Select Page

#100WordMeetArt : Be You

วันก่อนได้ดูหนังเรื่อง The Notebook เป็นหนังเก่าแล้วแต่เตยเพิ่งเคยดู นางเอกเป็นลูกสาวเศรษฐีมารักกับหนุ่มช่างไม้ธรรมดา นางเอกมีตารางการใช้ชีวิตตามที่พ่อแม่กำหนดมาให้แล้วว่าต้องเรียนเลข ต่อด้วยภาษา ต้องเรียนเปียโน เรียนเต้นรำ มีอยู่ตอนนึงพระเอกถามนางเอกว่า “เธอนะ ต้องการอะไร ฉันไม่ได้ถามว่าพ่อแม่เธอต้องการอะไร ฉันถามว่าเธอต้องการอะไร” นั่นสิ ตัวเราต้องการอะไร ตัวเราเป็นคนแบบไหน ไม่ต้องให้คนมาขีดกำหนดกฏเกณฑ์ แต่เรานั่นแหล่ะที่ต้องรู้ว่าเราเป็นใครและต้องการอะไร

คุกกี้ Vegan

ช่วงหลังมานี้เตยสนใจการทานอาหารแบบ Plant-based diet คือทานแต่พืช ผัก ผลไม้ รวมถึงไม่ทานน้ำผึ้ง ไข่ และนมด้วยซึ่งจะต่างจากมังสวิรัตินิดหน่อย แต่อาหารแบบนี้หาทานยากโดยเฉพาะขนม เตยก็เลยเริ่มหัดทำอาหารกินเอง อันไหนที่สูตรนิ่งแล้วจะพยายามเอามาบันทึกไว้ที่นี่

คุกกี้ vegan

ส่วนผสม

  • ผงอัลมอนต์ 200 กรัม (ใช้อัลมอนต์มาปั่นให้ละเอียดแทนได้ ถ้าอยากประหยัดก็ใช้ถั่วลิสงปั่น แต่คุกกี้จะเป็นกลิ่นถั่วนะคะ)
  • Maple syrup 100 มิลลิลิตร
  • แป้ง 4 ช้อนโต๊ะ (ปกติเตยใช้วิธีปั่นข้าวโอ๊ตจนเป็นผงแป้ง)
  • น้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ
  • ชอคโกแลตชิป 100 กรัม (หรือหั่นชอคโกแลตเป็นชิ้นเล็กๆ) เตยเคยลองเอาพวกแครนเบอรรี่แห้งไปผสมแทนชอคโกแลตค่ะ รสชาติหวานจากผลไม้มันโดดจากปกติมากไป

วิธีทำ

  1. อุ่นเตาที่ 175 องศาเซลเซส
  2. ปั่นทุกอย่างยกเว้นชอคโกแลตชิปเข้าด้วยกันแล้วค่อยใส่ชอคโกแลตเข้าไป คนทั้งหมดให้เข้ากัน
  3. ปั้นคุกกี้ ปกติเตยจะใช้ช้อนตวงตักเป็นชิ้นๆ เพื่อให้แต่ละคำมีปริมาณเท่าๆ กัน
  4. เอาเข้าเตาอบประมาณ 20-25 นาทีค่ะ อย่าลืมทาน้ำมันที่ถาดก่อนนะคะ คุกกี้จะได้ไม่ติดถาด ปกติเตยใช้น้ำมันมะพร้าวทาค่ะ ถ้าอบ 25 นาทีแล้วยังไม่สุกให้ลองลดอุณหภูมิลงแล้วอบต่อ บางทีถ้าเราทำคุกกี้ก้อนใหญ่ ไฟอาจจะไม่ทั่วถึงคุกกี้ทั้งชิ้นค่ะ การใช้ไฟอ่อนแล้วเพิ่มเวลาเอาจะช่วยให้อบคุกกี้ได้ถึงด้านในค่ะ

คุกกี้ vegan

 

#100WordMeetArt : If you believe it, it seems true.

#100WordMeetArt : If you believe it, it seems true.

ความจริงเป็นแบบไหนอยู่ที่ว่าคนๆ นั้นเชื่ออย่างไร ถึงเราจะเอาข้อเท็จจริงต่างๆ ไปยื่นให้เขาดู ถ้าเขาไม่เชื่อมันก็ไม่ใช่ความจริงสำหรับเขาอยู่ดี ความจริงในชีวิตเราเป็นแบบไหนก็อยู่ที่ว่าเราเชื่อแบบไหนเช่นกัน ถ้าเราเชื่อว่าชีวิตเรามีแต่เรื่องแย่ๆ ความจริงก็เป็นเช่นนั้น แต่ถ้าเราเชื่อว่าสิ่งดีๆ จะเกิดขึ้นกับเรา ความจริงก็คือชีวิตเรามีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต

#100WordMeetArt : You can.

#100WordMeetArt : You can.

เตยตั้งใจว่าจะหัดเขียนมากขึ้นในโปรเจค #100WordMeetArt แต่บางวันตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกว่า ทำไม่ได้ ไม่รู้จะเขียนอะไร หรือเราคงทำไม่ได้ดีหรอก พอเปิด pinterest มาเล่นรูปแรกที่เจอคือภาพของคำว่า You can เหมือน pinterest รู้ว่าเรากำลังคิดอะไรอยู่ซะอย่างนั้น พอเจอคำนี้ก็คิดได้ว่า เอาน่า ลองดูสักนิด สุดท้ายก็ออกมาเป็นรูปนี้ พอมาคิดดูหลังจากเพ้นท์เสร็จก็คิดได้ว่าการที่มีคนบอกว่าเราทำได้นะ เหมือนเป็นการอนุญาตเราให้เราทำสิ่งที่เราคิดไม่ว่าสิ่งนั้นจะออกมาดีหรือไม่ก็ตาม บางครั้งคนเราก็ต้องการแค่นั้น วันนี้เตยก็จะขอบอกทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้เหมือนกันว่า คุณก็ทำได้นะคะ 🙂

#100WordMeetArt : All we have is now.

#100WordMeetArt : All we have is now.

 

วันนี้เตยกลับไปอ่านโน๊ตที่จดไว้ตอนอ่านหนังสือ Power of now ของ Eckhart Tolle เป็นหนังสือที่เปลี่ยนวิธีคิดของคำว่าปัจจุบันสำหรับเตยจริงๆ เมื่อก่อนเตยเคยคิดว่า ปัจจุบันคือวันนี้ วันพรุ่งนี้คืออนาคต แต่หนังสือเล่มนี้บอกเตยเลยว่าปัจจุบันคือตอนนี้ วินาทีนี้ที่เรากำลังหายใจ วินาทีนี้ที่เราได้สัมผัสรูป รส กลิ่น เสียงที่เกิดขึ้นในเวลานี้ พอคิดได้แบบนี้ความรู้สึกผ่อนคลายก็เกิดขึ้นทันที ชีวิตดูไม่มีอะไรให้กังวล เพราะเราอยู่กับปัจจุบัน ความคิดเราอยู่กับปัจจุบัน เราสัมผัสและรับรู้เฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันขณะ อดีตและอนาคตอันเป็นแค่ภาพลวงตา เป็นความคิดความกังวลที่เราสร้างขึ้นมาเอง แต่สิ่งที่เป็นจริง เป็นรูปธรรมคือปัจจุบัน

#100WordMeetArt : inhale…exhale…

#100WordMeetArt : inhale...exhale...

ด้วยความที่มีเป็น Anxiety disorder มักมีอาการหัวใจเต้นแรงมากเหมือนหัวใจจะหลุดออกมาข้างนอก รู้สึกกระสับกระส่าย หายใจสั้นๆ บางทีก็เผลอกลั้นหายใจ ตอนแรกๆ ที่มีอาการก็ไม่รู้หรอกว่าเป็นอะไร ต้องจัดการกับมันยังไง จนไปปรึกษาจิตแพทย์ จิตแพทย์ก็ให้ฝึกหายใจใหม่เรียกว่าการหายใจแบบ 4-7-8 คือเริ่มด้วยการ clearing ก่อนคือการหายใจออกทางปากก่อน 1 ครั้งแล้วถึงเริ่มการหายใจเข้าทางจมูกนับ 1-2-3-4 กลั้นหายใจไว้ 1-2-3-4-5-6-7 หายใจออกทางจมูกนับ 1-2-3-4-5-6-7-8 มาหาข้อมูลตามทีหลังจากที่คุยกับคุณหมอ เจอว่าการหายใจแบบนี้ช่วยให้ร่ายกายของเราเอาออกซิเจนมาใช้ได้อย่างเต็มที่และยังเป็นเหมือนการฝึกสมาธิด้วย ทำดูแล้วรู้สึกได้เลยว่าดีขึ้น ยิ่งฝึกมากก็ยิ่งได้ผลมาก หลังจากนั้นนึกได้เมื่อไหร่เตยก็จะคอยเตือนตัวเองให้หายใจเสมอ

#100WordMeetArt : Smile more. Worry less.

#100WordMeetArt : Smile more. Worry less

เขียนข้อความนี้ไว้เตือนตัวเองให้ยิ้มให้กับปัจจุบันที่เรายังมีลมหายใจ ยังมีหลายๆ สิ่งที่ยังเป็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ ได้ แค่เราหยุดนิ่งและใช้เวลามองมันดีๆ อยู่กับปัจจุบันให้มากที่สุดจะทำให้เราคลายความกังวลได้ เพราะความกังวลคือการใช้เวลาอยู่กับอนาคต

ถักโครเชต์ ซองใส่ Kindle และมือถือ

มหกรรมอวดซอง Kindle และซองใส่โทรศัพท์แบบถักโครเชต์เอง สวยงามมากคร่ะ ถักเอง ชมเอง ใช้ไม้ถัก 5.5cm และไหมจากร้าน Mamuang DIY ถักเสร็จไวมากเพราะไหมเส้นใหญ่และไม่มีลวยลาย เตยยังถักไม่เก่งเท่าไหร่ก็เลยบูดเบี้ยวบ้างเล็กน้อย ไหมแบบนี้เหมาะกับคนที่เพิ่งจะเริ่มหัดถักเพราะว่าเส้นใหญ่ ถักแปบเดียวก็เสร็จแล้วทำให้มีกำลังใจที่จะถักต่อไป

ถักโครเชต์ ซองใส่ Kindle

ถักโครเชต์ ซองใส่มือถือ

#100WordMeetArt : What you need is already within you

#100WordMeetArt : What you need is already within you

จากความตั้งใจที่จะเขียนและเพ้นท์ทุกวันให้ครบ 100 วันนี้เป็นวันที่สองแต่คิดไม่ออกแล้วว่าจะเขียนอะไรดี นั่งคิด, เปิด Facebook, Instagram ดูว่าคนอื่นเขาทำอะไรกัน เห็นศิลปินที่เขามีสไตล์งานของตัวเองหลายๆ คนแล้ว ทำให้นึกถึงบทสัมภาษณ์ของศิลปินหลายๆ คนที่มักจะบอกว่าได้รับแรงบันดาลใจจากการไปเที่ยว, ธรรมชาติ และสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวเขา การทำงานศิลปะของพวกเขาคือการดึงประสบการณ์ในชีวิตมาใช้ในงาน ดึงความเป็นตัวตนของตัวเองที่อยู่ข้างในลึกๆ ออกมาเป็นงานศิลปะผ่านทางสี พู่กัน ปากกา หรือเสียงดนตรี 

ยิ่งพอมองย้อนกลับมาถึงชีวิตของเรา เรามักมองหาความรักและความสุขจากภายนอก หวังว่าคนอื่นจะรักเรา ให้ความสุขกับ อยากจะให้คนอื่นมาชื่นชมเรา แต่ความรักและความสุขอยู่ข้างในเราอยู่แล้วและขึ้นอยู่กับเราว่าเราจะหยิบเอามาใช้เมื่อไหร่และอย่างไร

#100wordmeetart : Listen to your feelings

ปีที่แล้วเตยทำโปรเจค #the100dayproject ด้วยการเพ้นท์รูปวันละรูป 100 วันเรียกว่า #100daysofpaintingbytuey ปีนี้อยากทำอีก คิดอยู่นานมากว่าจะทำโปรเจคเกี่ยวกับอะไรดี สุดท้ายมาลงตัวที่ #100wordmeetart เพราะอยากจะฝึกเขียนและไม่อยากทิ้งงานเพ้นท์เลยเอามาผสมกัน เตยเองยังมองไม่เห็นภาพเท่าไหร่ว่าสุดท้ายโปรเจคนี้จะออกมาเป็นแบบไหนซึ่งก็ถือว่าเป็นความสนุกอีกแบบนึงของโปรเจคนี้

วันนี้ขอเริ่มงานชิ้นแรกของโปรเจคนี้ด้วยประโยคสั้นๆ “Listen to your feeling” บนงานเพ้นท์สีอะคริลิคและ Soft pastel บนกระดาษ A4 ค่ะ

 

#100wordmeetart : Listen to your feelings

ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานี้เตยเข้ารับการรักษาโรค Mixed Anxious and Depressive Disorder อยู่ ทำให้เตยหัดมาสังเกตอารมณ์ตัวเองมากขึ้น ทบทวนความรู้สึก ทบทวนชีวิตของตัวเองมากขึ้น

ถ้ามองดีๆ แล้วเราจะเห็นความสังคมปัจจุบันให้ความสำคัญกับหลักการ ความเป็นเหตุเป็นผลมาก โดยเฉพาะในสังคมการทำงานที่เราถูกสอนว่าอย่าใช้อารมณ์ จะทำอะไรต้องมีเหตุผล มีการวัดผลและทดสอบข้อเท็จจริง ทำให้คนส่วนใหญ่เลือกที่จะเก็บและกดอารมณ์และความรู้สึกของตัวเองไว้ภายในใจ

ยิ่งถ้ามองย้อนกลับไปถึงวันเรียน เราถูกสอนให้เลือกเรียนวิชานี้ สาขานั้นตามสิ่งที่โรงเรียน, ครู หรือผู้ปกครองเราบอก จึงไม่น่าแปลกใจที่ทำไมเราโตมาแล้วเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราชอบอะไร อยากเรียนอะไร อยากทำงานอะไร ทุกอย่างมันถูกปูทางไว้ให้เราแล้วว่าเธอต้องเลือกสิ่งนี้เพราะมันเป็นสิ่งที่(ฉันคิดว่า)มันดีที่สุด

เราทุกคนมีความรู้สีกดีและไม่ดีต่อสิ่งต่างๆ เป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ การมองข้ามความรู้สึกของเรานั้นมันไม่ต่างอะไรกับการที่เราไม่ยอมรับตัวตนของเรา การที่เราหัดสังเกตความรู้สึกของเราเอง ยอมรับและเรียนรู้ความรู้สึกของเราจะช่วยให้เรามองเห็นความต้องการและตัวตนของเรามากยิ่งขึ้น

About Tuey

Make and share by Tueymeaw

สวัสดีค่ะ ชื่อ “เตย” นะคะ บางทีเพื่อนก็เรียก “เตยเหมียว” ค่ะ ทำงานออกแบบเว็บไซต์และเพ้นท์ภาพ abstract เน้นแสดงความรู้สึกลงบนภาพวาด นอกจากนี้เตยยังทำ printable สำหรับงาน scrapbook และสมุดขาย ในเว็บนี้จะเป็นที่รวบรวมผลงานและความคิดในทุกๆ ด้านของเตยค่ะ

Hi! I’m Tuey. I’m UX/UI designer and abstract painter based in Thailand. I express my feelings through colors and mark making. I also selling printable scrapbooking papers and notebook on Catisfy shop. Here I’m sharing my creative process, my thoughts and travel journey. I hope you enjoy my blog. 🙂

Printable and Journal Cards

Categories

Tuey on Society6