Select Page

craftspace-week51

อาทิตย์ที่ผ่านมาก็ยังไม่หายจากไข้หวัดสักที ไม่มีไข้แต่ก็ไม่มีแรงด้วยเหมือนกัน ไปหาหมอได้ยามา 3 ตัว มีอยู่ตัวนึงเป็นยาฆ่าเชื้อราคาสูงมาก 1000 กว่าบาทสำหรับ 10 เม็ด ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้วแต่ก็ยังมีเสมหะอยู่บ้างเลยต้องกินยาต่ออีกนิดหน่อย ที่น่าเบื่อก็คงเป็นที่ไม่มีแรงเท่าไหร่ รู้สึกโล่งๆ มึนๆ เหนื่อยง่ายอาจเป็นผลจากยาที่หมอให้ อาทิตย์ที่ผ่านมาเตยก็เลยเน้นพักผ่อนเสียมากกว่า

ช่วงนี้กำลังอ่านหนังสือ The Happiness of Pursuit ไม่ใช่หนังนะ เป็นหนังสือเกี่ยวกับการตั้ง Quest ให้กับตัวเอง ผู้เขียนบอกว่า quest ยิ่งใหญ่กว่าเป้าหมายธรรมดาที่เราตั้งกันตอนปีใหม่ เช่น เที่ยวรอบโลก, ล่องเรือข้ามประเทศ, เดินเท้าข้ามประเทศ, ถ่ายภาพหนึ่งล้านรูป ทั้งหมดนี้มีคนทำแล้วจริงๆ อ่านแล้วมีแรงบันดาลใจรู้สึกอยากจะทำอะไรสักอย่างที่ยิ่งใหญ่แบบนี้บ้าง แต่ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรเนี่ยแหล่ะ

หนังสือ The Happiness of Pursuit

วันศุกร์ที่ผ่านมาถือว่าเป็นวันดีอีกวัน มีลูกค้ามาสั่งซื้อสมุดแล้วให้ไปส่งที่รถไฟฟ้าทำให้เราได้เจอกับลูกค้าแบบตัวเป็นๆ เป็นครั้งแรก เมื่อก่อนไม่ค่อยเข้าใจหรอกว่าทำไมหลายๆ คนถึงชอบบอกว่า ชอบเจอลูกค้า โดยเฉพาะในฐานะที่เราเป็นคนชอบอยู่คนเดียวมากกว่าแบบนี้ แต่พอได้ไปเจอลูกค้าแล้วรู้สึกปลื้ม ดีใจมาก รู้สึกมีแรงบันดาลใจในการทำสมุดออกมาเพิ่มมากขึ้น รู้สึกดีที่มีคนเห็นคุณค่าของผลงานเรา รู้สึกขอบคุณลูกค้าทุกๆ คนมากกว่าเดิม

รูปล่างนี้เป็นสมุดที่ลูกค้าสั่งซื้อ เตยห่อด้วยกระดาษลอกลายสีขาวที่แต่งด้วยการวาดและปั๊มตัวปั๊มลงไป ทำเสร็จ แล้วชอบงานตัวเองมาก ฮ่าๆ

ห่อสมุดด้วยกระดาษที่วาดแต่ง

พอส่งของให้ลูกค้าแล้วก็ไปกินข้าวกับเพื่อนสนิทสมัยมัธยม เราไม่ได้เจอกันมาเป็นปีแล้ว มาเจอกันอีกทีทำให้มีเรื่องต้องอัพเดทเยอะมาก ประเด็นนึงที่คุยกันเยอะเลยก็คือเรื่องงาน ด้วยความที่เราสองคนทำงานคล้ายๆ กันทำให้พอเข้าใจวัฒนธรรมในวงการพอสมควร ยิ่งเราลาออกมาแบบนี้ก็ยิ่งต้องคุยกันมาก เราคุยกันถึงเรื่องความชอบในตัวงานด้วย ทำให้เราได้เห็นว่าคนที่ทำงานไปโดยที่ไม่ได้ชอบงานของตัวเองมีอยู่เยอะมากเลย ปัญหานึงคือไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร เตยแนะนำเพื่อนไปว่าให้ลองทำความรู้จักกับตัวเองดู ลองดูว่าทำไมเราถึงไม่ชอบงานนี้ก่อน แล้วค่อยๆ ถามตัวเองในคำถามสำคัญอื่นๆ มากขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกว่าคนเราเดี๋ยวนี้เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายมากแล้วข้อมูลต่างๆ บนโลกมันก็มีเรื่องน่าสนใจเยอะด้วยเหมือนกันทำให้เราลืมที่จะเรียนรู้ตัวเอง คงมีหลายๆ คนที่เหมือนเตยคือไม่ได้อยู่นิ่งๆ เงียบๆ โดยไม่ทำอะไรมานานแล้ว พอมือว่างก็หยิบโทรศัพท์มาดูข่าวสารใหม่ๆ เพื่อไม่ให้ตัวเองรู้สึกว่าง แต่จริงๆ ความว่างนี่แหล่ะที่ทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น ทำให้เราได้คุยกับตัวเองมากขึ้น พอได้คุยกับเพื่อนแบบนี้แล้วรู้สึกเหมือนต้องทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ อยากช่วยเพื่อน อยากช่วยคนที่รู้สึกแบบเตยเอง มันไม่ง่ายแต่ก็คงไม่ใช่ว่าทำไม่ได้เสียทีเดียว มันต้องมีอะไรที่เราช่วยเพื่อนได้บ้างสิเนอะ

สมุด Win book

สุดท้ายนี้เตยได้เริ่มทำสมุด Win book ตามที่ Michelle Ward แนะนำแล้ว สมุด winbook เป็นสมุดสำหรับรวบรวมสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ ตอนแรกเตยตั้งใจจะทำเป็น Minibook แบบตัดกระดาษมาเจาะรูใส่ห่วงทำเอง แต่สุดท้ายก็วางค้างอยู่แบบนั้นมาหลายอาทิตย์ เตยจึงตัดสินใจใช้สมุดของ Zequenz เล่มเล็กธรรมดาเลยเพราะคิดว่าถ้าจะทำอะไรในระยะยาวแล้วก็ควรต้องทำให้ง่ายที่สุด สมุดที่ทำอยู่แล้วและไม่ต้องตัดเจาะรูอะไรแบบนี้น่าจะดีกว่า ตอนนี้เริ่มโดยการเอารูปที่เตรียมไว้มาตัดแปะและเขียนข้อความสั้นๆ ไว้ใต้รูปไปแล้ว ลองเปิดผ่านๆ แล้วก็ปลื้มดีนะว่าเราทำมาขนาดนี้เลยหรอ มีคนสนับสนุนเราขนาดนี้เลยหรอ รู้สึกดี อยากจะให้สมุดเล่มนี้เต็มไวๆ

ในอาทิตย์นี้อยากลองอะไรใหม่เพิ่มขึ้นโดยการเขียนสิ่งที่เน้นอยากทำให้สำเร็จในอาทิตย์นี้ด้วย ไม่ใช่แค่เขียนถึงอาทิตย์ที่ผ่านๆ มา

  • เตรียมตัวไปอุดรธานี หนองคาย ลาว สิ้นอาทิตย์นี้ ต้องเตรียมข้อมูลเรื่องการข้ามไปลาวจากศรีเชียงใหม่ ต้องเตรียมชุดไปงานแต่งงานด้วยชุดก็ไม่มี รองเท้าก็ไม่มี ไม่มีอะไรเลย แล้วแต่งหน้าไม่ค่อยเป็นต้องมาคิดอีกว่าจะเอาตัวรอดแต่งหน้าเองไปได้ยังไงบ้าง
  • เขียนเรื่องทริปเกาหลีที่เพิ่งไปมา ก่อนจะดองไว้เหมือนทริปอื่นๆ
  • จัดการเรื่องการเงิน ตอนนี้ใช้วิธีจดบันทึกรายรับรายจ่ายของ Catisfy ไว้ใน Excel แต่ก็รู้สึกว่ามันยังไม่ค่อยครบถ้วนเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าต้องเพิ่มอะไรอีก ตอนนี้มีแค่สิ่งที่คิดเอาเองว่าสำคัญที่สุดก็คือ เลข Balance คือรู้ว่าตอนนี้ขาดทุนหรือว่ากำไรแค่ไหนเท่านั้น อย่างอื่นก็ไม่เคยจดเลย ทำให้รู้สึกว่าต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ