Select Page

รีวิว Fujiflim Share SP-2 เครื่องพิมพ์รูปโพลาลอยด์

หลังจากจดจ้องอยากได้เครื่องพิมพ์รูปมานานเป็นปีลังเลอยู่นาน สุดท้ายเลือก Fujiflim Share SP-2 ด้วยเหตุผลว่าพกพาง่ายและที่บ้านที่เครื่องพิมพ์เครื่องใหญ่อยู่แล้วก็ไม่รู้จะซื้อเครื่องเล็กมาอัดรูปอีกทำไมก็เลยเลือกเป็นเครื่องพิมพ์รูปโพลาลอยด์ และต้องเป็นรุ่น SP2 เพราะรูปคมชัดกว่ารุ่น SP1 ส่วน SP3 ต้องใช้โพลาลอยด์แบบสี่เหลี่ยมจตุรัสซึ่งแพงและหาซื้อยากกว่า Fujiflim Share SP-2 หน้าตาแบบนี้ สวยงาม และเป็นสีทองค่ะ อยากบอกว่า สีทองหาซื้อยากมากเลย ไปที่ไหนก็หมด สุดท้ายโชคดี ไปถามเล่นๆ ของเพิ่งเข้ามาซะงั้น โชคดีจริงๆ Fujiflim Share SP-2 เวลาเปิดแล้วจะมีไฟเป็นจุดๆ บอกว่าเราเหลือฟิลม์อยู่กี่ใบ อย่างรูปนี้เตยเหลือฟิล์มแค่ใบเดียว Fujiflim Share SP-2 ด้านหลังเป็นปุ่มให้กดเพื่อเปิดใส่กล่องฟิล์มเข้าไป ซึ่งห้ามเปิดตอนที่ยังมีฟิล์มเหลืออยู่เด็ดขาด สำคัญมากนะคะ ไม่อย่างนั้นแสงเข้าไปโดนฟิล์ม ฟิล์มชุดนั้นก็เสียเลย พอดีฟิล์มเตยหมดพอดีเลยได้เปิดให้ดูค่ะ Fujiflim Share SP-2 เวลาใส่ฟิล์มก็วางกล่องฟิล์มให้แถบสีเหลืองตรงกันแบบในภาพ ใส่ให้ตรงช่องแล้วก็ปิดฝา จะมีแผ่นสีดำออกมาจากเครื่องอัตโนมัติค่ะ หลังจากนั้นก็ใช้ได้ตามปกติ Fujiflim Share SP-2 Fujiflim Share SP-2 ด้านล่างของเครื่องพิมพ์จะมีช่องใส่แบตเตอรี่อยู่ เวลาใส่แบตเตอรี่มีสองอย่างที่สำคัญคือ ต้องให้แถบสีส้มตรงกันและต้องกดแบตลงไปจนตัวล็อคเด้งออกมา ไม่อย่างนั้นจะชาร์จไม่ติดเหมือนที่เตยเจอจ้าาา Fujiflim Share SP-2 Fujiflim Share SP-2 เวลาชาร์จให้เปิดฝาด้านข้างตัวเครื่องขึ้นมาแล้วเสียบสายชาร์จเข้าไปได้เลย Fujiflim Share SP-2 Fujiflim Share SP-2 ด้านข้างของเครื่องพิมพ์มีอีกปุ่มที่น่าสนใจคือปุ่ม Reprint ที่พอกดแล้วมันจะพิมพ์รูปล่าสุดมาให้เรา เหมาะกับเวลาไปเม้าท์มอยกับเพื่อนๆ แล้วถ่ายรูปเป็นที่ระลึกแจกให้ทุกคน วิธีการพิมพ์รูปก็ง่ายมาก ทำจากมือถือได้เลยโดยการดาวน์โหลดแอพชื่อ Instax share ขึ้นมาก่อน ในแอพเราสามารถกดเลือกรูปพิมพ์ได้เลย หรือว่าอยากจะถ่ายรูปจากแอพเลยก็ได้ จะมีฟังก์ชั่นแสดงวันที่ขึ้นให้อัตโนมัติ สำคัญคือเวลาจะพิมพ์ต้องกดเลือก wifi ที่ชื่อ instax share เพื่อเชื่อมต่อมือถือกับเครื่องพิมพ์ หรือกดที่ปุ่ม Connect and Print เพื่อให้ระบบต่อ wifi ให้เราก็ได้ Fujiflim Share SP-2 ก่อนพิมพ์เราก็สามารถกดตกแต่งภาพเพิ่มเติมได้ หรือกด template เพื่อทำรูปแบบ collage ก็ได้เหมือนกัน พอพิมพ์แล้วจะมีรูปโพลารอยด์ออกมา ทิ้งไว้สักพักก็จะได้รูปสีสดใส คมชัดประมาณนึง ถึงจะชัดสู้เครื่องพิมพ์ใหญ่ๆ ไม่ได้หรอก แต่ก็ได้ภาพที่ได้อารมณ์อีกแบบนึงมาแทน Fujiflim Share SP-2 รูปนี้เป็นรูปผลงานออกแบบปกสมุดจากสมัยฝึกงาน Fujiflim Share SP-2 ส่วนอันนี้เป็นรูปจากทริปเชียงใหม่ที่ไปมาช่วงสงกรานต์ ถือว่าเป็นของที่ระลึกจากเชียงใหม่ได้เลยเนอะ 🙂 SaveSave

สมุด MD Midori cotton และสมุด MD Midori Paper

ได้สมุด MD Midori A5 มาพักนึงแล้วแต่เพิ่งจะได้ฤกษ์เอามาใช้และแอบตกใจกับความดีงามของกระดาษ อย่างที่รู้กันว่ากระดาษของ Midori อย่างไส้สมุดที่ใช้ใน Traveler’s Notebook นั้นก็ดีแล้ว ใช้ระบายสีน้ำได้ ใช้หมึกซึมได้ไม่ทะลุ คราวนี้ฝากเพื่อนซื้อมาจากญี่ปุ่นแล้วเจอว่ามันมีกระดาษแบบ Cotton ด้วย คือกระดาษทำจากใยฝ้ายซึ่งตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าเป็นยังไง เลยบอกให้เพื่อนซื้อขนาด A5 อย่างละแบบ ได้มา 2 เล่มคือ กระดาษธรรมดาลายตาราง (Grid) และกระดาษผสม Cotton ไม่มีลาย

ภาพรวมของสมุด MD Midori cotton และสมุด MD Midori Paper

ทั้งสองเล่มเป็นสมุดแบบเย็บกี่ทำให้กางสมุดได้อย่างเต็มที่ มีหน้าแรกที่เว้นช่องไว้ให้เขียนชื่อได้ ด้านหลังของสมุดจะมีสติกเกอร์แนบมาให้ใช้ติด ในเล่มมีริบบิ้นสำหรับคั่นหน้ามาให้ด้วย ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าจะมีหลายสีให้เลือก แต่เตยได้สีขาวมาและไม่ค่อยได้ใช้ด้วย

สมุดแบบผสม cotton กระดาษจะออกสีขาว ส่วนกระดาษธรรมดาจะออกเหลืองนวลดูสบายตา ส่วนตัวช่วงนี้ชอบกระดาษสีขาวเพราะดูสะอาดดี ดูเหมือนของใหม่ ฮ่าๆ

สมุด MD Midori cotton และสมุด MD Midori Paper

สมุด MD Midori cotton และสมุด MD Midori Paper

สมุด MD Midori cotton และสมุด MD Midori Paper

สมุด MD Midori cotton และสมุด MD Midori Paper

สมุด MD Midori cotton และสมุด MD Midori Paper

สมุด MD Midori cotton และสมุด MD Midori Paper

 

สมุด MD Midori Paper

เตยได้สมุดแบบธรรมดาลายตารางมาในราคา 800 เยน ไม่แน่ใจว่าในไทยขายราคาเท่าไหร่ แต่น่าจะแพงกว่านิดหน่อยค่ะ เนื้อกระดาษถูกออกแบบมาให้มีสัมผัสลื่นๆ มีสีเหลืองนวลให้ดูสบายตา ส่วนลายตารางเป็นสีเขียวขุ่นทำให้ตารางไม่ดูเด่นไป แต่ก็ยังเข้มพอให้เป็นแนวทางสำหรับเขียนได้

สมุด MD Midori Paper

เตยทดลองใช้สีอะคริลิก, สีเทียน และปากกาลูกลื่นระบายลงบนกระดาษประมาณ 2-3 ชั้น พอแห้งแล้วลองพลิกดูด้านหลังกลับไม่มีรอยอะไรเลย แต่กระดาษย่นลงเล็กน้อย ถ้าไม่คิดมากเรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นสมุดที่พกไปเที่ยวเพื่อ sketch ได้ดีเลย

สมุด MD Midori Paper

สมุด MD Midori cotton

ส่วนสมุด Midori cotton นั้นผลิตจาก cotton 20% ซึ่ง Midori เคลมว่าทำให้กระดาษอยู่ได้นานกว่า บางกว่า และดูดซับได้มากกว่าด้วย เล่มนี้ราคา 900 เยนแพงกว่าแบบธรรมดานิดหน่อย พอลองจับแล้วจะรู้สึกถึงผิวสัมผัสที่มีรอยมากกว่าแบบธรรมดา แล้วก็บางกว่าจริงๆ

สมุด MD Midori cotton และสมุด MD Midori Paper

ทดสอบกระดาษเหมือนเดิมคือใช้สีอะคริลิก, สีเทียน และปากกาลูกลื่นปรากฎว่าด้านหลังไม่ซึมเลยเหมือนกัน แต่กระดาษยังย่นอยู่ ซึ่งส่วนตัวรู้สึกว่าเป็นเสน่ห์แบบนึง ทำให้รู้สึกว่าเราได้ใช้สมุดนี้จริงๆ

สมุด MD Midori Cotton

ส่วนหน้าที่เขียนด้วยปากกาหมึกซึมก็ยังมีลายด้านหลังนิดหน่อย แต่รวมๆ ถือว่าโอเคเลยทีเดียว

สมุด MD Midori Cotton

ความรู้สึกส่วนตัวคิดว่ากระดาษไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่เลย ไม่ซึมไปด้านหลังเหมือนกัน แต่ถ้าชอบกระดาษที่มี texture หน่อยๆ กระดาษโทนสีขาวก็เลือกแบบ cotton ถ้าชอบแบบลื่นๆ กระดาษโทนสีครีมก็เลือกแบบธรรมดาได้เลยค่ะ ส่วนเตยชอบแบบ cotton รู้สึกว่าสัมผัสมันดีกว่ามาก ระบายสีสนุกกว่าด้วยค่ะ

สมุด MD Midori cotton และสมุด MD Midori Paper

SaveSave

ตะลุยร้านเครื่องเขียนในฮ่องกง

เตยเพิ่งกลับมาจากฮ่องกงซึ่งกลายเป็นทริปช้อปปิ้งเครื่องเขียนโดยบังเอิญเพราะไปแบบงงๆ หาข้อมูลมาแค่ว่าร้านเครื่องเขียนอยู่ไหน ร้านงานฝีมืออยู่ไหน กระเช้าลอยฟ้าที่อยากไปนั่งก็ดันปิดปรับปรุงค่ะท่านผู้โช้มมมม สุดท้ายจากทริป 5 วันกลายเป็นเที่ยวร้านเครื่องเขียนเกือบหมดเลยทั้ง 5 วัน ถ้าวางแผนการเดินทางไปดีๆ น่าจะไปได้ครบทุกที่ภายใน 3 วัน แต่เตยเที่ยวแบบสบายๆ ไม่เร่งรีบมากค่ะ

เตยขอแบ่งร้านตามย่านเลยนะคะ

ย่าน Yau Ma Tei

CN Square http://www.chungnam.cc/

เป็นร้านเครื่องเขียนที่มีทั้งหมด 4 ชั้น ขายตั้งแต่ดินสอ ปากกา สมุด ไปจนถึง สี อุปกรณ์งานฝีมือ ชุดคิทเย็บปัก เป็นร้านที่เน้นความหลากหลายของสินค้า แต่ถ้าใครอยากได้สี แนะนำให้ไปที่ Artland ดีกว่าค่ะ

พิกัด: Nathan Rd, Yau Ma Tei

ตะลุยร้านเครื่องเขียนในฮ่องกง : CN Square

ตะลุยร้านเครื่องเขียนในฮ่องกง : CN Square

ย่าน Sham Shui Po

ย่านนี้มีลักษณะคล้ายสำเพ็ง พาหุรัด เสือป่าค่ะ ถ้าเดินออกมาจากรถไฟฟ้าก็เจอเค้าขายเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาถูกเลยค่ะ เดินไปเรื่อยๆ จะเจอร้านขายเครื่องหนัง ริบบิ้นค่ะ อีกฝั่งนึงจะเป็นร้านขายผ้าค่ะ เตยไปที่นี่ค่อนข้างช้า ไปถึง 5 โมงเค้าปิดร้านกันเกือบจะหมดแล้วค่ะ ถ้าใครจะไปแนะนำให้ไปช่วงเช้าแล้วเดินไปเรื่อยๆ ถึงเย็นดีกว่า (เตรียมเงินไปเยอะๆ ได้ใช้แน่นอนค่ะ)

ที่นี่ร้านขายผ้าจะต่างจากไทยคือเค้าตัดตัวอย่างผ้าเอามาเรียงๆ ไว้ให้เรา แล้วเราจะเอาอันไหนก็ไปบอกเค้า บางร้านก็ติดราคาไว้ในตัวอย่างผ้าเลย บางร้านก็ไม่ได้ติด จากเท่าที่ได้ข้อมูลมาคือส่วนใหญ่ 1 เมตรเค้าก็ขาย แต่บางร้านจะมีขั้นต่ำ เช่นต้อง 5 เมตรขึ้นไปถึงจะขาย พอเราเลือกแล้วบอกเค้า เค้าจะไปตัดมาให้เรา

พิกัด: Sham Shui Po MTR ทางออก A2

ตะลุยร้านเครื่องเขียนในฮ่องกง

ตะลุยร้านเครื่องเขียนในฮ่องกง

ตะลุยร้านเครื่องเขียนในฮ่องกง

ตะลุยร้านเครื่องเขียนในฮ่องกง

ตะลุยร้านเครื่องเขียนในฮ่องกง

ย่าน Tsim Sha Tsui

K11 mall

เตยหลงมาเจอห้างนี้ค่ะ เดินทะลุมาจากรถไฟฟ้าได้เลยค่ะ ห้างนี้เป็นห้างที่เน้นสินค้างานดีไซน์ทันสมัยจากนักออกแบบต่างๆ ค่ะ อารมณ์คล้ายๆ Siam Discovery ค่ะ
เตยปลาบปลื้มห้างนี้เพราะห้องน้ำเป็นพิเศษค่ะ 555 ถ้าใครเคยไปฮ่องกงจะสังเกตได้ว่าส่วนใหญ่ห้องน้ำจะอยู่ลึกลับมากๆ แล้วมักอยู่ในประตูที่เขียนว่า Exit แถมมีน้อยด้วย บางห้างมี 5 ชั้นมีห้องน้ำแค่ 2 ชั้นเอง เข้าใจว่าน่าจะเป็นเพราะฮวงจุ้ย แต่ที่ K11 mall นี่ห้องน้ำหาง่ายมากๆ แล้วสะอาดด้วย

พิกัด: 18 Hanoi Rd, Tsim Sha Tsui

Moleskine

สาวกเครื่องเขียนอย่างเราจะพลาดการเดินเล่นที่ Moleskine ได้อย่างไร ที่ฮ่องกงมี store ของ Moleskine อยู่หลายที่เลยค่ะ ที่เตยไปเดินมาก็มีที่ K11 mall, ตึก ifc แล้ว store เล็กหน่อยก็ในร้านหนังสือ Eslite ค่ะ ช่วงที่ไปมีโปรโมชั่นลดราคาสมุด Planner ปี 2017 40% พอดีก็เลยซื้อมา 1 เล่มแต่จะลดใน store ใหญ่ๆ เท่านั้นนะคะ ใน Store เล็กๆ หรือชั้นขายสินค้าตามห้างจะไม่ลดราคา เห็นว่ามีลดราคาถึงสิ้นเดือนมีนาคมค่ะ

ย่าน Central

PMQ

ที่นี่น้องผึ้ง มะม่วง DIY แนะนำมา ที่นี่เป็นเหมือนสถานที่รวบรวมร้านของนักออกแบบฮ่องกงไว้ มีทั้งหมดประมาณ 5 ชั้น เตยไปช่วงเช้าวันเสาร์ร้านค้าก็เลยเปิดไม่ครบ มีตั้งแต่ร้านขายเสื้อผ้า เครื่องประดับ งานหนัง ห้องเรียนวาดภาพทั้งสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ สมุด โปสการ์ด ไปถึงโรงเรียนสอนทำอาหาร (ห้องครัวน่ารักมากเลยค่าา) บางห้องก็เป็นสตูอิโอออกแบบเลย ทำเป็นบริษัทเล็กๆในนั้นเลย ที่นี่เดินเพลินๆ ก็เป็นชั่วโมงอยู่นะคะ และถ้าใครยังไม่จุใจก็สามารถเดินเข้าชมแกลอรี่รอบๆ PMQ ได้เลย มีแกลอรี่เยอะมากๆ เรียกว่าถนนเส้นนั้นทั้งเส้นมีแต่งานศิลปะเลยก็ว่าได้

สิ่งที่เตยปลื้มและอยากมีเป็นของตัวเอง คือบางร้านเค้าแบ่งร้านเป็นสองส่วน ส่วนทำงานและส่วนหน้าร้านไว้ขายของ ชอบความรู้สึกเป็นกันเองแบบนั้น

เว็บไซท์: www.pmq.org.hk

พิกัด: No.35 Aberdeen Street, Central

ตะลุยร้านเครื่องเขียนในฮ่องกง : PMQ

ตะลุยร้านเครื่องเขียนในฮ่องกง : PMQ

ตะลุยร้านเครื่องเขียนในฮ่องกง : PMQ

ตะลุยร้านเครื่องเขียนในฮ่องกง: PMQ

ย่าน Wanchai

Artland

ถ้าใครที่หาเครื่องเขียน อุปกรณ์ศิลปะแบบจริงจัง อารมณ์ร้านสนใจของไทย ขอแนะนำร้าน Artland ค่ะ ร้านไม่ใหญ่มาก แต่มีแทบทุกอย่าง สีน้ำมัน สีน้ำ สี่ Pastel สีอะคริลิก สีเพ้นท์หนัง สีเพ้นท์ผ้า เพ้นท์กระจก กระดาษ สมุด sketch พู่กันก็เยอะมีหลายแบบหลายยี่ห้อ อุปกรณ์งานปั้นก็มี หนังสือสอนวาดรูปก็เยอะ (แต่ส่วนใหญ่จะเก่ามากๆ แล้ว) พอดีเตยตามหาสี Holbein Designer Gouache อยู่ เจอแต่ Holbein Acryla Gouache เท่านั้นแถมราคาพอๆ กับสั่งออนไลน์เลย ก็เลยซื้อ Gouache ของ Daler Rowney มาแทน

เว็บไซท์: www.artland.com.hk

พิกัด: 3/F, Lockhart Centre, 301-307 Lockhart Rd, Wan Chai

ตะลุยร้านเครื่องเขียนในฮ่องกง: Artland

ตะลุยร้านเครื่องเขียนในฮ่องกง: Artland

ตะลุยร้านเครื่องเขียนในฮ่องกง: Artland

Artsman

ที่นี่ร้านเล็กกว่า Artland มากๆ แต่อยู่ใกล้กัน สามารถเดินไปได้ ของที่นี่ดูเก่ากว่า แต่มีแบรนด์แปลกๆ เยอะกว่า ที่นี่เตยเดินแปบเดียวเพราะว่าร้านเล็กแล้วงบหมดหลังจากไปร้าน Artland แล้วด้วย 555 ถ้ามีเวลาน้อยแนะนำให้ไปแค่ร้าน Artland ก็พอค่ะ

พิกัด: Kiu Hong Mansion, 3-5A Tin Lok Ln, Wan Chai

ย่าน Sheung Wan

The Crafties

เป็นพื้นที่สำหรับศิลปินหรือผู้ที่ต้องการทำงานฝีมือมาเช่าพื้นที่เพื่อทำงานฝีมือค่ะ เรียกง่ายๆ ว่าเป็น co-working space สำหรับคนทำงานฝีมือ โดยที่นี่จะมีอุปกรณ์ให้บางอย่างเช่น จักรเย็บผ้า (จักรอุตสาหกรรมก็มีนะ ถ้ามองไม่ผิด), แผ่นรองตัด, ไฟสตูดิโอ, กี่ทอผ้า ฯลฯ โดยการเช่าจะมีทั้งแบบรายเดือนและรายวันค่ะ นอกจากนี้ก็มีไหมพรมและชุดคิทขายด้วยนิดหน่อย

พอดีได้คุยกับคนที่เช่าที่อยู่ในนั้นพอดี เค้ากำลังย้ายของกันเนื่องจากว่า The crafties กำลังย้ายไปที่ใหม่อยู่ใกล้ๆ นี้เอง ที่นี่สร้างมาประมาณ 5 ปี และเค้าก็เช่าอยู่ที่นี่ได้สักพักแล้ว เค้าทำงานตัดเย็บก็เลยมักจะเก็บผ้าไว้ที่นี่ค่ะ ปกติที่นี่จะคนเยอะกว่านี้แต่ช่วงนี้เค้าย้ายของกันอยู่ก็เลยมีคนมาน้อยวันนี้ คนที่นี่ก็มีตั้งแต่คนที่ทำงานเพ้นท์ งานตัดเย็บเสื้อผ้า งานปัก และงานโครเชต์ บางคนก็มาเช่าที่ใช้แค่วันเดียวเพื่อมาใช้อุปกรณ์ที่นี่แล้วก็ไป บางคนก็เช่าประจำเลย และยังใช้เป็นที่นัดพบลูกค้าที่ต้องการจ้างทำงานฝีมือด้วย
นอกจากนี้ที่นี่ก็มีจัด workshop เป็นครั้งคราวค่ะ เท่าที่เห็นจากในเว็บก็ดูกว้างดีนะคะ มีตั้งแต่ศิลปะเด็ก, งาน Calligraphy, งานหนัง, งานเย็บปักต่างๆ

เว็บไซท์: www.thecrafties.hk

พิกัด: Sing Kui Commercial Building, 27 Des Voeux Rd W, Sheung Wan (ให้ลองเช็คอีกทีค่ะ)

ตะลุยร้านเครื่องเขียนในฮ่องกง: The Crafties

ตะลุยร้านเครื่องเขียนในฮ่องกง: The Crafties

ตะลุยร้านเครื่องเขียนในฮ่องกง: The Crafties

ย่าน Causeway Bay

Eslite

เป็นร้านหนังสือที่ใหญ่มาก มีประมาณ 3 ชั้นแบบกว้างๆ เลยนะคะ ชั้นล่างสุดคือชั้น 8 จะเป็นหนังสือทั่วไปมีหนังสือออกแบบอยู่นิดหน่อย มีโซนให้นั่งอ่านหรือนั่งรอได้ด้วยค่ะ ถ้าใครตามหาหนังสืองานฝีมือให้ไปที่ชั้น 9 ค่ะ จะมีอยู่ 2 ตู้ใหญ่ๆ ส่วนชั้น 10 ชั้นบนสุดจะคล้ายๆ Loft มีขายเครื่องเขียน การ์ดของ Redcap และ Hallmark ด้วย พวกอุปกรณ์ Calligraphy ก็มีค่ะ แล้วก็มีคาเฟ่ที่คนต่อแถวเยอะมากกกกก สงสัยจะอร่อย

เว็บไซท์: esliteliving.com

พิกัด: Hysan Place, 8/F-10/F, 500 Hennessy Rd, East Point, Hong Kong

Kikki-k

เคยไปมาแล้วตอนไปสิงคโปร์ ของสิงคโปร์ดูใหญ่กว่าประมาณสองเท่า ของไม่เยอะเท่าสิงคโปร์แต่เตยก็ยังได้สมุดมา 1 เล่ม ฮ่าๆ จากการค้นข้อมูลมาเห็นว่ามี 2 สาขาแต่ดูจากรีวิวแล้วเหมือนว่าสาขาที่ Times Square จะใหญ่กว่าอีกทีนะคะ แล้วก็ไปง่ายมากๆ ออกจากรถไฟฟ้ามาก็เจอเลยค่ะ

เว็บไซท์: kikki-k.com

พิกัด: B216, Times Square Hong Kong

สมุด 2016 A5 Weekly Leather Diary ของ Kikki-k

เมื่อเดือนที่แล้วโดมไปสิงคโปร์แล้วแวะร้าน Kikki-K ซื้อสมุด Weekly Diary มาให้เป็นของฝาก ร้านนี้เป็นแบรนด์ที่เตยชอบมานานแล้ว ชอบที่ concept และสไตล์ของร้านที่เน้นเรียบๆ แต่เข้าใจง่ายและยังสวยด้วย แต่สมุดราคาค่อนข้างสูงทำให้ตอนที่ไปสิงคโปร์เมื่อปีที่แล้วทำใจซื้อยังไม่ได้

ตอนแรกเตยตั้งใจจะใช้เป็น Planner แต่ว่ามีสมุด Traveler Notebook ที่ทำเองไว้อยู่แล้วเลยใช้เล่มนี้เป็นสมุดไดอารี่ที่เอาไว้จดเป็นไดอารี่ว่าแต่ละวันเจอเหตุการณ์อะไรบ้างแทน เพราะว่าอยากฝึกทบทวนตัวเองก่อนนอน ถ้าใช้สมุดที่เป็นแบบ Daily คือมีวันละหนึ่งหน้าจะรู้สึกว่าต้องเขียนเยอะและโอกาสหยุดเขียนกลางทางจะเยอะกว่า คิดเอาเองว่าถ้าได้เริ่มเป็นช่องเล็กๆ แบบนี้น่าจะดีนะ

คุ้นๆ ว่ารุ่นนี้มีประมาณ 3 สี แต่โดมซื้อสีฟ้ามาให้ ปกเป็นปกหนังมีสายรัดยางยืด หน้าปกมีเลข 16 ซึ่งก็คือปี 2016 อยู่ แล้วมีสติกเกอร์ Make it yours ซึ่งเตยเอาไปติดในสมุดจดแทนแล้ว 555

สมุด 2016 A5 Weekly Leather Diary ของ Kikki-k

ข้างในมีที่คั่นมาให้เป็นสีชมพู มีข้อความเหมือนกัน ด้านหลังเป็นข้อความแนะนำสมุดซึ่งแน่นอนเตยก็เอาไปติดสมุดจดแล้วอีกเช่นเคย 555 หน้าแรกที่โดนบังไปเป็นพื้นที่สำหรับเขียนชื่อ ที่อยู่ email เอาไว้ให้เผื่อว่าทำหายไปจะมีคนใจดีช่วยส่งคืนมาให้ได้

สมุด 2016 A5 Weekly Leather Diary ของ Kikki-k

สมุด 2016 A5 Weekly Leather Diary ของ Kikki-k

เปิดไปก็มีปฏิทินสองปีคือปี 2016-2017 สไตล์สมุดเล่มนี้จะเรียบๆ เน้นแสดงแต่สิ่งที่สำคัญ ถ้าใครชอบแนวกุ๊กกิ๊กน่ารัก เล่มนี้คงไม่เหมาะเท่าไหร่ ส่วนเนื้อกระดาษเตยเฉยๆ เพราะว่ามันเขียนไม่ลื่นเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะใช้กระดาษของ Midori และ Muji ที่กระดาษลื่นมากๆ มารึเปล่าก็เลยเฉยๆ กับกระดาษของ Kikki-k

ปฏิทินรายปี สมุด 2016 A5 Weekly Leather Diary ของ Kikki-k

และยังมีหน้า Monthly ให้ด้วย หน้านี้เตยยังไม่ได้ใช้จริงจัง แต่มีคิดๆ ไว้ว่าจะทำเป็นที่จดสิ่งที่ดี 1 อย่างในแต่ละวัน เพื่อเป็นการฝึกคิด Positive thinking และรู้สึกพอใจในสิ่งที่มีอยู่

หน้ารายเดือนในสมุด 2016 A5 Weekly Leather Diary ของ Kikki-k

เล่มนี้เป็นสมุดแบบ Weekly โดยเริ่มตั้งแต่อาทิตย์แรกของเดือนธันวาคม 2015 เป็นต้นไป และเริ่มอาทิตย์ที่วันจันทร์ซึ่งปกติเตยชอบเริ่มอาทิตย์แบบนี้อยู่แล้ว

พอเปิดหน้ามาจะเจอช่อง 8 ช่องมีช่อง Notes อยู่อันแรก แล้วในแต่ละช่องวันที่จะมี AM, PM, Birthday ให้ด้วย แต่ส่วนตัวไม่ได้ใช้เลยเน้นเขียนไปเรื่อยๆ

Planner รายอาทิตย์ในสมุด 2016 A5 Weekly Leather Diary ของ Kikki-k

วันไหนที่เป็นวันสำคัญต่างๆ อย่างวันแรกของปีก็จะมีกรอบข้อความให้ไปอ่านเนื้อหาบนเว็บต่อ

2016 A5 Weekly Leather Diary ของ Kikki-k

ถัดไปเป็นโซนของการจดบันทึกค่ะ เป็นหน้าว่างธรรมดา มีตีเส้นบรรทัดให้เขียนได้ง่ายๆ

หน้าจดบันทึกสมุด 2016 A5 Weekly Leather Diary ของ Kikki-k

โซนสุดท้ายเป็นโซนสัพเพเหระค่ะ มีพวก List อย่าง Website, หนังสือ, wishlist, หนัง, ร้านอาหาร และรายรับรายจ่าย ส่วนสุดท้ายเป็นวันหยุดของแต่ละประเทศซึ่งไม่มีไทย 5555

สมุด 2016 A5 Weekly Leather Diary ของ Kikki-k

สมุด 2016 A5 Weekly Leather Diary ของ Kikki-k

 

สมุด 2016 A5 Weekly Leather Diary ของ Kikki-k

นอกจากนี้ที่ปกหลังของสมุด เขามีช่องใส่ของให้ด้วย คล้ายๆ กับ Moleskine แต่ว่าเล่มนี้เป็นช่องที่เปิดด้านบน ข้างในแถมสติกเกอร์ให้ที่ตลกคือโดมซื้อสติกเกอร์แบบเดียวกันให้เพราะไม่รู้ว่ามีอยู่ในเล่มแล้ว 5555 แต่ก็ยังมีความแตกต่างนิดหน่อยคืออันนี้เป็นสติกเกอร์ขาวทึบแต่อีกอันเป็นสติกเกอร์ใส

สมุด 2016 A5 Weekly Leather Diary ของ Kikki-k

สติกเกอร์ของแถม กับ สมุด 2016 A5 Weekly Leather Diary ของ Kikki-k

ไว้ถ้าเตยเขียนเติมเล่มนี้เยอะๆ แล้วจะเอามาโพสให้ดูอีกทีนะคะ

Traveler notebook ใหม่ใน Catisfy

Traveler notebook ใหม่ใน Catisfy

สมุด Traveler’s notebook ใหม่ออกมาแล้ว เป็น Collection ที่ทำสนุกมากๆ อีกโปรเจคนึง ผลงานก็ออกมาถูกใจเตยเป็นพิเศษ  งานเย็บก็เริ่มดีขึ้น รู้เทคนิคในการเย็บมากขึ้นไม่มีการเย็บไม่เรียบร้อยอีกแล้ว

Stamp บนผ้าด้วยฟองน้ำ

ตากผ้าให้แห้งหลังจากระบายสีปกสมุดเสร็จ

ใน Collection นี้เป็นงานที่เน้นทำลายผ้าเองโดยมีอุปกรณ์ที่จำกัดอยู่ไม่กี่ผ้า เนื่องจากขนผ้าและสีไปทำงานที่อื่น ทำให้ต้องจำกัดอุปกรณ์ไปในตัว (ถ้าขนไปหมดเดี๋ยวหลังหัก)  คือ สีเพ้นท์ผ้า พู่กัน และแสตมป์ด้วยตัวปั้มจากฟองน้ำล้างจานมาตัด คราวนี้เตยทำทั้งหมด 6 เล่มจากตอนแรกตั้งใจจะทำ 10 เล่ม แต่เวลาหมดพอดี

Traveler notebook ใหม่ใน Catisfy

สมุดเล่มที่ 1 สมุดลายเส้นแปรงพู่กัน

โดยทำ 2 รูปแบบไว้ในหน้าเดียวให้ดูสนุกคือเป็นการลงสีด้วยพู่กันแบบแห้งลงบนผ้าแห้ง และแบบผ้าเปียก ตอนแรกๆ ก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าจะเวิร์คไหม ปกติเคยใช้สองเทคนิคนี้กับสีน้ำบนกระดาษเท่านั้น พอทดลองทำดูในผ้าอีกผืนแล้วใช้ได้จึงเอามาใช้เป็นลายปกสมุด

Traveler notebook ใหม่ใน Catisfy

สมุดเล่มที่ 2 สมุดลายแปรงพู่กันแบบน้ำฝน

วันที่ทำงานดูท้องฟ้ามืดครึ้มเหมือนฝนจะตก ลองทำเป็นลายฝนตกดีกว่า ใช้เทคนิคจากสมุดเล่มแรกมาทำอีกที

Traveler notebook ใหม่ใน Catisfy

สมุดเล่มที่ 3 สมุด block lines

เล่มนี้เตยใช้ฟองน้ำล้างจานที่ซื้อจากเซเว่นมาแล้วตัดเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าแล้วใช้เป็นตัวปั้มอีกที ก่อนหน้านี้เตยเคยใช้ Craft foam ทำเป็นตัวปั้มมาครั้งนึงแล้ว ทำให้ค่อนข้างเห็นความแตกต่างที่ชัดเจนของตัวปั้มทั้งสองแบบ ตัวโฟมจะมีเนื้อละเอียดกว่าฟองน้ำล้างจานทำให้สีติดมามากกว่า แต่ลายจากฟองน้ำก็ดูเป็นเอกลักษณ์ชัดเจนดี

Traveler notebook ใหม่ใน Catisfy

สมุดเล่มที่ 4 สมุด Pink brick

ใช้เทคนิคเดียวกับเล่มบน แต่อยากใช้สีชมพูสะท้อนแสง แล้วใช้รูปแบบการวางตัวปั้มคนละแบบกัน

Traveler notebook ใหม่ใน Catisfy

สมุดเล่มที่ 5 colorful space

เล่มนี้เตยเอาผ้าไปชุบน้ำแล้วค่อยมาลงสี ทำให้สีดูกระจายตัวให้ดูนุ่ม และมีสีสันไปพร้อมๆ กัน

Traveler notebook ใหม่ใน Catisfy

สมุดเล่มที่ 6 สมุด Ombre pink

เล่มนี้เตยก็ใช้การชุบน้ำแล้วลงสีเหมือนกัน แต่ตั้งใจให้เป็นการไล่สีเลยลงสีทีละฝั่ง แล้วใช้ยางยืดสีชมพูที่เข้ากันกับสีชมพูที่ลงไปด้วย

 

ครบทั้ง 6 เล่มแล้ว คราวหน้าตั้งใจว่าจะใช้การลงสีทำลายผ้าเองมากขึ้นเพราะสนุกดี มีหลายๆ ลายที่อยากลองวาดลงบนผ้า สำหรับใครที่สนใจสมุดแบบ Traveler notebook ลองเข้าไปดูได้ที่ www.catisfy.com และถ้าอยากรู้จัก Traveler notebook มากขึ้นสามารถอ่านได้ที่หน้านี้เลยค่ะ

Traveler’s notebook ออกใหม่ในร้าน Catisfy

Catisfy-traveler-notebooks-9

หลังจากที่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาเตยได้ทำโปรเจค 30 Days of Notebook และทำสมุดออกมาจนครบ 30 เล่ม หลังจากนั้นเตยทยอยทำสมุดออกมาใหม่เรื่อยๆ แต่ไม่ถี่เท่าเดิม วันนี้เตยเลยเอาภาพสมุดชุดหลังสุดที่ทำออกมาโชว์ให้ดูค่ะ

เตยยังคงเน้นทำสมุดขนาด A6 แต่ว่าเน้นใช้ลายผ้าที่หลากหลาย อย่างเล่มแรกที่เอามาให้ดูนี้เป็นลายชุดเครื่องครัวต่างๆ เป็นสมุดที่มีสีสันสดใส ส่วนตัวเตยค่อนข้างชอบเล่มนี้ เนื้อผ้าดี ใส่ฟองน้ำเข้าไปยิ่งที่ให้นุ่มดีด้วย

Catisfy-traveler-notebook-kitchen-1

ถัดมาเป็นลายดอกไม้ที่มีพื้นหลังสีฟ้า สองเล่มแรกนี้มีแค่เล่มเดียวเท่านั้นเพราะผ้าหมดแล้ว ด้านในปกเตยใช้ทั้งฟองน้ำและผ้ากาวแบบหนาทำให้ปกสมุดนุ่มแต่ยังคงรูปได้ดีอยู่

Catisfy-traveler-notebook-floral-blue-1

เล่มที่สามนี้เป็นเล่มที่เย็บยากมากๆ เพราะเป็นผ้าเคลือบไวนิลที่ทำให้หมดปัญหาเรื่องของคราบเลอะบนสมุดด้วย เล่มนี้เตยก็ชอบ (อีกแล้ว ฮ่าๆ)

Catisfy-traveler-notebook-floral-2

สองเล่มสุดท้ายนี้เป็นสมุดที่ทำจากผ้าทอมือที่ซื้อจากลาวซึ่งเย็บยากมากๆๆๆๆๆๆ แต่พองานออกมาแล้วก็รู้สึกประทับใจ ผ้าสวย เนื้อนิ่มโดยเฉพาะเล่มที่เป็นลายทอสีเขียวที่ใช้ปลายผ้าซิ่นมาตัดเย็บ

Catisfy-traveler-notebook-plaid-1

Catisfy-traveler-notebook-lao-textile-1

พอทำสมุดมาหลายๆ เล่มแล้วรู้สึกได้ถึงพัฒนาการของตัวเอง ยิ่งตอนเย็บผ้าทอมือที่เย็บยากๆ ได้แล้วก็ทำให้รู้สึกเหมือนผ่านด่านในเกมเลย

หากใครสนใจสามารถเลือกซื้อสมุดเหล่านี้ได้ที่ร้าน Catisfy ของเตยเลยนะคะ อยากรู้จัก Traveler’s notebook มากขึ้นสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในบลอคเลยค่ะ

ปล. เตยได้สัมภาษณ์คุณแมวจากแบรนด์ Merryday ในเว็บ HandmadeBiz เกี่ยวกับชีวิตนักวาดภาพประกอบและเจ้าของแบรนด์ตัวเองค่ะ ติดตามอ่านได้ที่เว็บ HandmadeBiz เลยค่ะ 
 

เปิด Midori Traveler’s Notebook ดูว่ามีอะไรข้างในสมุดบ้าง

จากคราวที่แล้วที่เขียนรีวิวสมุด Midori Traveler’s Notebook ไว้แล้ววันนี้อยากมาเปิดสมุดให้ดูว่า ข้างในสมุดที่เตยใช้อยู่เป็นอย่างไรบ้าง ตอนนี้เตยยังไม่เจอรูปแบบการใช้งานสมุด Planner ที่ชัดเจนของตัวเองหรือที่ฝรั่งเรียกว่า Planner Peace เพียงแต่คิดว่าการเปิดให้ดูข้างในน่าจะให้ไอเดียได้บ้างว่าจะใช้สมุดแบบ Traveler’s Notebook อย่างไรได้บ้าง

ก่อนหน้านี้เตยใช้สมุดผ้าปกลายแมวขนาด A6 แต่เห็นว่ามีคนชอบสมุดขนาดแบบ Midori ซึ่งเป็นปกหนังกันเยอะจึงซื้อมาลองใช้ดูว่าจะชอบสมุดขนาดนี้ไหม จะชอบใช้ปกหนังไหม และด้วยความที่ขนาดของสมุด Midori เป็นขนาดพิเศษทำให้ต้องทำสมุดขนาด 11x 21 cm ขึ้นมาใช้เองหรือไม่ก็ซื้อสมุด A5 แล้วมาตัดบางส่วนออก (ตอนนี้เตยทำมาใช้จำนวนนึง ถ้าสนใจสามารถซื้อสมุดได้ที่ร้านหรือส่งข้อความมาได้นะคะ)

my-midori-traveler-notebook-1

อย่างที่เห็นคือสภาพหลังใช้มา 1 เดือนครึ่ง เจอรอยขีดข่วนเพียบเลย ไม่มีการทนุถนอมใดๆ ทั้งนั้น ตอนนี้ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าชอบผ้าหรือหนังมากกว่า ผ้าก็มีความนุ่ม เบา สบาย แต่เสน่ห์ของปกหนังที่เตยประทับใจคือ สีที่เปลี่ยนไปทำให้ดูขลังขึ้นและความคงทน คิดว่าถ้าใช้นานๆ คงให้อารมณ์ขลังกว่านี้แน่ๆ

เตยมักพกปากกาเพียงด้ามเดียวไปกับสมุดอยู่เสมอ เตยเห็นคนอื่นๆ ใช้ pen holder ในการเก็บปากกากันแต่เตยคิดว่าแค่ยางรัดที่ให้มาก็เอาอยู่แล้วเลยไม่ได้ซื้อมาใช้

my-midori-traveler-notebook-2

ส่วนที่คั่นหนังสือที่มากับสมุด จริงๆ แล้วเตยไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่แต่เพราะมันมาพร้อมสมุดก็เลยรู้สึกว่าต้องใช้ ฮ่าๆ เตยไปซื้อที่ห้อยกุญแจมาใส่ที่ปลายด้วยเพื่อตกแต่งและให้เห็นชัดเจนขึ้น

my-midori-traveler-notebook-25

ข้างในสมุด Midori Traveler’s Notebook

เตยใส่สมุด 5 เล่มกับซองพลาสติกอีก 1 ซอง ถือว่าเป็นสมุดที่อ้วนมากๆๆ อ้วนจนเห็นได้ว่าปลายสมุดเลยออกมาเกินสมุด แต่เตยก็ชอบนะ ดูมีอะไรเยอะดี

my-midori-traveler-notebook-6

ซองพลาสติก

จริงๆ แล้วซองนี้เป็นปกสมุด planner ปี 2015 ของ Muji ที่เตยได้มาพร้อมกับสมุด planner เตยใช้สำหรับใส่กระดาษจุกจิกต่างๆ สติกเกอร์ post-it และ washi tape เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน

my-midori-traveler-notebook-8

สมุดเล่มที่ 1 Life Book

เป็นสมุดคู่มือชีวิตของเตย เตยได้ไอเดียนี้มาจากการทำ Vision board แต่เตยรู้ว่าถ้าเตยทำ Vision board แล้วเอาวางไว้ที่โต๊ะทำงานเตยที่บ้าน เตยคงจะเบื่อและต้องมาคอยทำความสะอาดอยู่เสมอแน่ๆ เพราะที่บ้านอยู่ใกล้กับทางด่วนทำให้ฝุ่นจากทางด่วนนั้นเข้ามาในบ้านได้ง่ายมาก แล้วเตยก็คิดได้ว่า ถ้าทำ Vision board ของเตยใส่ในสมุดเนี่ยน่าจะดีกว่าเพราะว่าเตยพกสมุดเป็นประจำอยู่แล้วและยังสามารถอัพเดทสมุดของเตยได้ตลอดเวลาอีกด้วย โดยความตั้งใจของเตยคือ ทำ Vision board, Life list, Why อยู่ในสมุดเล่มนี้ทั้งหมด

หน้าแรกของ Life Book เป็นรูปของเตยตอนไปเที่ยวที่กระบี่ อันนี้เป็นเกาะอะไรจำไม่ได้แล้วแต่น้ำใสมากๆ แล้วรู้สึกว่าเป็นรูปที่เตยดูสดใสมีชีวิตชีวาดี ก็เลยเอารูปนี้มาติด แล้วใช้สติกเกอร์ด้วยอักษรมาติดเป็นชื่อเตยอีกทีนึง ส่วนข้างล่างเว้นเอาไว้เขียน Why Statement

my-midori-traveler-notebook-10

ส่วนหน้าถัดมาเป็น Vision board ของปีนี้อย่างที่เคยเขียนไว้ว่า อยากให้ปีนี้มีแต่ความรู้สึก alive เตยค้นรูปจาก pinterest มาพิมพ์แล้วติด พอดีช่วงนั้นเครื่องพิมพ์ไม่ค่อยดีทำให้สีออกมาขาดๆ หายๆ แต่กลับกลายเป็นรูปโทนเดียวกันหมด ทำให้รู้สึกชอบมากเลย เตยคิดสติกเกอร์คำว่า Colorful, Fresh ไปด้วยเหมือนขยาดความคำว่า Alive อีกทีนึง

my-midori-traveler-notebook-11

หน้านี้เป็นหน้าที่ทำขึ้นมาเพราะชอบภาพที่ไปเจอจากนิตยสาร ตั้งใจว่าจะติดข้อความที่ให้กำลังใจเข้าไปให้เต็ม เว้นตรงรูปแมวไว้

my-midori-traveler-notebook-15

สองหน้าถัดมาเป็น Visionboard ของบ้านและโต๊ะทำงานที่อยากได้

my-midori-traveler-notebook-16

my-midori-traveler-notebook-17

ต่อมาหน้านี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ใช้รูปจากนิตยสารเหมือนกันแล้วติดรูปสถานที่ๆ ชอบเข้าให้ให้เต็มๆ แต่ดันลืมติดรูปแสงเหนือซะอย่างนั้น!!!

my-midori-traveler-notebook-19

หน้านี้เตยติดภาพข้อความที่ดี ให้กำลังใจ หรือควรจดจำไว้ ชอบที่สุดคือ “Small Steps Everyday” เป็นข้อความที่มีผลกับเตยเยอะมาก คือบางทีชีวิตเรามันก็วุ่นๆ ยุ่งๆ แต่ถ้าเราทำอะไรบางอย่างๆ ทุกๆ วันทีละเล็กละน้อยสุดท้ายมันจะกลายเป็นภาพใหญ่ๆ ขึ้นมาเอง

my-midori-traveler-notebook-22

สมุดเล่มที่ 2 Daily planner

เป็นสมุดที่ทำเอง ออกแบบเอง พิมพ์จากเครื่องพิมพ์ที่บ้านแล้วเย็บเล่มเอง หน้าปกใช้ภาพจากนิตยสาร ตรงกลางติด post-it สำหรับจดกิจกรรมของเดือนหน้าๆ เอาไว้ เพราะเล่มนี้มีแค่ 31 วันของเดือนมกราคมเท่านั้น

my-midori-traveler-notebook-26

เตยออกแบบสมุดเล่มนี้ให้หน้าซ้ายเป็น Event หรือ Appointment ต่างๆ มี Most Important Task สำหรับงานสำคัญที่ต้องทำให้เสร็จวันนี้และมี To do อยู่ถัดมา ล่างสุดเป็น Gratitude คือจดสิ่งที่ดีๆ ที่เกิดขึ้นในเดือนนี้ ด้านขวามือไว้สำหรับเป็น Bullet journal หรือ braindump หรือ Sketches อะไรก็แล้วแต่ที่ต้องใช้วันนั้น

my-midori-traveler-notebook-30

เล่มที่ 3 สมุด Projects

เล่มนี้เตยใช้สมุดจาก Muji มาตัดด้านข้างออก แต่สมุด Muji นั้นมีรูสำหรับใส่ห่วงทำให้สมุด project เล่มนี้อาจจะดูแหว่งๆ ไปบ้าง แต่ก็ยังเป็นสมุดที่ใช้งานได้ดีสำหรับเตย เตยใช้เล่มนี้ในการจดและวางแผนโปรเจค ใช้เป็นที่สำหรับจด list หนังสือที่ยังไม่ได้อ่านแต่อยากอ่านด้วย พูดง่ายๆ คือเป็นสมุดรวมไอเดีย

my-midori-traveler-notebook-35

เตยติด Washi tape สีต่างๆ ไว้ที่ขอบสมุดตามโปรเจคที่เขียนไว้

my-midori-traveler-notebook-34

ในแต่ละหน้าเตยจะแบ่งส่วนของหน้าไว้คือ ด้านซ้ายไว้ภาพรวมของโปรเจคหรืออาจติดภาพที่เป็น inspiration เอาไว้ ส่วนด้านขวาเป็น to do list เว้นแต่บางโปรเจคที่เตยรู้ว่าจะใช้แค่หน้าเดียวของสมุด อย่างรูปล่างนี้เป็นหน้าสมุด album ที่เตยอยากทำ เตยเขียนรายละเอียดและ sketch หน้าสมุดไว้

ด้านบนของทุกหน้าเตยแบ่งเป็นสองช่องคือ Areas ว่าเป็นเป็นโปรเจคเกี่ยวกับอะไร Personal, Business หรือว่า Craft ถัดมาเตยเขียนชื่อโปรเจคเอาไว้ เตยตั้งใจเอาไว้ว่าถ้าโปรเจคไหนทำเสร็จก็จะเอาไฮไลท์มาขีดให้รู้ว่าทำเสร็จแล้ว แต่ส่วนใหญ่เป็นโปรเจคระยะยาวทั้งนั้นเลยยังไม่ได้โอกาสนั้น 5555

my-midori-traveler-notebook-39

ส่วนหน้านี้เป็นหน้ารวมไอเดียเขียน blog post วันไหนไม่รู้ว่าจะเขียนอะไรก็สามารถมาเปิดดูแล้วเขียนได้เลย

my-midori-traveler-notebook-36

บางโปรเจคที่มีหลายๆ ขั้นตอนหรือมีโปรเจคย่อยๆ เยอะ เตยได้ทำสัญลักษณ์ไว้เหมือนกัน อย่างหน้านี้หน้าหัวข้อเตยวาดช่องสี่เหลี่ยมไว้

P มาจาก Photos คือถ่ายภาพสำหรับ blog แล้ว

E = Edited ปรับแต่งภาพแล้ว

W = Write คือเขียนแล้ว

S = Schedule คือตั้งเวลาโพสไว้แล้ว

my-midori-traveler-notebook-38

สมุดเล่มที่ 4 สมุดจด

เป็นทั้งไดอารี่ จดโน๊ต เป็น Morning page ด้วย คือจดทุกอย่างเลย อย่างตอนที่ไปงานสัมมนา The New Rich ก็ใช้เล่มนี้ในการจดเหมือนกัน เล่มนี้เป็นสมุดของ Midori ที่ซื้อมาลองใช้เพราะมีคนชมเยอะว่าเนื้อกระดาษดีมาก (แต่แพงมากเลยค่าาา) ใช้สีน้ำก็เห็นเป็นรอยจางๆ ด้านหลังแต่ว่าไม่ซึมไปด้านหลัง

ใจจริงแล้วอยากใช้สมุดเล่มนี้เป็น Commonplace book คือเป็นสมุดจดที่รวบรวมความคิด ข้อมูลที่เราได้พบเจอมา และอยากให้ organize ข้อมูลได้ด้วย ไม่ได้เน้นเป็น Daily แต่พอเขียนไปเขียนมารู้สึกว่าวุ่นวายจนเริ่มคิดได้ว่า จดๆ มันไปเหอะ ขอให้จดก็พอ ถ้าต่อไปอยากใช้ข้อมูลอะไรในนี้ค่อยมาค้นเอา เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการจดและการนำมาใช้จริงๆ ต่างหาก

my-midori-traveler-notebook-42

สมุดเล่มที่ 5 Career camp

เป็นสมุดสำหรับทำแบบฝึกหัดและจดสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการลงคอร์ส Career camp สมุดเล่มนี้จะอยู่แค่ชั่วคราวก็เลยใส่ไว้ใกล้ๆ กับสมุดเล่มที่ 4 เลยใช้ภาพจากนิตยสารมาติดเป็นหน้าปกอีกเหมือนกัน และเล่มนี้ก็ใช้สมุดกระดาษคราฟจาก Midori ด้วย ขอบอกว่ากระดาษดีมาก เนื้อดี เขียนลื่น ไม่ซึม ปลื้มมาก แต่ไม่ปลื้มราคาเท่าไหร่

my-midori-traveler-notebook-44

จากการใช้สมุดแบบนี้มาเป็นเวลาเดือนกว่าๆ แล้ว เริ่มมองเห็นข้อดีและข้อดีหลายๆ อย่าง เตยจะค่อยๆ ปรับเปลี่ยนการใช้สมุดแล้วจะเอามาอัพเดทอีกทีนะคะ

Review สมุด Insert และยางรัดสมุดของ Midori

MTN-products-1

จากคราวก่อนที่รีวิวสมุด Midori Traveler’s Notebook ไป เตยได้ซื้อสมุดไส้ในมาเพิ่มสองเล่มและยางรัดอีก 1 ชุดจากเว็บ Tabiyo ร้านขายเครื่องเขียนออนไลน์ในมาเลเซีย จากรูปด้านล่างเรียงจากซ้ายไปขวา ดังนี้ สมุด insert แบบ Daily planner สำหรับ 2 เดือน (รหัส 005), ยางยืดรัดสมุด 1 แพคมี 4 เส้น (รหัส 021) และสมุด kraft สีน้ำตาล (รหัส 014) ค่ะ

สำหรับการซื้อสินค้าของ Midori ให้ดูจากเลขรหัสที่เขียนอยู่ที่ซองพลาสติกแทนเพราะสมุดที่คล้ายๆ กันนั้นมีหลายแบบค่ะ

MTN-products-2

MTN-products-3

สมุด insert แบบ Daily planner สำหรับ 2 เดือน (รหัส 005)

สำหรับคนที่ใช้ bullet journal อยู่น่าจะชอบสมุดเล่มนี้ เป็นสมุดที่มี index ไว้ให้ที่หน้าแรก แล้วด้านในหนึ่งหน้าเท่ากับ 1 วัน เป็นพื้นแบบกริดให้ ใช้เป็นไดอารี่ก็ได้ planner ก็ได้ มีพื้นที่สำหรับเขียนค่อนข้างเยอะมากเลย

MTN-products-8

MTN-products-10

MTN-products-12

ยางยืดรัดสมุด 1 แพคมี 4 เส้น (รหัส 021)

ยางยืดนั้นมีสองขนาดเหมือนกับสมุด มีสีน้ำตาล 2 เส้น สีดำอีก 2 เส้น อันนี้แพคเกจทำมาดีอีกแล้ว ชอบๆ ด้านหลังของแพคเกจมีกระดาษที่เขียนวิธีการใส่สมุดให้ได้ 3 เล่มมีทั้งแบบภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษค่ะ

MTN-products-13

MTN-products-14

สมุด kraft สีน้ำตาล (รหัส 014)

สมุดเล่มนี้ซื้อมาเพราะอยากรู้ว่ากระดาษที่ใช้เป็นสีน้ำตาลนั้นคุณภาพดีไหม คุ้นๆ ว่าสมุด kraft มีทั้งสีน้ำตาลเข้มและอ่อนด้วย เตยซื้อแบบ 014 มาใช้ดู รู้สึกว่ากระดาษค่อนข้างดีเลย ดีกว่ากระดาษที่ขายตามห้างในไทยค่ะ น้ำหนักก็ไม่หนักมากด้วยค่ะ รวมๆ แล้วถือว่าโอเคเลยค่ะ

MTN-products-4

MTN-products-5

MTN-products-6

นอกจากสมุด 2 แบบนี้แล้ว Midori ยังขายพวกซองพลาสติก, ที่ใส่ปากกา, Sticky note, ไม้บรรทัดลอกลาย และอีกมากมายเลยค่ะ แต่ราคาก็ไม่ได้ย่อมเยาว์เท่าไหร่ เข้าใจว่าถ้าซื้อในญี่ปุ่นก็น่าจะถูกกว่ามากค่ะ สำหรับคนที่ไม่อยากซื้อของ Midori กระดาษที่คุณภาพใกล้เคียงกันก็มี Muji ค่ะ แต่ว่าขนาดของสมุดนั้นอาจต้องเอามาตัดเพิ่มเพื่อให้ได้ขนาดที่ตรงกับปกสมุดมากกว่านี้ค่ะ ส่วนตัวเตยได้ทำสมุดจากกระดาษแบบ Green read เอาไว้มี 3 ขนาด คือ ขนาด Regular, A6 และ Cashier ค่ะ สามารถส่งข้อความมาคุยรายละเอียดกันได้ที่หน้านี้ค่ะ

 

Review สมุด Midori Traveler’s Notebook

Review สมุด Midori Traveler's Notebook

Midori Traveler’s Notebook คืออะไร

Midori เป็นแบรนด์สมุดจากประเทศญี่ปุ่น เป็นสมุดที่มีสันของสมุดเป็นยางยืด ทำให้สามารถเพิ่มหรือลดสมุดได้ตามที่เราต้องการ เรียกอีกแบบว่าสมุดแบบ Refillable พูดง่ายๆ คือเป็นเหมือนแฟ้มของสมุดอีกทีนึง จึงเหมาะสำหรับคนที่ชอบแยกสมุดตามการใช้งาน เช่น สมุดเล่มนึงเป็น planner อีกเล่มเป็นไดอารี่ ให้สามารถรวมทุกเล่มไว้ในเล่มเดียวกัน ไม่ต้องพกสมุดทีละหลายเล่ม จุดนี้เองที่ทำให้เตยตัดสินใจมาใช้สมุด Midori

ก่อนหน้านี้เตยได้ลองใช้สมุด Planner แบบที่เป็นห่วงคล้ายแฟ้มของแบรนด์ Filofax และประทับใจที่สามารถใส่กระดาษเข้าหรือออกได้ตามที่ต้องการ แต่ด้วยความที่เตยถนัดซ้ายแล้วกระดาษไส้สำหรับ Filofax นั้นมักเหมาะถูกออกแบบให้หน้าสำคัญอยู่ด้านขวา ห่วงที่อยู่ตรงกลางก็มักจะขวางเวลาเขียนทำให้เตยได้ไม่ถนัดเลยจนสุดท้ายเตยก็กลับมาใช้สมุดธรรมดาแบบเดิม พอได้รู้จักกับสมุดแบบ Midori Traveler’s Notebook แล้วก็รู้เลยว่านี่แหล่ะสมุดที่เตยต้องการ เล่มที่สามารถปรับเปลี่ยนสมุดได้ง่ายๆ บ่อยๆ

MTN-15

Midori Traveler’s Notebook มีขนาดไหนบ้าง

สมุด Midori Traveler’s Notebook มีอยู่ 2 ขนาดคือ Regular (21.8 cm x 13 cm) และ Passport (13.4 cm x 10.5 cm) และมี 2 สีคือสีดำและสีน้ำตาลเข้ม สมุดที่เตยซื้อมาเป็นแบบ Regular สีน้ำตาลค่ะ

การมีตัวเลือกสำหรับขนาดสมุดน้อยทำให้เป็นข้อเสียอีกอย่างของสมุดแบรนด์นี้ค่ะ ยิ่งบางประเทศอย่างเช่นไทยก็หาสมุดขนาด Passport มาเป็นไส้ในหรือที่เรียกว่า Insert notebook ค่อนข้างยาก การจะซื้อ Midori มาใช้ก็จะยิ่งลำบากในการหาสมุดค่ะ ทำให้เตยตัดสินใจทำสมุดแบบ Refillable มาขายเป็นขนาดอื่นๆ เช่น A6, Cashier (เท่าสมุด Moleskine) สนใจลองดูได้ที่ www.catisfy.com ค่ะ

Midori Traveler’s Notebook หน้าตาเป็นแบบไหน

ปกสมุดเป็นปกหนังแท้ สำหรับใครที่ชอบหนังคงชอบกลิ่นของมันมากๆ แต่ถ้าใครไม่ชอบอาจรู้สึกว่ามันกลิ่นแรงไปหน่อย ปกหนังจะหนาประมาณ 3 cm ค่ะ หนังถูกตัดและเก็บขอบมาเป็นอย่างดี เป็นสินค้าที่ถูกผลิตในประเทศไทยอย่างที่เห็นที่ปกหลังค่ะ ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าจะผลิตที่จังหวัดเชียงใหม่นะคะ

MTN-12

อย่างที่บอกไปว่าสันของปกสมุด เป็นยางยืดแต่ว่าก็ถูกเก็บปลายยางยืดไว้เป็นอย่างดีด้วยตัวเก็บยางยืดทรงกระบอกค่ะ โดยสันยางยืดนี้จะมีมาให้แค่เส้นเดียวทำให้ต้องซื้อยางยืดสำหรับรัดสมุดมาเพิ่มเองหากต้องการใส่สมุดหลายๆ เล่ม

MTN-11

MTN-10

ส่วนยางยืดที่ใช้รัดสมุดนั้น จะถูกผูกไว้ที่ด้านหลังสมุด ส่วนตัวเตยที่ลองใช้สมุด Fauxdori ที่ทำเองมาก่อนแล้วและใส่ยางยืดรัดสมุดไว้ที่สันสมุดทำให้รู้สึกว่าการที่ยางยืดอยู่ด้านล่างนั้นค่อนข้างใช้ยากจนใช้ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ นอกจากนี้ก็มียางยืดสำรองให้อีกเส้นนึงเป็นสีส้มที่ถูกใส่มาในซองพลาสติกอย่างดีค่ะ

MTN-17

MTN-14

MTN-21

ในแพคที่ซื้อมานั้นนอกจากปกสมุดที่เป็นหนังแล้วก็มีสมุดเปล่าให้ด้านในด้วย 1 เล่ม ปกสีน้ำตาล หน้าแรกมีกรอบสี่เหลี่ยมไว้ให้เขียนรายละเอียดของสมุดแล้วก็มีโลโก้ Midori อยู่ด้านล่าง ส่วนคุณภาพของกระดาษดีมากๆ ประทับใจมาก เขียนลื่นมาก ระบายสีน้ำแล้วก็ไม่ซึมไปอีกด้านนึงแต่จะเห็นร่องรอยนิดหน่อยว่าอีกด้านนึงมีการใช้งานแล้ว

MTN-18

MTN-19

ด้านในสมุดนอกจากสมุดแล้วก็มีที่คั่นสมุดให้ เป็นเชือกเส้นเล็กๆ ที่ผูกอยู่กับที่เก็บยางยืดด้วย

MTN-16

หีบห่อของสมุด Midori Traveler’s Notebook

พูดถึงสินค้าจากญี่ปุ่นก็ต้องพูดถึงบรรจุภัณฑ์ด้วยถึงจะครบถ้วน สมุดถูกใส่อยู่ในถุงผ้าที่อยู่ในกล่องกระดาษสีน้ำตาลอ่อนอีกที ด้านหน้ามีกระดาษที่เขียนเรื่องราวของสมุดว่าคืออะไร ผลิตที่ไหนมาบ้าง ดูดีมากเลยสมกับที่เป็นของญี่ปุ่นจริงๆ

MTN-5

MTN-6

MTN-7

หาซื้อได้ที่ไหน ราคาเท่าไหร่บ้าง

มาถึงเรื่องสำคัญกันบ้าง ราคาของขนาด Regular ตกอยู่ที่ 3,600 เยน ส่วนเล่มเล็กนั้นถูกกว่าแต่ไม่แน่ใจว่าราคาเท่าไหร่ ราคานี้ซื้อที่ญี่ปุ่น โดยสามารถดูได้ที่ลิงค์นี้ ที่จำได้แม่นๆ เลยคือมีขายที่สนามบินนาริตะค่ะ ส่วนประเทศอื่นๆ หรือออนไลน์สามารถดูได้ที่ลิงค์นี้ ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีในไทยค่ะ ราคาซื้อจากออนไลน์ก็จะค่อนข้างสูงกว่าซื้อที่ญี่ปุ่นมาก เคยคำนวณมาหลายๆ ร้านส่วนใหญ่อยู่ที่ 3,000 กว่าบาทแพงกว่าเป็นเท่าตัวค่ะ ดังนั้นถ้ามีโอกาสซื้อที่ญี่ปุ่นได้ขอให้รีบสอยเลยค่ะ

สำหรับใครที่ยังไม่ถูกใจกับขนาดที่มีอยู่แค่สองขนาดหรือสนใจสมุดปกผ้ามากกว่าสามารถดูสมุดที่เตยทำเองได้ที่ www.catisfy.com ค่ะ

MTN-2

MTN-3

 

สรุป 30 Days of Notebooks วันที่ 21-30

สรุป 30 Days of Notebooks

ครบหนึ่งเดือนในการทำสมุดจำนวน 30 เล่ม ในสิบวันสุดท้ายนี้เตยใช้ผ้าที่ได้ซื้อมาเป็นผ้าปักเนปาลมาทำ รวมถึงใช้การปักที่เรียนมาทำสมุดด้วยเป็นบางเล่ม

โดยเล่มแรกของสิบวันสุดท้ายเตยตัดผ้าแล้วปักเป็นรูปแมว พื้นหลังเพ้นท์เป็นลายเส้น

30 Days of Notebook : day 21 (Cat embroidery)

ถัดมาเตยตัดโฟมเป็นรูปสามเหลี่ยมแล้วใช้เป็นตัวปั้มเพื่อสร้างลายแพทเทิร์นบนผ้าก่อนเย็บเป็นสมุด

30 Days of Notebook : day 22  (สามเหลี่ยมสีเขียว)

สี่เล่มต่อไปนี้เป็นสมุดที่ทำจากผ้าปักเนปาลที่ซื้อมาจากสำเพ็ง เป็นผ้าปักที่สวยมาก ส่วนกระดุมเป็นกระดุมจากชุดเก่าของแม่เมื่อหลายสิบปีก่อนเอามาขัดทำความสะอาดจนสะอาดแล้วมาทำเป็นที่เปิดสมุด

30 Days of Notebook : day 23 (สมุดจากผ้าปักเนปาล)

30 Days of Notebook : day 24 (สมุดจากผ้าปักเนปาล)

30 Days of Notebook : day 25 (สมุดจากผ้าปักเนปาล)

30 Days of Notebook : day 26 (สมุดจากผ้าปักเนปาล)

ถัดมาเป็นสมุดที่ปักเป็นคำว่า Just Write บนรูปกระดาษ

30 Days of Notebook : day 27 (ปัก Just Write บนลายปักรูปกระดาษ)

ถัดมาเป็นสมุดปักเนปาลเหมือนกันแต่ปักคนละแบบกับผ้าด้านบน ทำไปจนเสร็จแล้วถึงมารู้ว่ารอยปากกาบนผ้าไม่ใช่ปากกาเขียนผ้าทำให้ลบไม่ได้ เลยตัดสินใจไม่ขายสมุดสองเล่มนี้เหมือนเล่มอื่นๆ แต่ก็มีคิดๆ อยู่ว่าจะเอาไปให้เพื่อนแทน

30 Days of Notebook : day 28 (สมุดจากผ้าปักเนปาล)

30 Days of Notebook : day 28 (สมุดจากผ้าปักเนปาล)

เล่มที่ 30 เล่มสุดท้ายของโปรเจคนี้เตยลงสีพื้นสีชมพูอมส้มด้วยสีเพ้นท์ผ้า แล้วทำลายจุดสีขาวและสีเงินเป็นลายแพทเทิร์น

30 Days of Notebook : day 30 (สมุดลายจุดสีขาวบนพื้นชมพู)

หลังจากทำโปรเจคนี้จนครบ 30 วันแล้วได้เรียนรู้เทคนิคมากมายในการเย็บสมุดแบบ Traveler’s Notebook และได้ทดลองทำงานบนผ้า ไม่ว่าจะเป็นเพ้นท์ผ้า ทำตรายางปั้มลงบนผ้า ปักผ้าเพื่อตกแต่ง เป็นโปรเจคที่สนุกดีและก็เหนื่อยด้วยในเวลาเดียวกัน แต่พอได้เห็นว่ามีคนซื้อไปใช้จริงๆ แล้วก็ดีใจ และยังได้เรียนรู้ด้วยว่ารูปแบบสมุดที่คนชอบส่วนใหญ่เป็นยังไง แบบไหนที่เราชอบทำ ส่วนไหนที่ไม่ชอบในการทำ ทำให้ได้เรียนรู้ว่าโปรเจคถัดๆ ไปนั้นจะทำออกมาในรูปแบบไหนดี นอกจากนี้โปรเจคนี้ยังเป็นสิ่งแรกที่ทำหลังจากลาออกมาแล้ว เหมือนเป็นการเรียนรู้การทำธุรกิจค้าขายงานฝีมือแบบเต็มตัวโดยเริ่มจากไม่มีอะไรเลยอย่างแท้จริง ทำให้รู้ว่าต้องปรับปรุงอะไรเพิ่มเติมบ้างในโปรเจคถัดไป ถึงแม้ว่าเตยจะยังชอบทำสมุดอยู่แต่ก็คิดว่าอยากจะพักไปลองทำอย่างอื่นที่ยังอยากทำมากอยู่เหมือนกันแล้วจะมาอัพเดทอีกทีนึง