรียบร้อย
  • ได้เงินปันผลจากกองทุนรวมมาด้วย ดีใจมากๆ

December intentions

ในเดือนธันวาคมตั้งใจไว้ว่าจะเน้นดูแลตัวเองให้มากขึ้น พอมาย้อนดูก็เห็นว่าใช้เวลาอยู่กับงานกับคนอื่นๆ มากกว่าปกติ และเตยรู้ดีว่าเป็นพวก Introvert คือต้องอยู่กับตัวเองมากๆ แล้วจะมีพลังมากขึ้น สิ่งที่อยากทำจึงมีดังนี้

  • เขียน Journal ทุกวันตอนเช้า 3 หน้า จริงๆ ตั้งใจทำตั้งแต่เดือนที่แล้วแต่ว่าทำไม่ได้เลยจะทำใหม่เดือนนี้
  • ออกกำลังกาย อันนี้ก็ยังคงพยายามต่อไปที่จะทำให้ได้
  • อ่านหนังสือ The Happiness of Pursuit ให้จบ เพราะเป็นหนังสือที่เกี่ยวกับการตั้งเป้าหมายเลยคิดว่าเหมาะกับช่วงเดือนนี้ดี
  • เอาของทำ Scrapbook ที่ไม่ค่อยได้ใช้หรือมีเยอะเกินไปมาแบ่งขายในร้านนี้ ตอนนี้ลงขายสมุดปกสีน้ำตาลไปแล้ว

ทุกๆ ต้นเดือนเตยจะเขียน Celebration & Intention เพื่อบันทึกความสำเร็จของตัวเอง และตั้งความตั้งใจในแต่ละเดือน ดูของเดือนผ่านๆ มาได้ที่นี่ค่ะ

 

October celebrations, November intentions

October Celebrations

เดือนที่ผ่านมาเป็นเดือนที่ผิดแปลกจากปกติมากตั้งแต่ต้นเดือน เพราะเตยได้ตัดสินใจลาออกจากงานโดยที่ไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ (จริงๆ คิดไว้แต่คิดว่าจะเป็นในเวลาอีกหลายเดือนข้างหน้า) ทำให้เตยใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเตรียมตัวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในเดือนนี้ค่อนข้างมาก สิ่งที่ตั้งใจเอาไว้ในตอนแรกก็ต้องปรับเปลี่ยนกันเยอะเลยทีเดียว

  • เขียน Journal ได้ 19 วันจาก 30 วันก็ถือว่าใช้ได้เลย แต่ต้องทำให้ได้มากกว่านี้ สังเกตจากความวุ่นวายในหัวตอนนี้
  • ทำงานฝีมือมากขึ้น จริงๆ แล้วไม่รู้ว่าเยอะขึ้นจริงไหม แต่คิดว่าเยอะขึ้น ข้อนี้วันหลังต้องตั้งให้ชัดเจนกว่านี้หน่อย
  • เรียน Discover Why ของ Simon Sinek จนได้ Why มาแล้วแต่ไม่รู้ว่าจะเอาไปใช้ยังไง (How & What) ทำให้รู้สึกโล่งๆ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือทำให้เราตัดสินใจอะไรได้เร็วขึ้น เพราะรู้ว่า Why ของเราคืออะไร เข้าใจว่าถ้าเขียน Journal มากขึ้นน่าจะได้เรียนรู้ How และ What มากขึ้นว่าจะเป็นยังไงเนอะ
  • ผ่อนคอมพิวเตอร์และจักรเย็บผ้าหมดแล้ว เย้ๆ เป็นการตัดสินใจซื้อของที่รู้สึกว่าคุ้มมากๆ ยิ่งผ่อนหมดยิ่งสบายใจ
  • ได้ไปเที่ยวเขาใหญ่กับเพื่อนๆ ที่ทำงานเป็นครั้งแรก เจออัลปาก้าด้วย
  • เตรียมโปรเจค 30 Days of Notebooks จนเสร็จเรียบร้อย
  • แก้หน้าเว็บ Catisfy จนเสร็จตอนนี้เว็บเร็วขึ้นแล้ว

November intentions

เดือนนี้เป็นเหมือนการเริ่มอะไรใหม่ๆ ทั้งโปรเจคใหม่ Lifestyle แบบใหม่ ความรู้สึกใหม่ๆ ที่ทำให้ตื่นเต้นและกลัวในเวลาเดียวกัน

  • ทำสมุดครบ 30 เล่มและลงขายในร้านจนครบ ตอนแรกตั้งใจว่าจะทำทุกวัน แต่ดูจากตารางกิจกรรมแล้วก็เลยอาจไม่ได้ทำทุกวัน ก็เลยแอบเปลี่ยนเป็นทำให้ครบ 30 เล่มแทน
  • เริ่มทำโปรเจคต่อไปที่ยังคงเป็นเกี่ยวกับ DIY อยู่
  • เรียนปักผ้ากับจอยรักคลับ เพราะเดือนที่แล้วป่วยมากๆ เลยต้องเลื่อนวันเรียน
  • เขียน Journal ทุกวัน
  • ออกกำลังกาย 3 วันต่อสัปดาห์ อันนี้ยากมากกกกกกก แต่เพราะช่วงหลังมานี้เห็นร่างกายที่แย่ลงทุกวันก็เลยตัดสินใจต้องเด็ดขาดกับตัวเองแล้ว

ทุกๆ ต้นเดือนเตยจะเขียน Celebration & Intention เพื่อบันทึกความสำเร็จของตัวเอง และตั้งความตั้งใจในแต่ละเดือน ดูของเดือนผ่านๆ มาได้ที่นี่ค่ะ