Select Page

Life in Pocket ในวันที่ฉันป่วย

เมื่อปลายเดือนที่แล้วเตยป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ A ทำให้ต้องแอดมิทเข้าโรงพยาบาลเป็นครั้งแรกในชีวิต นอนพักที่โรงพยาบาล 1 คืนและพักรักษาตัวที่บ้านอีก 2 อาทิตย์ วันที่อยู่ที่โรงพยาบาลต้องนอนพักทั้งวันซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเบื่อมากกกกกกสำหรับคนที่ชอบทำอะไรตลอดเวลาอย่างเตย! วันๆ เลยนั่งถ่ายรูปแถมจดเวลาไว้ด้วยนะว่าหมอมากี่โมง พยาบาลมากี่โมง 555

เนื่องจากการป่วยคราวนี้เป็นเป็นประสบการณ์ใหม่ของชีวิตแถมยังมีรูปเยอะมากเพราะว่างไม่มีอะไรทำ ใน Life in Pocket เตยตัดสินใจทำหน้านึงเป็นเรื่องเกี่ยวกับการป่วยคราวนี้เลย โดยทำหน้าให้เรียบๆ ง่ายๆ ใช้รูปใส่ให้เต็มเพราะมีรูปเยอะอยู่แล้ว มีตั้งแต่รูปตอนนอนรอพยาบาลมาตรวจว่าเป็นไข้หวัดใหญ่รึเปล่าหลังจากที่ไข้ขึ้นไปถึง 40 ตอนเซ็นเอกสารเข้าแอดมิทในโรงพยาบาล ตอนอยู่ในโรงพยาบาล มีโดมมาเฝ้า ตอนได้บิลค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาล (ซึ่งแพงมาก T_T ) และรูปสุดท้ายเป็นรูปยาที่ต้องกินในช่วงแรกๆ ที่กลับบ้าน

Project Life ในวันที่ฉันป่วย

พอใส่รูปไปแล้วเตยเหลือที่ไว้ 2 ช่องสำหรับให้เป็นที่สำหรับเขียนบันทึกเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยใช้การ์ดจาก Studio Calico เหมือนเคยแต่เลือกการ์ดที่มีที่ว่างเยอะๆ และมีโทนเทาๆ หน่อยเพราะรูปส่วนใหญ่ดูขาวๆ เทาๆ ในการ์ดเตยเขียนว่าเตยรู้สึกอย่างไร ชีวิตในโรงพยาบาลเป็นอย่างไรบ้าง และความคิดที่เกิดขึ้นระหว่างที่ไม่สบายซึ่งเตยได้สรุปไว้ด้านล่างนี้ด้วยค่ะ

Project Life ในวันที่ฉันป่วย

อย่างที่เตยได้บอกด้านบนว่ามีความคิดหลายอย่างมากๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างที่ป่วยอยู่ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องชีวิตการทำงานและคุณภาพของชีวิตของเรา และเตยไม่อยากจะลืมความคิดเหล่านี้เตยเลยเขียนลงใน Life in Pocket และสามารถสรุปได้ดังนี้

  • เวลาที่ร่างกายไม่แข็งแรงร้อยเปอร์เซนต์ เตยรู้สึกแย่กับตัวเองกับชีวิตมาก รู้สึกด้อย ท้อ ได้แต่คิดว่าถ้ามีเวลาว่างแบบนี้แล้วแข็งแรงนะฉันจะทำ… เตยลองทำตามที่คิดแล้วปรากฎว่าป่วยหนัก เวียนหัว อ้วกสุดท้ายต้องกลับมานอนเหมือนเดิม ทำให้คิดไปถึงว่าถ้าขนาดเราที่เป็นแค่ไข้หวัดใหญ่ คนที่เป็นโรคร้ายแรงที่อาจจะไม่หายก็ได้ เค้าคงรู้สึกแย่กว่านี้ คงท้อและหมดกำลังใจกว่าที่เราเป็น เพราะเตยยังพอรู้ว่าอีกไม่กี่วันก็จะหายแล้วเลยพยายามเปลี่ยนไปคิดว่าพักเยอะๆ แล้วเดี๋ยวค่อยลุยงานดีกว่า
  • ต้องการให้เข้าใจว่าป่วย แต่ไม่อยากให้ทำเหมือนเราไม่มีความสามารถ อยากได้กำลังใจ แต่ไม่อยากได้ความสงสาร ช่วงที่พักอยู่ที่บ้านเตยก็มีทำงานบ้าง แต่ก็ไม่สามารถอยู่หน้าคอมนานๆ ได้ ทำได้แค่ชั่วโมงนึงก็ต้องไปนอนต่อแล้ว แต่โชคดีที่เพื่อนร่วมงานเข้าใจว่าเราทำงานไม่ได้ตลอดเวลานะ และไม่สามารถทำงาน  UX ได้เพราะไม่สามารถคิดภาพกว้างๆ เป็นระบบได้เลย แต่เราสามารถให้คำแนะนำและช่วยเหลือเพื่อนได้
  • ชีวิตเราจริงๆ แล้วมีแค่ร่างกายเรา มีเงินอาจจะได้การรักษาที่ดีแต่การรักษาที่ดีไม่ได้แปลว่าเราจะแข็งแรงสามารถทำโน้นทำนี่ได้ ดังนั้นดูแลร่างกายไว้นี่แหล่ะดีที่สุด อยู่โรงพยาบาลได้เห็นว่าคนป่วยกินข้าวเย็นห้าหกโมงแต่ปกติเรากินสองทุ่ม เวลาหกโมงนี่ยังไม่เลิกงานเลย ทำให้คิดได้ว่าคุณภาพชีวิตปัจจุบันที่เรามีมันไม่ดีขนาดไหน ปกติเวลาอยู่บ้านเรากินข้าวเวลาที่ถูกต้องแล้วพอมาทำงานเรากินข้าวช้าลงมากเลย นอนน้อยลง เครียดมากขึ้น นั่งหน้าจอนานขึ้น สุดท้ายเป็นโรคกระเพาะ ตาแห้ง ร่างกายไม่แข็งแรง แล้วก็เอาเงินที่ทำงานได้มาจ่ายค่ารักษาตัวเองเกินครึ่งนึงของเงินเดือนเสียอีก
  • เข้าใจหนังสือ One People/ Multiple Careers ที่กำลังอ่านอยู่ว่าทำไมเราควรรายได้มากกว่า 1 ทาง ทุกวันนี้เราทำงานประจำโดยใช้เวลาแลกเงินจริงๆ ถ้าเราป่วยนานกว่านี้ก็มีสิทธิ์ที่เค้าจะเลือกให้เราออกได้ ความมั่นคงที่เราเห็นมาตลอดในรูปของงานประจำจริงๆ แล้วมันคือความไม่มั่นคง ทำให้รู้ว่าทางที่กำลังไปโดยการขายกราฟฟิคเพื่อสร้าง passive income ที่จะเป็นรายได้ของเราได้ถึงแม้ว่าเราจะป่วยอยู่นั้นเป็นหนทางที่ถูกต้องแล้ว
  • ทำประกันสุขภาพซะ
  • ไม่มีใครเป็นห่วงเราเท่าครอบครัวเรา
  • เริ่มเข้าใจแบบสอบถามที่น้องฝึกงานเคยทำที่ว่าสุดท้ายคนเราจะเลือกงานในบริษัทที่มีวิสัยทัศน์ที่ตรงกับความคิดของตน แต่ทุกวันนี้หลายคนยังเลือกงานที่ได้เงินเยอะเพราะเงินกลายเป็นปัจจัยที่ช่วยให้เราได้ปัจจัยพื้นฐานอื่นๆ มาด้วย แต่พอเราสามารถจัดการการเงินส่วนบุคคลแล้ว (ไม่จำเป็นต้องหาเงินได้เยอะนะ) สุดท้ายเราก็จะเลือกบริษัทที่วิสัยทัศน์ตรงกับเรา ข้อนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการป่วยมาก แต่พอมีเวลาทบทวนชีวิตแล้วก็ทำให้มองเห็นภาพของตัวเอง

หลังจากที่ป่วยแล้วรู้สึกมองเห็นภาพของตัวเองมากขึ้น เตยอยากให้เพื่อนๆ ลองหาเวลาว่างๆ อยู่คนเดียว แล้วลองนั่งคิดถึงชีวิตของตัวเองบ้างว่า เราพร้อมที่จะป่วยแค่ไหน เราใช้ชีวิตยังไง มันใช่ชีวิตที่เราอยากได้ไหม ลองดูนะคะ 🙂

Life in Pocket มองชีวิตผ่าน Scrapbook

คงแปลกใจกันกับชื่อ Life in Pocket ที่เตยตั้งขึ้นมาแทนชื่อ Project Life เนื่องจากว่า Project Life เป็นชื่อจริงที่ใช้เรียกสินค้าของ Becky Higgins แต่ Scrapbook แบบซองก็มีหลากหลายยี่ห้อไม่ใช่แค่ซองของ Project Life เท่านั้นแต่มีของ Simple Stories และ We R Memory Keepers ด้วย เตยเองก็วางแผนที่จะลองใช้อัลบั้มและซองหลายๆ แบบก็เลยคิดว่าถ้าเปลี่ยนมาใช้ชื่อใหม่ที่ทำให้เห็นภาพรวมของโปรเจคและบ่งบอกความหมายจริงๆ ได้ด้วยน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ก็เลยตั้งชื่อ “Life in Pocket”

ที่มาของชื่อ Life in Pocket

Life In Pocket แปลตรงตัวคือ ชีวิตในซอง ซึ่งคำว่า Pocket ในด้าน scrapbook คือการทำ scrapbook แบบซองพลาสติกซึ่งต่างชาติเรียกว่า Pocket Scrapbooking ดังนั้น Life in Pocket จึงเป็นการเก็บรวบรวมชีวิตของเราและมองดูชีวิตของเราผ่านซองพลาสติกนั่งเอง

Life in Pocket มองชีวิตผ่าน Scrapbook

 

ได้อะไรจากการทำ Life in Pocket

เมื่อก่อนนี้เคยคิดว่าชีวิตก็เหมือนเดิมทุกๆ วันไม่ได้มีอะไรที่น่าสนใจ แค่ตื่นเช้ามาทำงานเสร็จก็กลับบ้าน นอนวนไปแบบนี้ทุกๆ วันไม่ได้มีอะไรน่าตื่นเต้น น่าสนใจ พอทำงานไปได้สักพักก็เริ่มนึกไม่ออกว่าที่ผ่านมาเราใช้ชีวิตไปกับอะไรกันนะ เราชอบร้านอาหารแบบไหน เรารู้สึกยังไงเวลาที่เราไปทำงาน เรามีความสุขกับเรื่องอะไร และโมโห เสียใจไปกับเรื่องอะไร ชีวิตของเราเป็นอย่างไร จนได้มารู้จัก Life in Pocket

เตยรู้จัก Scrapbook มานานแล้วว่าเป็นการเก็บรวบรวมความทรงจำโดยใช้รูป กระดาษและปากกามาแปะติดแล้วจดบันทึกเรื่องราว แต่ด้วยความที่ขนาดของ Scrapbook ตามต้นกำเนิดจริงๆ นั้นค่อนข้างใหญ่ คือมีขนาด 12 x 12 นิ้วแถมขั้นตอนก็มีมากมายไหนจะอัดรูป การตัดแปะบนกระดาษขนาดใหญ่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายและถนัด คิดว่ามันยุ่งยากและไม่ได้สนใจทำอีกเลย ต่อมาได้รู้จัก Pocket Scrapbooking ผ่านทาง blog ต่างชาติหลายๆ คนและได้เรียนรู้กระบวนการทำก็รู้สึกว่าการทำ Scrapbook มันก็ไม่ได้ยากอย่างที่เราคิดนะ ไม่ต้องแปะติดอะไรแค่เอารูปใส่ในซอง เอากระดาษมาเขียนบันทึกใส่ซองแค่นี้เราก็รวบรวมความทรงจำของเราใส่ไปในอัลบั้มได้แล้ว แถมยังดูเป็นกิจกรรมงานฝีมือที่ดูน่าสนุกดีด้วย เตยก็เลยเริ่มทำ Life in Pocket

Life in Pocket มองชีวิตผ่าน scrapbook

มาวันนี้ที่เตยได้ทำ Life in Pocket มาหนึ่งปีกว่าแล้ว เตยได้เรียนรู้ว่า การทำ Scrapbook ไม่ได้เป็นแค่งานฝีมือที่น่าสนุกหรือเป็นแค่การเก็บรวมรวมความทรงจำเท่านั้น แต่เป็นกิจกรรมที่ทำให้เตยได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างในชีวิตของเตยเลยลองสรุปมาดูคร่าวๆ ได้ดังนี้

  • ได้เรียนรู้คุณค่าของชีวิตตนเองมากขึ้น การทำ Scrapbook นั้นเหมือนกับการเขียนไดอารี่ในรูปแบบที่สร้างสรรค์และสนุกมากขึ้นกว่าเดิม เป็นการมองย้อนชีวิตในแต่ละวันไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ที่เรามักจะมองข้ามไป อย่างมื้อเช้า เสื้อผ้าที่ใส่ บทสนทนาสั้นๆ ในวันธรรมดาที่กลายเป็นไม่ธรรมดาขึ้นมาเมื่อเรามองเห็นความสุขเล็กๆ ตรงนี้
  • ได้ศึกษาและรู้จักชีวิตของตนเองมากขึ้นทุกๆ วัน ได้รู้ว่าเราชอบอะไรหรือไม่ชอบอะไร ผ่านทางสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันว่าเราใช้เวลาในชีวิตไปกับอะไรบ้าง ร้านอาหารไหนที่เรามักจะไปเป็นประจำ เสื้อผ้าตัวไหนที่เราใส่บ่อยๆ อย่างเตยจะชอบคิดว่าตัวเองไม่ค่อยได้ไปเที่ยวเลยพอมาเปิดดูอัลบั้มแล้วได้แต่ตกใจเพราะเที่ยวไป 9 ครั้งใน 1 ปีเยอะกว่าปีก่อนๆ  3 เท่าได้เลย
  • ได้แบ่งปันความรู้สึกของเราที่มีกับคนรอบข้างและครอบครัว ว่าเรารู้สึกอย่างไรต่อสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต รู้สึกอย่างไรกับครอบครัวกับคนรอบข้างผ่านการเขียนบันทึกใน Scrapbook คนที่มาเปิดอ่านดูก็ได้รับรู้ความรู้สึกที่เราถ่ายทอดออกมาด้วย
  • ได้มีเวลาทบทวนชีวิตทุกๆ ครั้ง ที่ผ่านมาไม่ว่าเรื่องดีหรือไม่ดีเตยก็จะเก็บบันทึกใส่เข้าไปใน Scrapbook เสมอ พอเวลาที่ทำ Scrapbook หรือเวลาที่นั่งเปิดย้อนดูก็ได้คิดทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้ได้เห็นชีวิตทั้งสองด้านได้เรียนรู้และเข้าใจชีวิตว่ามีทั้งเวลาที่ดีและไม่ดีสลับกันไปมา นอกจากนี้เวลาเกิดเรื่องที่ไม่ดีเป็นทุกข์กับชีวิตการทำ scrapbook ก็ทำให้เราได้มองเห็นความสุขเล็กๆ ในชีวิตด้วย ทำให้เรียนรู้ว่าชีวิตไม่ได้ขาวหรือดำเสมอไปแต่ชีวิตยังมีสีสันอื่นๆ ที่รอให้เราพบเจออีก
  • ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรอบข้าง ตลอดเวลา 1 ปีมานี้เตยทำ scrapbook และเขียนแบ่งปันในเว็บนี้เสมอจนมีคน 2-3 คนส่งอีเมล์มาบอกว่า เขารู้สึกมีแรงบันดาลใจกับงานของเตยมาก ขอบคุณมาก และบางคนก็ได้ลองทำไปแล้วรู้สึกดีกับชีวิตขึ้น ข้อนี้เป็นผลพลอยได้ที่รู้สึกดีที่สุดถึงแม้จะเป็นคำขอบคุณเล็กๆ น้อยๆ แต่เรากลับรู้สึกเหมือนได้เปลี่ยนแปลงชีวิตคนให้มีความสุขมากขึ้นไปอีก

นอกจากที่เขียนมาแล้วยังมีอีกข้อสังเกตนึงคือ รู้สึกว่าตัวเองพยายามใช้ชีวิตให้มีความสุขมากขึ้น ทำกิจกรรมให้ชีวิตมีสีส้นมากขึ้นด้วย พอมาย้อนดูรู้สึกว่าในหนึ่งปีเตยได้เปลี่ยนแปลงตัวเองไปเยอะเลย ไม่น่าเชื่อว่าการบันทึกเรื่องราวในชีวิตจะทำให้ชีวิตดูมีสีส้นมีความสุขมากขึ้นได้

มาทำ Life in Pocket กันค่ะ

ที่ร่ายมาซะยาวนี้ ไม่ใช่อะไรแต่อยากชวนให้มาทำกันค่ะ ลองทำแบบเล็กๆ กันก่อนก็ได้ค่ะ ใช้แฟ้มแบบ 6×8 นิ้วแทน หรือจะลองเขียนบันทึกประจำวันสั้นๆ สัก 3 บรรทัดก็ได้ถ้าอยากรู้ว่าตัวเองจะทำอะไรติดต่อกันได้ไหม ขอแค่เป็นการบันทึกเรื่องราวในชีวิตแต่ละวันก็พอแล้วค่ะ สำหรับใครที่อยากรู้จักเพิ่มเติมหรืออยากรู้ว่าจะต้องใช้อะไรทำบ้างลองอ่านตามเว็บข้างล่างนี้ได้เลยนะคะ

 

Life in Pocket : เดือนมกราคม

ในปีนี้เตยได้เปลี่ยนรูปแบบการทำ Life in Pocket ให้เป็นเดือนแทนที่จะเป็นแต่ละอาทิตย์และก็เอาการ์ด Title อย่างที่เคยเขียนไป พอเริ่มเดือนแรกของปี 2557 เตยก็เลยเอารูปมาเรียงตามเหตุการณ์ในเดือนนี้

เตยเริ่มที่วันปีใหม่ที่สั่งพิซซ่ามาทานกันที่บ้านกับครอบครัวก็เลยใช้การ์ด I heart family จาก Studio Calico มาใช้เขียน ถัดมาเป็นรูปยาที่ได้จากโรงพยาบาลหลังจากที่ไปหาหมอจากอาการเจ็บหู ถัดไปเป็นการ์ด Oh the drama เขียนจดบันทึกความคิดเกี่ยวกับความคิดและปัญหาที่มีอยู่ช่วงนั้นสั้นๆ ในแถวถัดมาก็ไม่ได้มีอะไรมากนอกเหนือจากรูปแมวที่คดเป็นก้อนกลมเพราะอากาศที่เย็นและ One Little Word ที่กำลังทำอยู่ และใช้การ์ดชุด Joyful Season จาก Catisfy

Life in Pocket : เดือนมกราคม

หน้าที่สองของเดือนมีนาคมนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำงานทั้งหน้าเลย โดยส่วนใหญ่เป็นรูปเตยตอนที่ทำงานที่บ้านเนื่องจากมีข่าวเรื่องการชุมนุม บางรูปเป็นแนวนอนแต่ซองเป็นแนวตั้งเตยเลยปริ๊นใหญ่ๆ แล้วมาตัดแทน แต่ดันทำผิดขนาดรูปก็เลยออกมาเล็กกว่าปกติทำให้มีที่ว่างเยอะ ตั้งใจไว้ว่าถ้าว่างค่อยกลับมาแก้อีกที 555 ส่วนแถวสุดท้ายเตยเป็นรูปตอน brainstrom งานที่ออฟฟิต บรรยากาศการทำงานที่ออฟฟิต รูปสเก็ตที่วาดเพื่อนๆ ในทีม หน้านี้เตยใช้การ์ดจาก Studio Calico เหมือนเคยในการเขียนเล่าเรื่องการทำงานว่ารู้สึกดียังไงตอนที่ได้ทำงานที่บ้าน มีปัญหาอะไรบ้างตอนที่ทำงานที่บ้าน โดยใช้ร่วมกับการ์ด Don’t Worry ของ Catisfy

Life in Pocket : เดือนมกราคม

สองหน้าถัดมาต่างจากหน้าอื่นๆ นิดหน่อยคือหน้ามีขนาดเล็กลงเพราะว่าเตยตัดซองออกไป 1 แถวแล้วเอา washi tape มาติดตรงขอบเพราะว่าเหลือที่ว่างเยอะไป หน้านี้ยังมีเรื่องราวในที่ทำงานอยู่บ้าง เป็นสติกเกอร์ที่ติดกระจกหน้าออฟฟิตที่เราช่วยกันติดเป็นงานที่ดูง่ายนะ แต่ใช้เวลาในการทำนานมาก! เพราะมันเป็นของออฟฟิตไม่ใช่ของตัวเองเลยกดดันเป็นพิเศษ นอกจากนี้ก็เป็นรูปหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เตยเปลี่ยนพื้นหลังใหม่ให้เป็น visionboard แล้วก็รูปการ์ด Goal Tracker ของ Catisfy ที่เตยเอามาใช้ติดในสมุดจดของเตย

Life in Pocket : เดือนมกราคม

หน้าสุดท้ายของเดือนมกราคมนี้อุทิศให้ Mitty 555 เพราะชอบหนังเรื่องนี้มากๆ เลยไปรวบรวมข้อความในหนังและโปสเตอร์หนังมาใส่ในหน้านี้ ทำไปทำมา อ้าวเต็มหน้าซะงั้น 5555

Life in Pocket : เดือนมกราคม

Life in Pocket เดือนมกราคมก็จบลงดื้อๆ ด้วย Mitty จริงๆ ตั้งใจว่าจะเขียนบันทึกไปด้วยว่าทำไมถึงชอบเรื่องนี้แต่ก็ยังไม่ได้มีเวลาทำ การทำ Life in Pocket พวกนี้ไม่ได้มีความจำเป็นว่าทำเสร็จแล้วจบเลย แต่ว่าเราสามารถกลับไปแก้ไข เขียนเพิ่มเติมได้เสมอ เพราะมันเป็นของเรื่องราวของตัวเราเอง เหมือนเราเขียนหนังสือเกี่ยกับตัวเราเอง เราอยากจะให้มันดำเนินเรื่องแบบไหน สวยแบบไหนเราก็ทำได้ อยากจะลดอยากจะเพิ่มก็ไม่ได้มีใครว่าอะไรสักหน่อย  หลายๆ หน้าเตยก็กลับไปแก้ใหม่ เขียนเพิ่ม สลับหน้าอยู่บ่อยๆ เหมือนกันค่ะ อย่ากลัวที่จะกลับไปแก้ไข 🙂

Project Life เดือนธันวาคม

ไม่ได้เขียนเรื่อง Project Life มานานมาก ตอนนี้จะเป็นโพสสุดท้ายของ Project Life ปี 2013 แล้ว เย้! เดือนธันวาคมปีที่แล้วเป็นเดือนทีมีกิจกรรมและมีภาพเยอะมากตามสไตล์เดือนสุดท้ายของปี เดือนนี้เราได้ไปต่างจังหวัด 2 ครั้ง ได้เจอเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกันมาหลายเดือน แถมยังมีงานเลี้ยงส่งท้ายปีที่บริษัทด้วย เดือนนี้เตยเลยไม่ได้ทำเป็นอาทิตย์แบบเดือนที่ผ่านๆ มาแบบชัดเจนมากนัก เพราะสับสนอาทิตย์ด้วยว่าอาทิตย์ไหนกันแน่ ปีนี้ 2014 เลยตั้งใจแน่วแน่มากว่าจะไม่ทำ Project Life เป็นอาทิตย์แบบต่างชาติเค้าทำกันอย่างที่เคยเขียนไปตอนที่วางแผนทำ Project Life

เริ่มเดือนธันวาคมกันด้วยทริป Big Mountain กับเพื่อนๆ ของ @dominixz เป็นทริปที่สนุกดี แต่ว่าเราคงไม่ค่อยชอบคอนเสิร์ตกลางแจ้งแบบนี้เท่าไหร่ ยิ่งเห็นเด็กๆ เมากันเกลื่อนแล้วเหนื่อยแทนคนดูแล (หัวอกเดียวกัน – -” ) ในทริปนี้รูปที่ถ่ายส่วนใหญ่มีแต่รูปหมู่แถมเอามาจากกล้องคนอื่นด้วย กล้องเตยมีแต่รูปแมวกับของกินและเราเองก็ไม่ได้เอากล้องไปในงานด้วยเพราะกลัวหาย ทริปนี้มี 2 หน้า รูปก็เป็นผสมๆ รวมๆ ไม่ได้จัดว่าอันไหนเกิดก่อนหลัง

Project Life ของเดือนนี้เตยใช้การ์ดจาก Studio Calico เกือบทั้งหมดเลย ชอบสุดก็เป็นการ์ด Happy Holiday ที่พอเห็นปุ๊บก็ตั้งใจมากว่าจะใช้กับทริป Big Mountain นี้ แต่ที่ไม่พอเลยเอามาตัดแบ่งครึ่งแทน

Project Life เดือนธันวาคม

ในรูปที่ถ่ายมานี้เป็นรูปที่ถ่ายตอนทำเสร็จใหม่ๆ ซึ่งเตยก็มีไปปรับเปลี่ยนนิดหน่อย ติด badge เข้าไป แล้วก็เขียนบันทึกมากขึ้นนิดหน่อย แล้วก็ใส่สายคล้องที่ได้จากงานเพิ่มเข้าไปด้วย ตั้งใจว่าถ้าว่างจะเขียนบันทึกเพิ่มอีกนิดหน่อยเพราะมีเรื่องกับสายคล้องอันนี้ คือ..ถอดไม่ออก 5555 เรากลับมาถึงที่พักตอนตีอะไรไม่รู้ อาบน้ำเสร็จจะถอดออก ปรากฎว่าเอาออกไม่ได้! สุดท้ายแก้ไปแก้มาจากตอนแรกทำท่าเหมือนจะเอาออกได้แล้วกลายเป็นรัดแน่นจนนอนไม่ได้เลย ลำบากเพื่อนโดมเอาไฟมาลนออกให้อีก (เค้าอุตส่าห์หลับไปแล้วนะนั่น 5555) ขอบคุณเพื่อนโดมมากเลยค่ะ

Project Life เดือนธันวาคม

แล้วเราก็เพิ่มเอาที่ห้อยคอมาเจาะรูที่ซองแล้วใส่เข้าไปในแฟ้มด้วย ออกมาดูดีมาก ชอบๆ

Project Life เดือนธันวาคม

หน้าที่สองของทริปนี้ได้เอาการ์ดแบบ transparent คำว่า Adventure มาใช้สักที หาโอกาสใช้มานาน หน้านี้มีอุบัติเหตุนิดหน่อยคือตัดกระดาษเล็กไปใส่เข้าไปในซองแล้วหลวมมาก เลยเอา washi tape หลายทางโทนสีแดงมาติดเพิ่มเพื่อต่อกระดาษให้ยาวขึ้น

Project Life เดือนธันวาคม

หน้าถัดมาเราเข้าสู่อาทิตย์ที่ทำงานกันแล้ว แต่อาทิตย์นี้ได้ไปเจอปรางกับต่ายเลยเอารูปหมู่มาใส่ด้วย แล้วก็มีรูปเดี่ยวที่สลับกันถ่ายจนครบคนมาติดพร้อม่ชื่อด้วย ใช้สติกเกอร์ตัวอักษรสีทองมาติดคู่กับกระดาษการ์ดสีชมพูอ่อนดูเข้ากันอยู่เหมือนกัน ถัดมาก็เป็นรูปถ่ายตารางชีวิตที่เราลองเขียนดูว่าวันๆ นึงเราใช้เวลาไปกับอะไรเท่าไหร่บ้าง แล้วก็รูปสมุดที่ซื้อใหม่เตรียมไปสำหรับปีหน้ากับตั๋วหนังเรื่อง 47 Ronin ถัดจากนั้นไปอีกก็เป็นรูปงานของ Catisfy ที่กำลังทำอยู่ และรูปสุดท้ายของหน้านี้เป็นรูปโดมกับโต๊ะทำงานที่เราอยากได้ กว้างดี แต่คงไม่มีที่!

Project Life เดือนธันวาคม

Project Life เดือนธันวาคม

Project Life เดือนธันวาคม

Project Life เดือนธันวาคม

อาทิตย์ถัดมาก็ไม่มีอะไรมากเลยเน้นใส่การ์ดลายกราฟฟิตสวยๆ เข้าไปแทน ทดลองทำแบบ minimal บ้าง แต่มาดูกี่ทีก็รู้สึกว่ามันมันขาดๆ อะไรบางอย่างยังคิดไม่ออกว่าจะเพิ่มอะไรดีเลยทิ้งไว้แค่นี้ ในหน้านี้เตยชอบการ์ดที่บอกเลขอาทิตย์ที่สุดเป็นกราฟฟิคเฉียงง่ายๆ แต่ดูสนุกดีพอติดสติกเกอร์ WK 50-51 แล้วก็ยังดูดี

Project Life เดือนธันวาคม

Project Life เดือนธันวาคม

หน้าถัดมาเป็นเกี่ยวกับกิจกรรมงานปีใหม่ที่บริษัท เตยเอารูปภาพรวมๆ บรรยากาศในออฟฟิต ของรางวัลที่ได้มาใส่พร้อมกับโน๊ตที่ได้จากบัดดี้ด้วยแล้วก็มีการ์ดเปล่าแต่มีสีสันเยอะๆ ไว้อีก 1 ใบเข้ากับสีสันในออฟฟิตดี

Project Life เดือนธันวาคม

หน้าสุดท้ายของเดือนธันวาคมเป็นเรื่องเกี่ยวกับทริปพัทยาไปดูอัลคาซ่ากับครอบครัวของ @dominixz ซึ่งเป็นทริปสุดท้ายของปีแล้ว รูปแรกเลยเอารูปรวมมาใส่ก่อนเลย รูปส่วนใหญ่เอามาจาก Facebook ของพี่ของโดม เนื่องจากเป็นทริปอาคาซ่าก็เลยคิดว่าใช้การ์ดที่มีสีทองน่าจะดีแต่ก็ใส่ได้แค่ใบเดียวเพราะมีของที่เป็นสีทองแค่นิดเดียวไม่กี่ชิ้น หน้านี้เตยมีแทรกการ์ดของ Catisfy ไป 1 ใบด้วย เป็นการ์ด Sunday แล้วก็มีรีไซเคิลเอาการ์ดโฆษณาสินค้าของ Studio Calio มาใช้เป็นการ์ดให้รูปสุดท้ายของหน้านี้ด้วยออกมาก็ดูเข้ากับการ์ดอื่นๆ อยู่เหมือนกัน

Project Life เดือนธันวาคม

ถัดจากหน้านี้ไปก็เป็น Review ว่าแต่ละเดือนมีอะไรบ้างใช้การ์ด Best Memories ซึ่งเคยเขียนถึงตอนสรุปปี 2013 ไปแล้ว แต่ยังเหลือหน้าสุดท้ายของปี 2013 ที่จะเป็นหน้าปิดของอัลบั้มนี้แล้ว เตยจะโพสให้ดูในคราวหน้านะคะ

 

Project Life เดือนพฤศจิกายน

ช่วงหลังมานี้จัดเวลาในการทำ Project Life เป็น 1 วันต่อเดือน โดยแต่ละวันจะเขียนโน๊ต และถ่ายรูปไว้อยู่แล้วว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง และจะเอาอะไรใส่ไปใน Project Life บ้าง พอถึงเวลาก็เอาไปอัดรูปแล้วมาใส่ใน Project Life ได้เลย

Project Life อาทิตย์ที่ 46

ตั้งใจให้เป็นโทนขาวแดงแล้วมีสีดำแทรกเล็กน้อย แต่ดูเหมือนจะทำได้แค่ครึ่งเดียว ตอนนี้เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมคนอื่นๆ เค้ามีกระดาษกันเป็นชั้นวางของเลย เหมือนบางทีอยากได้แนวนี้ โทนนี้แต่อุปกรณ์ไม่ครบก็จบทำได้ไม่เท่ากับที่ตั้งใจไว้ โดยเฉพาะเวลาที่รีบๆ แบบนี้ อาทิตย์นี้เลยใช้การ์ดของ Catisfy ที่ทำไว้แต่คิดว่าไม่สวยเลยไม่ได้ลงขายมาทำในหน้านี้ด้วย

อาทิตย์นี้ก็ไม่มีอะไรมาก กำลังเร่งทำการ์ดสำหรับขายในช่วงคริสตมาสก็เลยมีแต่รูปนั้น นอกนั้นก็เป็นของกิน เพิ่งรู้ว่าตัวเองเป็นคนชอบถ่ายของกินมาก แล้วก็ชอบถ่ายอะไรที่ไม่มีความหมาย 5555 ส่วนคนก็ถ่ายน้อยมากกกกก

Project Life เดือนพฤศจิกายน

 

Project Life อาทิตย์ที่ 47

ยังคงทำการ์ดต่อไป ก็เลยมีรูปอยู่ แต่สิ่งที่เป็นเรื่องเด่นประจำอาทิตย์คือ เป็นหนี้ซื้อ Mac Book Pro มา กรี๊ดดด หนี้ ก็เลยถ่ายรูปและเก็บชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องไว้เป็นที่ระลึก (ว่าต้องจ่ายไปอีก 10 เดือน) ด้วย แล้วก็มีทำแบบทดสอบเรื่อง time management ได้ The early bird ซื่งก็จริงนะ ทำงานตอนเช้าได้มากกว่าตอนบ่าย แต่สังเกตเพิ่มเติมด้วยว่าช่วงเช้าทำงานพวกเขียนบลอคได้ดีกว่าทำงานดีไซน์ อาจเป็นเพราะเวลาทำงานดีไซน์ใช้เวลานานกว่าแล้วช่วงเช้าเรามีอะไรต้องทำเยอะกว่าด้วย อย่างที่ออฟฟิตก็มักประชุมกันตอนเช้า

Project Life เดือนพฤศจิกายน

Project Life ทริป Outing ของ One Bit Matter

คือก็ไม่ได้เป็นคนในบริษัทนะ แต่อยากไปด้วย 5555 อยากเที่ยวๆๆๆ โดมก็เลยพาไปหลังจากสัญญามาตั้งแต่ปีที่แล้ว ทริปนี้ก็สนุกดีเลยอุทิศให้ทั้งหน้าเลย (จริงๆ ตั้งใจไว้แล้วว่า 1 ทริป 1 หน้า) แล้วทริป Outing ของที่นี่ไม่ได้มีกิจกรรมอะไรมาก เราก็เลยได้พักผ่อนมากขึ้น มีเวลาสเก็ตช์การ์ดด้วย

หน้านี้ใช้การ์ด This is a story about ของ Studio Calico มาทำ แต่ว่านอกนั้นใช้กระดาษ Scrapbook ที่ซื้อมาตัดเป็น 4×6 นิ้วเอง

Project Life เดือนพฤศจิกายน

 

Project Life อาทิตย์ที่ 48-49

สองอาทิตย์นี้คุ้ยรูปเจอแค่รูปเดียว! ไม่รู้จะทำยังไงก็เลย เอารูปขนมที่ได้จากบัดดี้มาใส่แทน แล้วก็เอาผลทดสอบบุคลิกภาพที่ทำแล้วได้ ISFJ มาใส่แบบสรุปๆ กับ Quote ของ Oprah Winfrey ที่ในแบบทดสอบ How to fascinate บอกว่าเป็น Type เดียวกับเรามาใส่ในหน้านี้ด้วย แล้วก็มีชาโบเตนเมนูใหม่ที่ไปกินมากับพี่นก

หน้านี้ใช้ การ์ดที่มีอยู่ของ Studio Calico แบบไม่สนว่าจะเป็นชุดไหนเลย ขอแค่สีเข้ากัน เพราะว่าการ์ด 4×6 นิ้วเหลือน้อยมากเลยแต่ซองยังเหลืออยู่เลยอยากใช้ให้หมดไปก่อน

Project Life เดือนพฤศจิกายน

แล้ว Project Life เดือนพฤศจิกายนก็จบลงด้วยประการฉะนี้ พบกันใหม่คราวหน้า

 

Project Life เดือนตุลาคม

อีกแค่ 2 อาทิตย์ก็จะสิ้นปีแล้วก็เลยต้องรีบมาอัพเดทถึง Project Life ของปีนี้ให้ครบ 🙂 เดือนตุลาคมนี้มีทริปไปเชียงราย 1 ทริปที่ก็ไม่ได้เอามาผสมรวมในนี้ เพราะอยากแยกเรื่องเที่ยวไว้เป็นเล่มเล็ก (ที่ยังไม่มีเวลาทำ) ช่วงเดือนนี้มือถือเริ่มอาการหนัก ชอบค้างจอดำเปิดไม่ได้และกล้องก็ไม่ยอม Auto focus ให้ก็เลยแทบจะไม่ได้ถ่ายรูปเลยก็เลยใช้รูปที่ได้มาจาก facebook ที่มีเพื่อน Tag มากขึ้นด้วย มาดูอาทิตย์แรกกัน

 

Project Life อาทิตย์ที่ 40

อาทิตย์นี้มีแต่งานล้วนๆ เป็นช่วงที่โดมไม่ค่อยว่างก็เลยไม่ค่อยได้ออกไปไหนก็ทำงานเยอะขึ้น และเป็นอาทิตย์ในการปลุกปั้น Catisfy.com จนสำเร็จจากที่ปล่อยให้ redirect ได้สักพักก็รู้สึกเสียดายเงินค่าโดเมนกับโฮสที่เพิ่มขึ้นแต่เสียโอกาสในการดึงคนให้อยู่กับเรานานๆ ซะงั้นเลยนั่งทำเว็บเพื่อเก็บ mailing list และใช้เว็บแสดงสินค้าด้วยอีกทาง ถือว่าเป็นโปรเจคใหญ่สุดในช่วงนั้น ก็เลยใช้ screenshot ของ Catisfy.com มาขยายให้ใหญ่ขึ้นและตัดแบ่งอยู่ในการ์ด 2 ใบแล้วใช้สติกเกอร์ตัวอักษรติดด้านบนของ screenshot เลยง่ายๆ

Project Life เดือนตุลาคม
ด้านซ้ายของหน้าเราใส่รูปของ sketch ของการ์ด Project Life ธีมวันคริสตมาสของ Catisfy เอาไว้ ถัดลงมาเป็นตารางงานช่วงนั้นว่าแต่ละวันต้องทำอะไรหนึ่งอย่างที่เกี่ยวกับเป้าหมายของเราอันที่ highlight สีม่วงคือทำแล้ว โพสอิทคือยังไม่ได้ทำ/ยังไม่ถึงวันนั้นๆ ส่วนขวาล่างสุดของหน้าเป็นที่สำหรับเขียนว่าเดือนนี้ทำเป้าหมายไปถึงไหนแล้ว แต่ในรูปเป็นตอนที่ยังไม่ได้เขียน

Project Life เดือนตุลาคม

 

Project Life อาทิตย์ที่ 41

อาทิตย์นี้เตยใช้ตั๋วหนังและรูปที่ปริ๊นท์จากอีเมล์รวมถึงรูปคู่ที่เพื่อนโดมถ่ายให้ตอนไปงานวันเกิดเพื่อนโดมเพราะว่าอาทิตย์นี้ไม่ค่อยมีรูปเท่าไหร่ อาทิตย์นี้ก็ไม่ได้มีอะไรมากเท่าไหร่นอกจากที่โชคดีได้ Giveaway เป็นคอร์ส Onward and Upward จาก Lemon and Raspberry เป็นคอร์สออนไลน์ที่จะช่วยให้พัฒนาให้เราทำเป้าหมายของเราให้สำเร็จตามที่เราคาดหวังหรือตั้งเป้าหมายไว้

Project Life เดือนตุลาคม

 

Project Life อาทิตย์ที่ 42

ถัดมาอีกอาทิตย์นึงกลายเป็นอาทิตย์ที่ดูไร้สาระไปเลย 5555 เพราะแทบจะไม่มีอะไรเลย มีพัสดุจาก Studio Calico ไปงาน Google Analytics แล้วก็มีเรื่องทำฟัน ซึ่งใช้การ์ดจาก Catisfy ทั้งสองอันเลย นอกนั้นก็เป็นรูปเต็มๆ ที่ถ่ายในอาทิตย์นั้น

Project Life เดือนตุลาคม

 

Project Life อาทิตย์ที่ 43-44

เตยเอาสองอาทิตย์สุดท้ายของเดือนตุลาคมมารวมกันเพราะว่าช่วงนั้นไปเที่ยวเชียงรายพอดีทำให้วุ่นๆ กับการเคลียร์งานให้เสร็จก่อนไปเที่ยว ในหน้านี้มีรูปเรากับโดมในรูปเดียวกัน แล้วก็มีหนังสือที่มาจากงานหนังสือซึ่งปีนี้ผิดปกติมากๆ เพราะได้มาแค่ 3 เล่มเท่านั้น!! ถัดมาเป็น Status ใน Facebook เกี่ยวกับเตยคุยกับโดมเรื่องยำทูน่าที่กลับไปอ่านแล้วก็ขำ จะแย่งกันกินทำไม – -” ส่วนแถวสุดท้ายเตยเอาแถบป้ายของโค้กที่เป็นชื่อเรามาติดไว้เป็นที่ระลึก ฮิฮิ

Project Life เดือนตุลาคม

 

Project Life เดือนตุลาคม

 

Project Life ทริปเชียงราย

เพราะไปเชียงรายมาเลยอยากให้รู้ว่า เคยไปมาช่วงนี้นะ แต่ไม่อยากใส่รายละเอียดมาก เพราะอยากเอาไปใส่ในแฟ้มที่เกี่ยวกับเที่ยวเลยมากกว่าก็เลยทำเป็นรูปที่ชอบที่สุดมาต่อกันเป็นรูปใหญ่ๆ แล้วปั้มตัวปั้ม “You are here” ลงไปด้วยเลย

Project Life เดือนตุลาคม

 

Project Life เดือนตุลาคม

 

ครบแล้วเดือนตุลาคม ต้องสารภาพเลยว่าเดือนพฤศจิกายนทำไปแค่อาทิตย์เดียวเอง กำลังพยายามจัดเวลาทำอยู่ แต่ช่วงปลายปีมักจะเป็นช่วงที่ยุ่งที่สุดในทุกๆ ด้าน มีโปรเจคที่วางแผนไว้แล้วต้องจบก็เยอะด้วยเหมือนกัน ยิ่งช่วงหลังมาทำก็ยิ่งยากเพราะไม่ค่อยได้ถ่ายรูปเอาไว้ด้วย ทำให้ยิ่งช้า ต้องค้นข้อมูลมาใส่เยอะ ถึงอย่างนั้นเตยพยายามทำให้เสร็จภายในปีนี้ เพื่อที่ปีหน้าจะได้เริ่มต้องใหม่อย่างที่วางแผนทำ Project Life ไว้เหมือนกัน

 

วางแผน Project Life ปี 2014

อีกแค่ 2 อาทิตย์กว่าปี 2013 ก็จะหมดกันแล้ว ตอนนี้ทำ Project Life ได้จนเสร็จถึงเดือนตุลาคมแล้ว Project Life ถือว่าเป็นโปรเจคแรกเลยที่เตยทำได้ต่อเนื่องจนเกือบครบปีโดยที่แทบจะไม่เบื่อเลย เวลาได้ย้อนกลับมาดูแล้วรู้สึกสนุกและรู้สึกว่าชีวิตเรามีคุณค่า มีเรื่องราวเยอะแยะเลย ตั้งใจว่าปีหน้าจะทำต่อไปอีกและถ้าจัดเวลาได้อยากจะทำย้อนไปปีที่ผ่านๆ มาแล้วด้วย สำหรับปี 2014 ที่จะถึงนี้เตยได้วางแผนคร่าวๆ เอาไว้บ้างเพื่อลดเวลาในการทำ Project Life และจะได้ใช้เวลาไปกับเป้าหมายอื่นๆ ในปีหน้าบ้าง โดยใช้ประสบการณ์ในการทำ Project Life ปีนี้มาปรับใช้ให้ทำ Project Life ได้สะดวกมากขึ้นดังนี้

 

ใช้ซอง Page protector แบบเดียวกันทั้งเล่ม

โดยแบบซองที่เตยชอบมากที่สุดจากที่เคยซื้อ Big Variety Pack 1 มาใช้ คือ แบบ Design F ที่มีซองสำหรับการ์ดขนาด 4×6 จำนวน 1 ซองแล้วนอกนั้นอีก 10 ซองเป็นซองขนาด 3×4 หมดเลย จริงๆ แล้วมีอีกแบบที่อยากได้มากกว่าแบบ Design F คือ แบบที่มีแต่ 3×4 ทั้งหน้าเลยซึ่งขายอยู่ใน Page Protectors Small Variety Pack 5 แต่เตยยังหาซื้อไม่ได้แถมไม่มีขายแยกแค่อย่างเดียวด้วยเลยต้องใช้ Design F ไปก่อน รองลงมาที่ชอบเป็น Design E ที่มีซอง 4 ซองสำหรับรูป 6×6 นิ้วสำหรับใส่รูปใหญ่ๆ อย่างเวลาไปเที่ยวที่ไหนค่ะ

Photo Pocket Page Protector

เหตุผลที่จะจำกัดให้ซองอยู่แค่ 1-2 แบบก็เพื่อความสะดวกเวลาจะอัดรูปก็รู้แน่นอนว่ารูปส่วนใหญ่เป็นขนาด 3×4 นิ้วนะ Journal Card ก็จะได้ซื้อเฉพาะขนาดนี้ หรือตัดเก็บไว้เป็นขนาดนี้เท่านั้น ของสำหรับตกแต่งอื่นๆ ก็จะได้ซื้อให้พอดีกับอันนี้ไปเลย น่าจะประหยัดกว่าด้วย (รึเปล่านะ ฮ่าๆ) ที่สำคัญเนื่องจากเป็นขนาดเดียวกันเกือบทั้งหมดทำให้ไม่ต้องวางแผนอะไรมากด้วยอัดรูปมาก็ใส่ตรงไหน จัด Layout ยังไงก็ได้

 

เอา Week title ออก

Week title เป็นอะไรที่คิดไว้นานแล้วว่าจะเอาออกแน่นอน เพราะไม่เคยเข้าใจว่าจะมีไปทำไม และคิดว่าการใส่ week title ค่อนข้างเสียเวลาในการทำ Project LIfe ด้วย แต่ช่วงแรกๆ เห็นว่าคนอื่นทำกันก็เลยทำไปก่อนแต่ปีหน้าคงไม่ทำแล้ว

Project Life เดือนสิงหาคม

 

ทำเป็นเดือนแทนการทำเป็นอาทิตย์

เหตุผลง่ายๆ เลยคือ จำไม่ได้ว่าชีวิตฉันตอนนี้อยู่ในอาทิตย์ที่เท่าไหร่! ทุกครั้งที่ทำ Project Life ต้องมาเปิดปฏิทินดูว่า อ๋อ รูปนี้อาทิตย์ที่ 20 นะ แต่ในชีวิตจริงแล้วเวลาเราจำเหตุการณ์อะไรเรามักจำเป็นเดือนมากกว่า เช่น ปีนี้ฉันไปเที่ยวเขาใหญ่มาตอนเดือนกุมภาพันธ์นะ ไม่มีใครจำหรอกว่า ฉันไปเที่ยวเขาใหญ่ตอนอาทิตย์ที่ 6 มาแหล่ะ นอกจากนี้บางอาทิตย์เรากิจกรรมน้อยมากแต่บางอาทิตย์นี่กิจกรรมล้นจนไม่รู้จะล้นยังไงแล้ว ก็เลยทำเป็นเดือนๆ มีหน้าคั่นแบบเป็นเดือนๆ น่าจะดีกว่า

 

จดบันทึกให้มากขึ้นโดยจะเขียนไดอารี่ทุกวัน

Day one แอพช่วยทำ Project Life

การเขียนไดอารี่มีประโยชน์หลายอย่างมากช่วงเดือนสิงหาคมถึงพฤศจิกายนที่ผ่านมานี้เตยก็เขียนไดอารี่ทุกวัน บางวันไม่รู้จะเขียนอะไรก็เขียนว่าวันนี้เตยทำอะไรไปบ้างคล้ายๆ กับที่บันทึกใน idonethis ทำให้เวลาเอามาทำ Project Life ก็มีข้อมูลมาทำได้ง่ายขึ้น แต่พอช่วงที่วุ่นมากๆ ก็เลยลืมเขียนไม่ได้เขียนต่อ ปีหน้าก็เลยคิดว่าจะใช้แอพพลิเคชั่นอย่าง Day One ช่วยในการจดบันทึกเหตุการณ์ในแต่ละวัน

 

จัดเวลาสำหรับทำ Project Life ให้ชัดเจนไปเลย

การตั้งเวลาชัดเจนว่าเราจะทำอะไร วันไหน เวลาใด เป็นสิ่งที่ทำให้เราสามารถทำสิ่งนั้นให้สม่ำเสมอต่อเนื่องอยู่แล้วในทุกๆ เรื่อง ปีที่ผ่านมาทุกบ่ายวันอาทิตย์เตยจะนั่งทำ Project Life ช่วงไหนยุ่งๆ ก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงเวลาบ้างแต่อย่างน้อยต้องตั้งเวลาทำที่ชัดเจนเอาไว้เลย วิธีนี้เป็นวิธีที่ทำให้เตยสามารถทำ Project Life ได้ตลอดทั้งปี ในปีหน้าจะเปลี่ยนเวลาทำนิดหน่อย คือตั้งใจว่าทุกวันอาทิตย์ปลายเดือนจะทำ Project Life ของเดือนที่ผ่านมาแทนการทำทุกอาทิตย์แทน

 

ทบทวนและบันทึกเป้าหมายที่ตั้งไว้ในอัลบั้ม Project Life

จริงๆ แล้วยังไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่าควรจะใส่ไว้ในอัลบั้ม Project Life หรือแยกเป็นอีกเล่มนึงเลยดี เพราะเท่าที่สังเกตจาก Project Life ของเดือนหลังๆ จะมีเรื่องงานที่ทำมาใส่มาขึ้นเหมือนเราใช้ชีวิตส่วนใหญ่เพื่อทำเป้าหมายนั้นให้สำเร็จ แต่ว่าในอีกมุมนึงเราก็ไม่ได้อยากให้คนที่มาดูอัลบั้ม Project Life ของเราบางคนมาเห็นว่าเรามีเป้าหมายอะไรเหมือนกัน ช่วงนี้ก็กำลังตัดสินใจอยู่

ตอนนี้วางแผนไว้แค่นี้ คิดว่าปีหน้าน่าจะสามารถปรับปรุงกระบวนการทำได้มากกว่านี้ หลักๆ คือ ต้องทำง่ายๆ สะดวกๆ จะได้เอาเวลาไปทำอย่างอื่นได้มากขึ้น

 

Project Life เดือนกันยายน

ใกล้จะหมดปีแล้วไม่น่าเชื่อเลย ดีใจมากเลย เป็นครั้งแรกที่ทำอะไรได้ต่อเนื่องจนเกือบจะครบปี ตอนนี้กำลังทำ Project Life ของเดือนตุลาคมอยู่ ส่วนเดือนกันยายนทำเสร็จได้สักพักแล้วแต่เพิ่งเอามาโพส มาเริ่มกันเลยที่อาทิตย์ที่ 36

Project Life อาทิตย์ที่ 36

ช่วงนี้กิจกรรมเยอะไปหน่อย ทำให้ไม่ค่อยได้มีเวลาอยู่เงียบๆ คนเดียว พอมีเวลาว่างก็เลยออกไปเดินเล่นหาอะไรกินแถวบ้านและเขียนไดอารี่ทำให้รู้สึกดีขึ้นมากเลย อาทิตย์นี้ไปเจอพี่นก เบล แล้วก็น้องยีนมาด้วย พี่นกเอาของฝากจากญี่ปุ่นมาให้ นอกจากนี้ยังเป็นอาทิตย์แรกที่ย้ายออฟฟิตไปออฟฟิตใหม่ที่ขยายออกมาจากออฟฟิตเดิม
อาทิตย์นี้ใช้ Double Scoop และ Mark&Co Project Life Kit เป็น Card พื้นฐานในหน้านี้ และกลับมาใช้เทคนิคเขียนข้อความลงไปในรูปเลยง่ายดี

Project Life เดือนกันยายน

Project Life อาทิตย์ที่ 37

อาทิตย์นี้ก็ยังใช้เทคนิคเดิมคือ เขียนข้อความลงบนรูปเพื่อสื่อความหมายไปเลย และก็ใช้การ์ดจาก “Be Happy” ของ Catisfy ที่เตยทำและใช้กระดาษที่ได้จากพี่กอล์ฟมาเป็น Cover ติดด้วย Wood Veneer ของ Studio Calico ด้วย โดยในอาทิตย์นี้ส่วนใหญ่จะเป็นรูปเกี่ยวกับโปรเจคต่างๆ ที่ทำอยู่ไม่ว่าจะเป็น 30 days of lists หรือ Catisfy เพราะช่วงหลังมานี้นอกจากงานประจำที่บริษัทแล้วก็ทุ่มเวลาให้กับ Catisfy เกือบหมดก็เลยมีแต่รูปพวกนี้
Project Life เดือนกันยายน
Project Life เดือนกันยายน
Project Life เดือนกันยายน

Project Life อาทิตย์ที่ 38

อาทิตย์ที่สามของเดือนกันยายนนี้ กระดาษการ์ดสำหรับใส่ Project Life แบบขนาด 4×6 นิ้วเริ่มหมดแล้วก็เลยไปค้นๆ กระดาษมาจากหลายๆ ที่พยายามให้สีเข้ากัน แต่โชคดีที่อาทิตย์นี้มีรูปเยอะและมีสติกเกอร์ตัวอักษรช่วยได้เยอะเลย
ครึ่งนึงของหน้านี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับวันเสาร์แค่วันเดียวเพราะเป็นวันที่มีเรื่องเกิดขึ้นเยอะมาก นอกนั้นก็เป็นเรื่องของที่มาส่งที่บ้าน แล้วก็ความคิดที่แว่บเข้ามาช่วงนั้นก็เอามาเขียนในการ์ด Currently Thinking ของ Catisfy
Project Life เดือนกันยายน
Project Life เดือนกันยายน
Project Life เดือนกันยายน
Project Life เดือนกันยายน

Project Life อาทิตย์ที่ 39

อาทิตย์นี้รูปที่ถ่ายจริงๆ มีแค่สองรูปตอนนี้ไปกิน Domino Pizza กับโดมครั้งแรก นอกนั้นเป็นรูปที่เอามาจาก Facebook เป็นรูปที่มีคนแท็กมาตอนที่ไปเจอรูปเตยในหนังสือ UX พอดี แล้วก็มีรูป F4 ที่ช่วงนั้นกำลังติดมากว่างก็ดูหมดตั้งแต่เวอร์ชั่นเกาหลี ไต้หวัน เหลือแค่ญี่ปุ่นที่ยังไม่ได้ดู 5555 ส่วนด้านขวาล่างของหน้าก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับโดเมน Catisfy.com ที่เพิ่งซื้อมาใช้สำหรับเป็นเว็บขาย Graphic digital files ซึ่งตอนนี้จะเน้นขายกราฟฟิคสำหรับ Scrapbook ก่อน
ในหน้านี้เตยใช้การ์ดจากเซ็ท “Be Happy Journal Cards for Project Life” จาก Catisfy มาผสมกับกระดาษที่ได้มาจาก Studio Calico และพี่กอล์ฟเอา
Project Life เดือนกันยายน
Project Life เดือนกันยายน
Project Life เดือนกันยายน
Project Life เดือนกันยายน
Project Life เดือนกันยายน
Project Life เดือนกันยายน
หมดแล้วสำหรับ Project Life เดือนกันยายน ตอนนี้ใกล้จะหมดปีแล้วเพื่อนๆ ทำ Project Life กันแล้วเป็นยังไงบ้าง และวางแผนจะทำยังไงต่อในปีหน้ากันบ้างคะ

Project Life เดือนสิงหาคม

Project Life อาทิตย์ที่ 31

เป็นอาทิตย์ที่คาบเกี่ยวของสองเดือนก็เลยมี goal review ตามระเบียบ ยังคงใช้รูปของ goal ที่ทำไปตั้งแต่ต้นปีมาใช้เหมือนเดิม อาทิตย์นี้เราได้ของจากพี่กอล์ฟที่ใจดีมากส่งของสำหรับทำ scapbook มาให้เต็มเลยก็เลยถ่ายรูปและติด tag ที่พี่กอล์ฟเขียนมาให้ใส่ในอัลบั้มด้วยเลย ส่วนแถวสุดท้ายของหน้านี้ก็เป็นรูปของออฟฟิตใหม่ที่กำลังทำอยู่ ห้องค่อนข้างกว้างและโปร่งโล่งแบบที่เราชอบเลย 🙂

Project Life เดือนสิงหาคม

 

Project Life อาทิตย์ที่ 32

เพิ่งสังเกตเหมือนกันว่าอาทิตย์นี้มีแต่รูปอาหาร!! ทั้งป็อปคอร์นการ์เร็ตที่โอซื้อมาฝาก มีซีซาร์สลัดแบบทำเองมั่วๆ ที่เรากินที่บ้านเกือบทุกเย็น ไหนจะเบอร์เกอร์ของ Mos burger ที่ไปกินมาอีก แล้วก็มีลูกอมที่พี่กิตให้มาด้วยความสงสาร 5555 ส่วนไฮไลท์ของอาทิตย์นี้จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากบทสนทนาเรากับโดมคุยกันและทำเอาโดมเงิบไปเลย ฮ่าๆ ที่แรกตั้งใจจะปริ๊นสกรีนหน้าจอ facebook ที่เราไปโพสไว้มาใส่ แต่ลืม พอลืมแล้วก็ขี้เกียจเลยหยิบ journal card แบบแนวตั้งที่เตยทำไว้มาเขียนใส่แทนในแนวนอนแบบที่เห็นในภาพค่ะ

Project Life เดือนสิงหาคม

 

รูปข้างล่างนี้เป็นรูปซูมที่อยากอวดมากเพราะเป็นคลิปรูปแมวจาก Studio Calico >_<

Project Life เดือนสิงหาคม

 

Project Life อาทิตย์ที่ 33

จากที่ไปเชียงใหม่มาเดือนที่แล้วเตยซื้อแกงสำหรับทำแกงฮังเลมาด้วยเยอะมากๆ แม่ก็เลยทำมาให้กินเป็นข้าวกลางวันที่ออฟฟิตด้วย อาทิตย์นี้น้องมิวที่มาฝึกงานด้วยกันจะทำงานที่นี่เป็นอาทิตย์สุดท้ายแล้วก็เลยมีเลี้ยงส่งน้องมิวนิดหน่อย อาทิตย์นี้ใช้กระดาษจากหลายที่มากๆ  เพราะว่าเปลี่ยนมาใช้ซองพลาสติกแบบใหม่เลยไม่ค่อยมีการ์ดแบบ 4×6 แนวตั้ง อย่างบางการ์ดทำขึ้นมาเองบ้าง

Project Life เดือนสิงหาคม

 

อย่างการ์ดในอาทิตย์นี้ก็ทำเองใช้ตัวปั๊มมาปั้มๆ แล้วใช้กระดาษปกของเซ็ทกระดาษมาตัดไว้ข้างหน้าเป็นลายแพทเทิร์นติดแทน

Project Life เดือนสิงหาคม

 

Project Life อาทิตย์ที่ 34

สำหรับช่วงนี้ไม่ได้มีอะไรมากมีแค่เรื่องที่น้องมิวเอาคุ้กกี้มาให้แล้วได้ฟิล์มจากกล้องแบบใช้แล้วทิ้งที่ถ่ายไปตั้งแต่ 2-3 ปีก่อน นอกนั้นก็ไม่ค่อยมีอะไรก็เลยเอาเรื่องในชีวิตประจำช่วงนั้นมาใส่ อย่างช่วงนี้ตื่นเช้ามากเป็นพิเศษ

Project Life เดือนสิงหาคม

 

ส่วนอันนี้ก็เป็นซองที่แทรกเข้ามาใส่เป็นรูปที่ได้มาจากฟิล์มเก่า รูปออกมาเป็นสีฟ้าๆ สวยไปอีกแบบ พอนั่งดูรูปบางรูปแล้วก็ได้แต่งงว่าเคยไปที่นี่ด้วยหรอเนี่ย สงสัยจะนานเกินไปจนจำไม่ได้ 555

Project Life เดือนสิงหาคม

 

Project Life เดือนสิงหาคม

 

ในหน้านี้เตยเอาการ์ด Currently แบบ Watching มาใส่แล้วพิมพ์โปสเตอร์ซีรี่ย์เกาหลีเรื่อง ลีชุนชิน ที่เพิ่งดูจบไป สนุกมากเลยเรื่องนี้ชอบนางเอกเรื่องนี้มาก

Project Life เดือนสิงหาคม

 

Project Life อาทิตย์ที่ 35

หน้านี้ใช้กระดาษของ Studio Calico ชุด MARKS & CO Project life Kit แต่ก็มี Free Printable ของคนอื่นประกอบไปด้วย ในนี้กลับมาใช้การเขียนบนรูปไปเลยนิดหน่อย แล้วก็มีวาดรูปเพิ่มเติม (แบบที่ดูออกคนเดียวว่ามันคืออะไร 555)

Project Life เดือนสิงหาคม

 

ในชุด Mark & Co.มีกระดาษที่เป็นลายกรอบรูปก็เลยใช้เป็นกรอบบอกอาทิตย์เลย โดยเจาะรูแล้วเอากระดาษสีแดงมาติดข้างหลัง แล้วติดสติกเกอร์ตัวอักษรเข้าไปเป็นคำว่า Week ด้วย

Project Life เดือนสิงหาคม

หมดแล้วสำหรับ Project Life เดือนสิงหาคมนี้ แล้วทำถึงไหนกันบ้างแล้วคะ

 

[blockquote] Project Life เป็นระบบสำหรับเก็บภาพความทรงจำในรูปแบบใหม่ของ Becky Higgins ชาวอเมริกาที่ได้ออกแบบระบบสำหรับเก็บภาพความทรงจำในรูปแบบใหม่ที่สะดวกมากขึ้นให้เราใช้ได้ง่ายๆ เก็บได้ง่ายๆ ดูโพสที่เกี่ยวกับ Project Life ที่เตยเขียนได้ที่นี่[/blockquote]

Project Life ทริปเชียงใหม่

จากคราวที่แล้วได้โพสเรื่อง Project Life เดือนกรกฎาคม แล้ววันนี้จะมาเอา Project Life ที่ทำเรื่องทริปเชียงใหม่มาโพสให้ดูกันนะคะ

ทริปเชียงใหม่คราวนี้เป็นทริป (เกือบ) ฉายเดี่ยวเพื่อไปงานวันแต่งงานเพื่อน เพราะเป็นทริปเดี่ยวครั้งแรกก็เลยอยากจะบันทึกไว้สักหน่อย ทีแรกตั้งใจไว้ว่าจะเอาไว้ว่าจะทำเป็น mini book ของทริปเชียงใหม่นี้แต่ว่าก็อยากใส่รูปใน Project Life นี้ด้วยเหมือนกันเลยทำเป็นหน้าแทรกไป 4 หน้า

หน้าแรกเป็นเรื่องตั้งแต่ออกเดินทางและวันแรกที่ไปถึงเชียงใหม่ มีโดมมาส่ง และมี list ไว้ว่าได้ทำอะไรไปบ้าง

Project Life ทริปเชียงใหม่

 

การ์ดที่ชอบมากที่สุดก็คงจะเป็นการ์ดนี้ที่ใช้ไดคัทรูปแผนที่ประเทศไทยมาติดแล้วติด tag “Here I am” มาใส่ แต่พอแปะซ้อนกันแล้วมันอ่านไม่ออกก็เลยเอากระดาษสีแดงมาติดข้างหลังช่วยให้สีตัดกันและอ่านได้ง่ายขึ้น จากนั้นก็เอาด้ายมาร้อยเข็มหลายๆ เส้นแล้วเย็บเป็นรอยว่าเราเดินทางจากกรุงเทพไปเชียงใหม่นะ

Project Life ทริปเชียงใหม่

 

หน้าถัดมาพอทำเสร็จแล้วก็นึกได้ว่าลืมลงรูปตอนที่ใส่ชุดไทย นานๆ ใส่ทีดันลืมเอามาแปะซะงั้น!! หน้านี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับงานแต่งงานซะส่วนใหญ่ ตั้งแต่รูปในงานแล้วก็รูปก่อนไปงาน มีแถวล่างสุดที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับวันเกือบสุดท้ายก่อนกลับเชียงใหม่ที่ไปเดินเที่ยวคนเดียว

Project Life ทริปเชียงใหม่

 

อีกหน้านึงเป็นรูปรวมกลุ่มเพื่อนๆ สมัยประถมทั้งหมด แต่เอามาขยายใหญ่และตัดแบ่งใส่ในซองขนาด 4×4 นิ้ว เพื่อนๆ สวยกันทุกคนเลยเนอะๆๆ

Project Life ทริปเชียงใหม่

 

หน้าสุดท้ายเป็นรูปใหญ่เหมือนกันตามขนาด 4×4 นิ้วไป เป็นรูปวันที่ไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ทั้งสองวัน โดยรูปทางฝั่งขวาเป็นรูปในที่ Art in Paradise ที่นี่สนุกดี ค่อนข้างใหญ่มีอะไรให้ถ่ายเยอะ เสียแต่ว่าเตยกับเพื่อนๆ ค่อนข้างเหนื่อยกันอยู่แล้ว พอเข้าไปก็บ่นว่า นี่ยังไม่หมดอีกหรอเนี่ย!! 5555 ที่สนุกสุดคือได้เที่ยวกับเพื่อนๆ ที่ไม่ได้เจอกันมานานมากๆๆ ได้เห็นความเปลี่ยนแปลง และไม่เปลี่ยนของเพื่อนทุกคนเลย 5555

Project Life ทริปเชียงใหม่

 

ทีแรกตั้งใจว่าจะใส่รูปแทรกแค่หน้าเดียว ทำไปทำมา รูปงอกออกมาหลายหน้าเลย 5555 ถ้าไปทำ Mini book สงสัยจะกลายเป็น big book แทน ฮ่าๆ