Select Page

ข้างในสมุด Fauxdori มีอะไรบ้าง

มีอะไรอยู่ใน Fauxdori บ้าง

อย่างที่เคยเขียนไปว่าเตยใช้สมุดแบบ Midori Traveler’s Notebook ที่เตยได้ลองทำมาใช้เองเรียกว่า Fauxdori ประมาณ 2-3 เดือนแล้ว จนเริ่มเห็นรูปแบบการใช้งานของตัวเองก็เลยเอามาเขียนบันทึกไว้ในนี้ก่อนที่จะลองเปลี่ยนรูปแบบไป เนื่องจากวิธีการทำงานและตารางการใช้ชีวิตช่วงนี้ค่อนข้างแตกต่างจากเดิมมากและมีปัญหาเรื่องการบริหารเวลามาก โดยเฉพาะไม่มีเวลาอยู่กับตัวเองซึ่งเตยคิดว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่เราทุกคนควรมีเวลาที่จะคิดทบทวนถึงสิ่งที่ผ่านมาและวางแผนอนาคต

Fauxdori Planner

เตยใช้สมุดเล่มสีน้ำเงินลายดอกที่มียางยืดบางกว่าเล่มอื่นๆ และมีห่วงให้ใส่สมุดได้อย่างต่ำ 3 เล่ม เล่มบนสุดเป็นสมุดที่เตยเย็บเองจากกระดาษวาดเขียนที่ค่อนข้างหนาทำให้สมุดออกมาหนาพอสมควร ส่วนเล่มกลางเป็นสมุดของ Zequenz และเล่มสุดท้ายเป็นสมุดของ Muji ที่เตยได้เพ้นท์ตกแต่งไว้ อย่างที่เห็นว่าทุกเล่มจะค่อนข้างหนา ทำให้สมุด Fauxdori หนาตามขึ้นมาด้วย แต่เตยหาซื้อกระดาษที่เขียนลื่นๆ แบบที่ชอบไม่ได้ก็เลยใช้สามเล่มนี้ไปก่อน

Fauxdori Planner

มาดูรายละเอียดแต่ละเล่มกันบ้างนะคะ

สมุดเล่มแรก : สมุดเย็บเองจากกระดาษวาดเขียนไว้เขียนเป้าหมายชีวิต

สมุดเล่มแรกเป็นสมุดที่รวบรวมทุกอย่างเกี่ยวกับเตย เน้นไปเรื่องของเป้าหมาย การวางแผนระยะยาว สิ่งที่อยากทำในระยะยาว ลักษณะนิสัยของเตยที่ได้เรียนรู้มาเตยก็จดไว้เป็นคล้ายๆ Mindmap ของเตย ตอนแรกที่วางแผนลาออกจากงานแล้วตั้งวันที่เอาไว้ว่าจะออกอีกสองปีเตยก็ทำตารางไว้ขีดฆ่าวันคล้ายๆ กับว่าเป็นการนับถอยหลังจนถึงวันนั้นเอาไว้ แต่ว่าไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดู

ในรูปล่างนี้เป็น life plan ที่เตยวาดตารางออกมาจนถึงอายุ 60 ปี แล้วก็เขียนลงในช่องไว้ว่าปีไหนจะทำอะไร ซึ่งจริงๆ แล้วตอนแรกเขียนไว้เพราะมีเป้าหมายจะเที่ยวให้ครบ 35 ประเทศและทุกจังหวัดในประเทศไทยเลยวาดตารางมาจะได้เขียนประเทศลงไปได้แล้วจะได้วางแผนการเงินการงานได้ ในความเป็นจริงเตยเขียนได้อย่างมากก็ 10 ปีแรกเท่านั้น ซึ่งก็ไม่เป็นไรอีกเหมือนกัน เหมือนฝันไว้ก่อน แต่เวลาทำจริงๆ เราค่อยๆ ทำทีละปีก็พอ

ที่เตยพกสมุดเล่มนี้ไว้ด้วยเสมอก็เพื่อเป็นการย้ำเตือนถึงเป้าหมายในชีวิตของตัวเอง และเรียนรู้เรื่องราวของตัวเองให้มากขึ้นด้วย

Life Plan in Fauxdori

สมุดเล่มกลาง : สมุด Zequenz สำหรับ Bullet Journal

สมุดเล่มนี้เป็นสมุดที่เตยใช้บ่อยที่สุด เพราะเป็นสมุดกึ่ง planner โดยเตยใช้เทคนิค Bullet Journal ในเล่มในการจดบันทึกและวางแผนงานในแต่ละวัน เล่มนี้แหล่ะที่เตยเริ่มคิดว่ามันอาจจะไม่เหมาะกับชีวิตในช่วงนี้เท่าไหร่ bullet journal ไม่ได้เน้นวางแผนตามเวลามากนัก แต่หลายๆ วันที่ผ่านมาเตยต้องวาดตารางเวลาขึ้นมาเองเพื่อให้รู้ว่าต้องไปทำอะไรตอนกี่โมงบ้าง ต้องโพสอะไรตอนไหน แล้ว brain dumb ในแต่ละวันก็เยอะจนไม่อยากเขียนซ้ำๆ แล้ว รวมถึงเตยอยากจะเน้น MIT หรือ Most Important Task ในแต่ละหน้าด้วย แต่วิธีนี้มันทำให้เราเห็นสิ่งที่ต้องทำเยอะเกินไป

ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะแก้ไขเป็นแบบไหน แต่ก็ใช้วิธีนี้เรื่อยๆ ไปก่อน ข้อดีของ bullet journal คือไม่ต้องคิดมากว่าจะไปจดหน้าไหนเปิดมาหน้าล่าสุดก็จดได้เลย

สมุดเล่มกลางใน Fauxdori

ในหน้าแรกของแต่ละเดือนเตยพิมพ์ Tracker มาใส่ไว้ด้วย โดยแต่ละเดือนก็จะไม่มีเหมือนกัน แล้วแต่ว่าเดือนนั้นมีเป้าหมายอย่างไรและเน้นด้านไหน อย่างในรูปล่างนี้ตอนแรกตั้งใจจะเน้นงาน DIY แต่มีการตัดสินใจที่กระทันหันเข้ามาก็เลยเปลี่ยนไป

Daily tracker เอาไว้จดว่าแต่ละวันทำอะไรไปแล้วบ้าง

Daily tracker เอาไว้จดว่าแต่ละวันทำอะไรไปแล้วบ้าง

ถัดมาเตยเขียนสิ่งที่ต้องทำในแต่ละเดือนเอาไว้ เน้นเอางานจากเดือนที่แล้วมาจดไว้

Bullet Journal

แล้วก็เขียนเป้าหมายของเดือนนั้นเอาไว้ด้านซ้าย ส่วนด้านขวาเขียน Success เพื่อให้รู้ว่าในเดือนนี้ทำอะไรสำเร็จไปแล้วบ้าง

Intention & Success

ในแต่ละวันถ้าตาม bullet journal จริงๆ ต้องเขียนวันที่เรียงกันไปเรื่อยๆ แต่เตยมักจะขึ้นหน้าใหม่เสมอเพราะดูง่ายกว่า เตยวาดรูปและ sketch เยอะบางทีมองไม่เห็นวันที่ก็มี มีอยู่เดือนนึงที่เตยวาดรูปเยอะๆ เตยใช้ด้านซ้ายจดงาน ด้านขวาวาดรูปสีน้ำด้วย

วิธีการเขียนวันที่ของเตยจะเขียนเลขใหญ่สุดแล้วมีวันกับเดือนอยู่ด้านข้าง เตยไม่ใส่ปีเพราะส่วนใหญ่รู้อยู่แล้วว่าเล่มนี้เป็นของปีไหน

วิธีเขียนวันที่ให้เห็นชัดเจน

นอกจากนี้เตยใช้ที่คั่นสมุดแม่เหล็กของ Zequenz มาเป็นตัวบอกว่าอยู่ที่หน้าไหนแล้ว

ใช้ที่คั่นหนังสือแม่เหล็กที่ไว้คั่นหน้าปัจจุบัน

เวลามีโปรเจคเยอะๆ เตยจะเขียนกรอบขึ้นมาแล้วเขียนว่าตอนนี้มีโปรเจคอะไรที่ต้องทำบ้าง แล้วอยากทำอะไรเพิ่มบ้าง จากนั้นเลือกมา 2-3 งานเท่านั้นเพื่อ Focus

จดรายชื่อโปรเจคที่อยากทำแล้ว Highlight อันที่สำคัญเอาไว้

แล้วบางครั้งที่งานด่วนหรือเน้นมากๆ เตยก็ใช้วิธีเดียวกันคือเขียนมาเลยแล้วตีกรอบ ขีดไฮไลท์ อย่างรูปล่างนี้เตยเขียนอันดับไว้ด้วยว่าแต่ละงานควรทำอันไหนก่อนและหลังบ้าง

จดสิ่งที่ต้องทำในสมุดแล้ววาดกรอบรอบๆ เพื่อเน้นข้อความ

บางหน้าก็เป็นจดโน๊ตล้วนๆ เลย อย่างหน้านี้เป็น Business Model Generation

จดโน๊ตเกี่ยวกับ Business Model Generation

บางครั้งก่อนที่จะไปเขียนในสมุดเล่มแรกเตยก็ใช้จะเขียนร่างไว้ในเล่มนี้ก่อน อย่างเช่นตอนที่ไปเรียน Discovery Why คือเป็นคอร์สที่ช่วยในการค้นหาจุดหมายในการทำทุกๆ สิ่งทุกๆ อย่างในชีวิตว่า “ทำไมเราถึงทำแบบนี้” อันนี้เป็น final draft ของเตย

Sketch ที่ได้จากการเรียน Discovery Why

มี Sketch รูปเว็บบ้าง พูดง่ายๆ คือเล่มนี้จดทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในหัวนั่นเอง

Sketch แผนผังเว็บไซต์

สมุดเล่มสุดท้าย : สมุด Muji ที่ตกแต่งด้วยตัวปั๊ม สำหรับจดไอเดีย

สมุดเล่มนี้เตยต้องบอกตามตรงว่า เป็นเล่มที่รกมาก ความตั้งใจแรกคือเอาไว้จดไอเดียของหัวข้อที่จะเขียนในบลอคและงานฝีมือโดยจะมีกล่องลี่เหลี่ยมให้ขีดสำหรับโปรเจคที่ทำเสร็จแล้ว โดยเน้นเขียนแต่ชื่อหัวข้อ แต่ปรากฎว่ามันเยอะและไม่มีมีการจัดเรียงที่ดีทำให้หาไม่เจอบ้าง มองไม่เห็นบ้าง สุดท้ายก็ไม่ค่อยได้ใช้เท่าที่ควร คือใช้กลับมาดูเวลาจะคิดไอเดีย แต่ไม่ได้จดว่าอันไหนที่ทำไปแล้วหรือยังไม่ได้ทำบ้าง

 

สมุดเล่มสุดท้ายของ Fauxdori

ตอนหลังมีการปรับปรุงเล็กน้อยคือจากการเขียนต่อๆ กันก็ใช้เป็นหนึ่งหน้าคู่เป็นหนึ่งโปรเจค อย่างที่เห็นในรูปล่างก็คือจะมีกรอบหัวข้อเหมือนเดิมแล้วด้านซ้ายเอาไว้เขียนรายละเอียด ด้านขวาเป็นสิ่งที่ต้องทำหรือลิสของโปรเจคย่อยๆ

หน้าโปรเจค

นอกจากนี้เตยก็รวมพวก sketch ของสิ่งที่เหมือนกันไว้ด้วยกันอย่างเช่น หน้านี้เป็น Journal art ที่คิดว่าจะทำ

การรวบรวมไอเดียทั้งหมดไว้ในที่เดียวแล้วทำอย่างสม่ำเสมอนี้ช่วยเตยมาหลายครั้งแล้ว เหมือนมีกล่องของความคิดอยู่กับตัวเสมอ ทำให้สมองโล่งขึ้นเพราะไม่ต้องคอยจำไอเดียพวกนี้แล้วทำให้ไปทำงานที่ตั้งใจไว้ได้ง่ายขึ้น เพียงแต่ว่าการเขียนบันทึกอย่างมีระบบจะทำให้สมุดเล่มนี้มีประสิทธิภาพที่ดีกว่านี้ ซึ่งเตยคิดว่าคงต้องค่อยๆ พัฒนาไปเรื่อยๆ เท่านั้นเอง

Sketch layout ของ journal ที่อยากทำ

เวลาที่เตยต้องการออกไปข้างนอกแบบตัวเบาๆ หรือรู้แน่นอนว่าจะไม่ค่อยมีเวลาได้ใช้สมุดพวกนี้เตยจะพกไปแค่สมุดเล่มกลางเพื่อจดบันทึกเท่านั้น บางครั้งอย่างเวลาที่ไม่ได้พกไปแต่ดันนึกอะไรออกมาได้เตยก็จะใช้แอพลิเคชั่นใน iphone จดแล้วส่งเข้าเมล์แทน พอเวลาเช็คเมล์แล้วค่อยเอามาจดในสมุดอีกทีค่ะ

เตยชอบใช้สมุดมากๆ เคยใช้แอพต่างๆ มาช่วยจดแล้วมันก็ไม่ได้ความรู้สึกอย่างเวลาจดบนสมุด เตยลองมาหลากหลายวิธีแล้วและก็จะลองไปอีกเรื่อยๆ ปัจจุบันเตยก็ได้เปลี่ยนสมุดทั้งหมดในเล่มไปแล้วและจะอัพเดทให้ดูกันอีกที

เตยได้ลงขายสมุดเปล่าปกสีน้ำตาล ขนาด A6 ไว้ ถ้าหากใครสนใจก็ดูรายละเอียดได้ในเว็บนี้นะคะ

 

Tueydori สมุดสไตล์ Midori Traveler’s Notebook

 

สมุด Fauxdori ปกผ้า

เตยชอบพวก to do list และ planner มากๆ ถ้าวันไหนไม่มี to do list แล้วจะเกิดอาการลอยๆ ไม่รู้ว่าฉันต้องทำอะไรต่อไป หรือไม่ก็จะลืมโน่นลืมนี่ประจำ แต่ว่า planner ที่ถูกใจก็หาได้ยากมาก ลองใช้มาหมดแล้วทั้งใน app บนมือถือและคอมพิวเตอร์  ทั้งในสมุด planner ทั้งแบบเกาหลีน่ารักๆ หรือเรียบๆ แต่มันก็ยังไม่ถูกใจ จนเริ่มทำเองแบบเย็บสมุดเองและวาดตารางเวลาเองนั่นแหล่ะถึงจะถูกใจ สำหรับเตยแล้ว planner เหมือนเป็น system เฉพาะตัวที่แต่ละคนก็จะมีแตกต่างกันออกไปแล้วแต่วิธีการใช้ชีวิตเตยก็เลยมักจะคอยปรับระบบของเตยอยู่เสมอ แต่ก็มีระบบๆ นึงที่มีคนทำออกมาแล้วเตยคิดว่าใช้ง่ายมากที่สุดก็คือ bullet journal เตยลองปรับใช้อยู่สัก 2-3 เดือนก็รู้สึกว่ามันเหมือนยังขาดๆ อะไรไปอยู่ เพราะพอใช้ Bullet Journal แล้วสมุดของเตยหมดเร็วมากๆ ไอเดียที่จดไว้อย่างพวกไอเดียทำงานฝีมือ ไอเดียเขียนบลอคก็ต้องคอยจดใหม่ย้ายตามสมุดมาด้วย จะให้แยกสมุดก็ขี้เกียจพอสมุดหลายๆ เล่ม อยากให้สมุดเล่มเดียวจบเลยมากกว่า

จนเตยได้ไปอ่านเจอเกี่ยวกับ Midori Traveler’s Notebook ซึ่งเป็นสมุดที่เหมือนรวมสมุดหลายๆ เล่มไว้ในเล่มเดียว แต่เพราะปกของ Midori เป็นหนังด้วยราคาของ Midori จึงค่อนข้างแพง ประมาณ 2,200 บาท ไม่นับรวมค่าส่งนะคะ เคยคำนวณแล้วต้องจ่ายประมาณ 3,000 กว่าบาท ยังไม่นับรวมสมุดที่ต้องแยกซื้อต่างหากอีก พอลองหาดูรูป ดูวิธีการที่คนอื่นเค้าใช้กันแล้วก็รู้สึกว่า เราน่าจะทำได้เองนะ ก็ลองค้นต่อจนเจอว่ามีคนทำ DIY เอาไว้เยอะเลย มีหลายวิธี บางคนก็ทำเหมือน Midori จริงๆ บางคนก็ปรับแต่งเพิ่มไปอีก

หลังจากดูวิธีทำแล้วเตยพยายามไปหาหนังมาทำ แต่ว่าก็ไม่ได้มีเวลาไปหาซื้อแบบจริงจัง ในเว็บก็หาไม่เจอก็เลยตัดสินใจใช้ผ้าทำ ไหนๆ ก็อุตส่าห์ซื้อจักรเย็บผ้ามาแล้วนี่เนอะ แต่ก็ปรับอยู่หลายรอบ ทำเสียไป 2-3 อัน สุดท้ายได้ออกมา 3 เล่มที่ใช้งานได้จริงๆ

เล่มแรกเป็นลายดอกสีชมพู พื้นสีขาว สวยมากๆ ชอบลายนี้มาก มีกระเป๋าที่ทำจากผ้าลายนี้ที่บ้านเยอะมาก 555 เล่มนี้เตยใช้ยางยืดขนาด 2 มิลลิเมตร พอเอามาใช้กับสมุดของ MUJI ที่เป็นการเข้าเล่มแบบเย็บกี่ ไม่ใช่แบบมุงหลังคาแล้ว ทำให้สมุดเบี้ยวไปเพราะว่ายางยืดหนาไป แต่สำหรับคนที่ใช้สมุดแบบเย็บมุงหลังคาเล่มนี้ก็สามารถใช้ได้ไม่มีปัญหาอะไร

 Fabric Fauxdori

เล่มต่อมานี้เป็นลายดอกเหมือนกัน แต่เป็นสีเข้มซึ่งเตยชอบตรงที่มันทำให้สกปรกได้ยากกว่า เล่มนี้เตยทดลองใช้ยางยืดเส้นเล็กลงคือ 1 มิลลิเมตร ปรากฎว่าใช้กับสมุดของ MUJI ได้ดีเลย แต่ว่าด้วยความที่เส้นเล็กเกินไป ใช้ได้ไม่นานยางก็ยืดง่ายกว่า เสื่อมได้เร็วกว่า แต่เตยก็ใช้มาประมาณเดือนนึงได้แบบไม่มีปัญหาอะไรมากค่ะ แล้วเล่มนี้ที่เห็นว่าหนาๆ ก็เพราะว่าเตยทำช่องใส่ของตรงปกหน้าและปกหลังด้วยค่ะ

Craftspace Weekend : Week 27

เล่มสุดท้ายนี้เป็นปกหนังปลอม แต่ด้วยความที่อีกด้านของหนังเป็นแบบหยาบๆ เตยเลยเย็บเข้ากับผ้าดิบอีกชั้นนึง เล่มนี้เตยเย็บเองทั้งเล่ม เล่มก่อนๆ แม่จะช่วยสอนบ้างนิดหน่อย เล่มนี้ขอบอกว่าเย็บยากมากๆๆๆๆๆๆๆ คือว่าหนังมันย่นแล้วมันก็เสียไปเลย แต่เตยก็ไม่ลดความพยายามทำออกมาจนสำเร็จ แต่ทำออกมาแล้วขนาดมันเล็กไป ไม่สามารถใส่สมุดได้ตามจำนวนที่เตยต้องการได้

 คราวนี้ลองมาดูด้านในกันหน่อยว่าจะแตกต่างจากสมุดเล่มอื่นๆ ยังไงบ้าง

สมุด Fauxdori ปกผ้า

สมุด Fauxdori ปกผ้า

สมุดสไตล์ Midori Traveler’s Notebook จะคล้ายๆ แฟ้มที่สามารถใส่สมุดเล่มเล็กๆ ได้หลายๆ เล่ม จะเอาสมุดเข้าหรือออกก็ทำได้ง่ายๆ แค่ดึงออกมาค่ะ อย่างบางทีเตยรู้ว่าวันนี้อยากไปข้างนอกแบบตัวเบาๆ แล้วคงไม่ได้มีเวลาทำงานอะไรมากเตยก็จะดึงสมุดจดงานเตยออกมาแค่เล่มเดียวค่ะ

สมุด Fauxdori ปกผ้า

สันสมุดเตยอยากให้มันบางๆ แต่เน้นๆ ก็เลยเย็บแบบซิกแซกเพิ่มไปค่ะ ส่วนรูที่เตยเอาไว้ร้อยยางยืดเตยใช้วิธีเจาะเหมือนการเจาะรังดุมค่ะ แต่เล่มนี้แม่ทำให้เพราะทำไม่เป็น จริงๆ แล้วแม่ก็ยังใช้ที่ปักรังดุมของจักรไม่เป็นด้วยเหมือนกันเลยใช้วิธีเย็บถี่ๆ เป็นสี่เหลี่ยมแล้วเจาะรูตรงกลางแทน

สมุด Fauxdori ปกผ้า

สมุด Fauxdori ปกผ้า

ถ้าเป็นสมุดของ Midori จริงๆ จะมียางยืดให้แค่เส้นเดียวค่ะ แต่ว่าเค้าจะมีวิธีใส่ที่ทำให้สามารถใส่ได้ 3 เล่มค่ะ แต่ว่าของที่เตยทำ (ตั้งชื่อว่า Tueydori แล้วกัน 5555) จะมี 3 เส้น เตยปรับตาม DIY ที่เตยดูมา เพราะเท่าที่ลองดูแล้ว สมุด 3 เล่มนี่เป็นขนาดที่กำลังพอดี ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไปค่ะ ลองพกเยอะๆ แล้วหนักเปล่าๆ ค่ะ

มีทั้งหมดประมาณนี้ค่ะ ไว้คราวหน้าจะมาเล่าเรื่องวิธีการใช้งานของสมุดแนวนี้ให้อ่านกันอีกทีนะคะ

สมุดในครอบครอง

วันนี้ขอนำเสนอ “สมุดในครอบครอง” ของเตยเอง นั่งดูรูปตัวเองแล้วเห็นอย่างนึงว่าสมุดเยอะมากๆ มีทั้งแบบสมุดทำมือที่ทำเอง, สมุดทำมือที่ไปซื้อของคนอื่นมา, สมุดที่ซื้อมาเองแบบแพ๊งแพงจนไม่กล้าใช้ มีสมุดเยอะมากเลย ที่เอามานำอวดวันนี้นี่แค่ส่วนหนึ่ง เริ่มที่เล่มแรกเลยดีกว่า

เล่มที่ 1 สมุดทำมือปกกระต่ายบิน

สมุดเล่มนี้ทำเอง หน้าปกที่เป็นลายกระต่ายบินเป็นเศษกระดาษที่เก็บได้จากออฟฟิตเก่า เอามาแปะบนกระดาษแข็งอีกที กระดาษข้างในเป็นกระดาษถนอมสายตา คั่นแต่ละยกด้วยกระดาษสีชมพูเพราะอยากได้สันสมุดมีสีสันหน่อย ใช้ด้ายหลายๆ เส้นเย็บสันสมุด

สมุดในครอบครอง

เล่มที่2 สมุดทำมือปกผ้า

เล่มนี้ได้ไอเดียจากที่ไปเห็นสมุดปกหนัง ก็เลยเอาผ้าที่มีอยู่มาเย็บเป็นปกแทนหนัง แล้วช่วงนั้นรู้สึกมีปัญหากับดินสอ ปากกาที่ไม่รู้ว่าจะเก็บไว้ที่ไหนดีแถมยังทำให้กระเป๋าสกปรกก็เลยเย็บที่ใส่ดินสอปากกาด้วย ปัจจุบันเล่มนี้ดำมากๆๆๆๆๆ เพราะซักไม่ได้ 55555

สมุดในครอบครอง

เล่มที่ 3 สมุดทำมือสันห่วง

ช่วงนั้นไม่มีสมุดใช้ และไม่อยากซื้อสมุดใหม่ก็เลยทำสมุดเองใช้กระดาษห่อของขวัญมาทากาวติดกับกระดาษแข็งแล้วตัดกระดาษสีฟ้าที่มีอยู่ให้เท่าๆ กันให้ความหนารวมกันไม่เกิน 1.5 เซนติเมตร แล้วเอาไปให้ที่ร้านเข้าเล่มให้

สมุดในครอบครอง

เล่มที่ 4 สมุดทำมือลายแมว

เล่มนี้ผิดพลาดเยอะมากๆ แต่ก็รอดมาเป็นเล่มได้ ปกสมุดเป็นกระดาษทำ Scrapbook เอามาแปะกระดาษแข็ง ส่วนข้างในเป็นกระดาษจากสมุดยี่ห้อ Rhodia ที่ชอบกระดาษมากๆ เพราะเขียนลื่น เขียนง่าย เป็นกระดาษลายกริดก็ฉีกกระดาษจากสมุดมันมาพับครึ่งแบ่งเป็นยกๆ แล้วเย็บสันสมุด แต่พลาดเย็บเบี้ยวก็เลยเอากระดาษมาทากาวติดตรงสันสมุดซะเลย

สมุดในครอบครอง

เล่มที่ 5 สมุดทำมือจากพี่ลิงใจดี

เล่มนี้พี่ลิงวาดปกให้เป็นภาพวาดสีน้ำลายเตยเอง >.< ตอนนี้สมุดอ้าเละเทะมาก เพราะเอามาแปะสิ่งไร้สาระทั้งปวง 5555

สมุดในครอบครอง

เล่มที่ 6 สมุด Moleskine ที่รัก

ฝากเพื่อนซื้อมาจากยุโรปถูกมาก 600 บาท (ปกติในไทยประมาณ 900-1000 บาทจ๊ะ) เพราะค่าเงินลดด้วยก็เลยได้ราคานี้ ซื้อมาก็เป็นความลำบากของชีวิตเพราะแพงเลยไม่กล้าใช้ -*- เล่มนี้ทำปกให้มันด้วยและไม่ซักเช่นเคย ทำปกผิดขนาดใส่ไปเอาออกยากมากเลยไม่ซักซะเลย 555

สมุดในครอบครอง

เล่มที่ 7 สมุด Planner ของ Moleskine

เล่มนี้ไม่ได้ซื้อเอง แต่คุณเพื่อนปรางผู้น่ารักซื้อให้ โอ๊วเย้! เป็นของขวัญวันเกิดที่น่ารักมากมาย >.<

สมุดจดในครอบครอง

เล่มที่ 8 สมุด Zequenz

จริงๆ มีทั้งหมด 3 เล่ม @dominixz ซื้อให้เล่มนึง เล่มนี้ราคาก็แพงอยู่แต่ไม่เท่า Moleskine กระดาษดีใช้ได้ กางสมุดได้ ขนาดพอดีมือมีทั้งแบบหน้าโล่งๆ และลายกริดที่เตยชอบก็เลยใช้เล่มนี้จดงาน และเป็นไดอารี่ ชอบยี่ห้อนี้เป็นอันดับ 2 รองจาก Moleskine แต่ถ้าเลือกใช้เลือกใช้ยี่ห้อนี้ดีกว่าค่ะ 5555

สมุดในครอบครอง

เล่มที่ 9 สมุด Rhodia

สมุดเล่มนี้ชอบกระดาษมากกกกกกกกกกก กระดาษลื่นเขียนง่าย ที่ชอบมากคือตรงใกล้ๆ สันสมุดเค้าทำเส้นปะเอาไว้ให้ฉีดเรียบร้อย นอกจากนี้ตรงปกสมุดเค้าก็ทำรอยพับให้แล้วพอเปิดสมุดแล้วม้วนกระดาษไปมุมสมุดก็จะพอดีกันเลย ถ้าใครชอบใช้สมุดแบบฉีกน่าจะชอบเล่มนี้ ราคาไม่แพงมากด้วย

สมุดในครอบครอง

เล่มที่ 10 สมุดวาดภาพ Canson

แต่เราเอามาแปะไร้สาระอีกแล้ว >.< เล่มนี้ได้มาตอนลดราคา 50% ด้วย

สมุดในครอบครอง

เล่มที่ 11 สมุดจด ภาพประกอบจากพี่ลิงใจดี

พี่เค้าวาดภาพสีน้ำสวยเนอะ

สมุดในครอบครอง

เล่มที่ 12 สมุด Planner จากเกาหลี

เล่มนี้ซื้อมาสองเล่ม ให้น้องสาวไปเล่มนึง เป็นสมุดแบบสันห่วงที่กระดาษถูกตัดแบ่ง อันบนเป็นแบบ Monthly ด้านล่างเป็นแบบ Weekly มีส่วนสำหรับจดโน๊ตได้ด้วย เราสามารถเปิดของสัปดาห์นี้และดูของเดือนนั้นไปพร้อมกันได้ด้วย ซื้อมาเพราะไอเดียนี้เท่านั้น – -”

สมุดในครอบครอง

เล่มที่ 13 สมุด Planner จากเกาหลีอีกเช่นกัน

ในรูปเป็น Before แต่ After นี่เยินมากๆ ปกดำหมดแล้ว ใช้ดีนะเล่มนี้อ่ะหน้าปกก็ใส่พวก Task List ได้ หรือจะเอาการ์ดอื่นๆ ที่เค้าแถมมาให้ใส่ไปแทนก็ได้

สมุดในครอบครอง

 

เล่มสุดท้ายแถมให้ เป็นสมุดจดทำมือ (ที่หายไปแล้ว T-T)

ในบรรดาสมุดทุกเล่มที่มี ชอบเล่มนี้ที่สุด แต่โดนโจรฉกไปแล้ว T-T ที่ชอบเพราะเป็นเล่มที่ตั้งใจตั้งแต่ตอนปริ๊นกระดาษมาเย็บเล่ม ไปจนถึงตอนเขียนสมุดที่ใช้จนเกือบหมดเล่มแล้ว ข้างในมีอะไรเยอะแยะเลย ถ้าใครสนใจกดเข้าไปดูได้ที่ “My Life Journal…สมุดบันทึกชีวิต”

สันสมุดจด

 

 

My Life Journal…สมุดบันทึกชีวิต

วันนี้เป็นวันที่แก่ขึ้นอีก 1 ปี ก็เลยนึกถึง 1 ปีที่ผ่านมา มีอะไรเกิดขึ้นกับชีวิตเยอะมากๆ แต่น่าเสียดายที่ปีที่ผ่านมานี้ ไม่ค่อยได้จดอะไรลงสมุดเลย ทั้งๆ ที่ปกติจดทุกสิ่งอย่างลงสมุด

ทำให้นึกถึงครั้งนึงที่โดนกระชากกระเป๋าแล้วสมุดจดคู่ใจก็หายไปพร้อมกระเป๋า ช่วงนั้นเหมือนคนความจำเสื่อม จำอะไรไม่ได้เลยเพราะทุกอย่างอยู่ในสมุด เสียดายสมุดเล่มนั้นมากๆ เพราะมันเป็นทั้งที่เตือนความจำ ที่รวบรวมความคิดและสิ่งที่ไปพบเจอมา

โชคดีที่ถ่ายรูปเก็บไว้ วันนี้ก็เลยเอามาโชว์ให้ดู ถ่ายไว้ก่อนโดนกระชากกระเป๋าไปไม่กี่วันเอง

สมุดเล่มนี้ถูกใช้งานตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2552 จนหายไปตอนเดือนมิถุนายน 2552 สมุดเล่มนี้ทำเองทั้งเล่ม ปกก็เย็บเองจากขากางเกงที่ยาวไปเลยตัดมาทำปกสมุดซะเลย เย็บได้เบี้ยวมาก 555555 ชอบภาพสมุดมุมนี้ที่สุด ดูใช้งานทนทานผ่านมานานแล้วดีค่ะ

สันสมุดจด

สมุดเล่มนี้ขนาดเท่ากับ 1/4 ของกระดาษ A4 หน้าปกสมุดตอนทำก็เลือกตรงที่มีซิปของกางเกงมาใช้เป็นช่องเก็บของ

Journal cover made from old pants

ส่วนในสมุดก็ทำเอง print เอง ออกแบบเอง มีทั้ง monthly planner ซึ่งมีช่องข้างๆ สำหรับจดกิจกรรม หรือ Goal ที่ตั้งไว้ในแต่ละเดือน แล้วก็มี weekly planner ด้วย

Monthly planner

โซนต่อไปนี้จะเริ่มไร้สาระแล้วเพราะเป็นโซนแปะ ติด ขีด เขียน ตามใจฉัน อย่างหน้านี้เป็นหน้าสะสมตั๋วรถเมล์ ชอบเวลาได้ตั๋วรถเมล์เลขสวยๆ บางใบอาจจะไม่สวยแต่ก็มีความทรงจำกับมันค่ะ

Bus ticket collection

ต่อไปเป็นหน้าลอตเตอรี่ที่ถูกกิน กับภาพที่วาดเล่นตอนนั่งรอเพื่อน

Lottery and my water color work

หน้านี้เป็นหน้าของปาล์มมี่ ชอบปาล์มมี่แล้วก็ปลาบปลื้มกับชุดของปาล์มมี่เป็นพิเศษ ก็เลยเอามาแปะ

Love her clothes

มีทดลองวาดรูปชุดนิดหน่อย เป็นชุดที่ใส่ไปงานแต่งงานพี่สาว ทดลองวาดหุ่นแบบนี้เพราะวาดไม่เป็น พอวาดเสร็จแล้วก็รู้สึกดีที่มันไม่ได้น่าเกลียดอย่างที่คิด

Sketch

ช่วงพกสมุดเล่มนี้เป็นช่วงที่จัดแสดงงานศิลปนิพนธ์พอดี ได้นามบัตรจากเพื่อนเยอะ เลยเอามาใส่ซองแล้วติดไปในสมุด

ไปตรวจปอดมาก็เลยเอามาแปะด้วย 555

เคยเข้าไปดูเว็บอย่าง jr__nal , The Moleskineria Pool หรือ DIYPlanner ก็ยิ่งชอบสมุด ดูทุกวัน ดูเพลินมากๆ ยิ่งดูก็ยิ่งเห็นว่า ฝรั่งเค้าจดบันทึกกันเป็นระบบและละเอียดมากๆๆ จดว่าวันนี้ทำอะไร ที่ไหน เวลากี่โมง อากาศวันนี้เป็นอย่างไร วันนี้อ่านหนังสืออะไรไปบ้าง ดูหนังเรื่องอะไร เจอใครมาบ้าง แบบเก็บทุกรายละเอียด แล้วยังดูสนุกกับการเขียนมากด้วย เหมือนเป็นแรงบันดาลใจให้เรารู้จักจดมากขึ้น

ไม่รู้ว่าสมุดของเราจะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครอยากมีสมุดคู่ใจ หรืออยากจดมากขึ้นบ้างรึเปล่า ถ้าเป็นแบบนั้นได้ก็คงดีใจมากๆ